เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ
ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงานและการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ. 2559
ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงาน
พ.ศ. ๒๕๕๙
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ และอัตราค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑(๒) (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ.๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๙ จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วย หลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๕๙”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน ให้อธิการบดีรักษาการตามระเบียบนี้และให้มีอำนาจวางหลักเกณฑ์เพื่อปฏิบัติ
ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
“อธิการบดี” หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
“ส่วนงาน” หมายความว่า ส่วนงานตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓
“หัวหน้าส่วนงาน” หมายความว่า หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓
“บุคลากร” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานครซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ลูกจ้างของมหาวิทยาลัย และให้หมายความรวมถึงนักศึกษาของมหาวิทยาลัย
“ผู้ปฏิบัติงาน” หมายความว่า บุคลากรที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานตามระเบียบนี้และให้หมายความรวมถึงบุคคลภายนอกที่ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติงาน
“การฝึกอบรม” หมายความว่า การอบรม การประชุมทางวิชาการหรือเชิงปฏิบัติการหรือการประชุมอื่นๆ การสัมมนาทางวิชาการหรือเชิงปฏิบัติการ การบรรยายพิเศษ การดูงาน การฝึกงาน หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีโครงการหรือหลักสูตรและช่วงเวลาจัดที่แน่นอนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคคลหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โดยไม่มีการรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ
“การฝึกอบรมประเภท ก” หมายความว่า การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นบุคลากรประเภทผู้บริหาร ประเภทวิชาการตั้งแต่ระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ขึ้นไป ประเภทสนับสนุนระดับชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ ข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยระดับชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ หรือบุคคลภายนอกในตำแหน่งที่เทียบเท่า
“การฝึกอบรมประเภท ข” หมายความว่า การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นบุคลากรนอกเหนือจากบุคคลประเภท ก. หรือบุคคลภายนอกในตำแหน่งที่เทียบเท่า
“การดูงาน” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้หรือประสบการณ์ด้วยการสังเกตการณ์ซึ่งกำหนดไว้ในโครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรม
“การเดินทางไปปฏิบัติงาน” หมายความว่า การเดินทางไปปฏิบัติงานทั้งในประเทศหรือต่างประเทศเป็นการชั่วคราวตามที่ได้รับอนุมัติจากนายกสภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีหรือหัวหน้าส่วนงานแล้วแต่กรณี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อไปเสนอผลงานทางวิชาการ ประชุม สัมมนา ศึกษาดูงาน เจรจากิจการใด ๆ เพื่อประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย หรือกิจการอื่น ๆ ตามที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีหรือหัวหน้าส่วนงานอนุมัติ
“หน่วยงานผู้จัด” หมายความว่า ส่วนงาน ส่วนราชการอื่น หน่วยงานของรัฐอื่น รัฐวิสาหกิจหรือเอกชน ซึ่งเป็นผู้จัดการฝึกอบรมหรือจัดร่วมกัน
“ผู้เข้ารับการฝึกอบรม” หมายความว่า บุคลากรหรือบุคคลภายนอก ที่เข้ารับการฝึกอบรม และให้รวมถึงกรรมการจัดการฝึกอบรม และผู้ปฏิบัติงานของโครงการ
“วิทยากร” หมายความว่า ผู้บรรยาย ผู้อภิปราย หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตร และให้รวมถึงผู้ดำเนินการสัมมนาหรืออภิปราย
“หลักฐานการจ่าย” หมายความว่า หลักฐานที่ได้แสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินหรือเจ้าหนี้ตามข้อผูกพันโดยถูกต้อง
ข้อ ๕ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้
ให้อธิการบดีมีอำนาจกำหนดรูปแบบของหลักฐานการจ่ายที่เกี่ยวข้องกับระเบียบนี้ โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย
ในการตีความหรือในกรณีที่มีปัญหาขัดข้องเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้ ให้อธิการบดีวินิจฉัยชี้ขาด
ข้อ ๖ การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระเบียบนี้
กรณีที่มีความจำเป็นต้องกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในอัตราที่สูงกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ไม่เกินร้อยละ ๒๕ ให้หัวหน้าส่วนงานเป็นผู้อนุมัติโดยความเห็นชอบของอธิการบดี
กรณีที่มีความจำเป็นต้องกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในอัตราที่สูงกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้เกินกว่าร้อยละ ๒๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ให้อธิการบดีเป็นผู้อนุมัติ และรายงานให้สภามหาวิทยาลัยทราบ
กรณีที่มีความจำเป็นต้องกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในอัตราที่สูงกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้เกินกว่าร้อยละ ๕๐ ให้อธิการบดีเป็นผู้อนุมัติโดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย
หมวด ๑
การฝึกอบรม
ส่วนที่ ๑
การอนุมัติ
ข้อ ๗ การฝึกอบรมที่ส่วนงานเป็นผู้จัด หรือจัดร่วมกับหน่วยงานอื่นต้องได้รับอนุมัติโครงการจากหัวหน้าส่วนงานเจ้าของงบประมาณ เพื่อเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้
ข้อ ๘ ผู้เดินทางไปจัดการฝึกอบรม ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และผู้เดินทางไปต่างประเทศตามที่กำหนดในหลักสูตรการฝึกอบรมทุกหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรที่ส่วนงานเป็นผู้จัดหรือจัดร่วมกับหน่วยงานผู้จัดอื่น ต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติตามข้อ ๙ โดยให้พิจารณาอนุมัติเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์ต่อส่วนงานนั้นตามจำนวนที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงความจำเป็น และเหมาะสมในการปฏิบัติงาน
ในกรณีที่หลักสูตรการฝึกอบรมใดกำหนดให้ผู้ไปจัดการฝึกอบรมหรือผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องเดินทางในประเทศครั้งหนึ่งหรือหลายครั้ง ให้ถือว่าการอนุมัติให้เดินทางไปจัดการฝึกอบรมหรือการอนุมัติให้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นการอนุมัติให้เดินทางในประเทศตามหลักสูตรด้วย
ข้อ ๙ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการจัดการฝึกอบรม และอนุมัติการเข้ารับการฝึกอบรม และการเดินทางไปต่างประเทศของบุคลากรตามที่กำหนดในหลักสูตรการฝึกอบรมทุกหลักสูตร
(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย สำหรับการจัดการฝึกอบรม หรือการเข้ารับการฝึกอบรมที่ต้องมีการเดินทางไปต่างประเทศของอธิการบดี
(๒) อธิการบดี สำหรับการจัดการฝึกอบรม หรือการเข้ารับการฝึกอบรมที่มีบุคลากรมากกว่าหนึ่งส่วนงานเข้าร่วม หรือการอนุมัติการเดินทางไปเข้ารับการฝึกอบรมที่ต้องมีการเดินทางไปต่างประเทศ
(๓) หัวหน้าส่วนงาน สำหรับการจัดการฝึกอบรม หรือการเข้ารับการฝึกอบรมที่มีเฉพาะบุคลากรภายในส่วนงาน กรณีที่มีบุคคลภายนอกเข้าร่วมการฝึกอบรมให้หัวหน้าส่วนงานรายงานต่ออธิการบดีเพื่อทราบ
ข้อ ๑๐ ในการพิจารณาอนุมัติตามข้อ ๖ และข้อ ๗ หากมีค่าใช้จ่ายที่จะต้องเบิกจากเงินรายได้มหาวิทยาลัยหรือของส่วนงาน ให้ฝ่ายการคลังของส่วนงานหรือฝ่ายที่รับผิดชอบด้านงบประมาณของส่วนงานตรวจสอบวงเงินงบประมาณโครงการก่อน ในกรณีที่ไม่มีวงเงินต้องมีคำรับรองจากฝ่ายการคลังของส่วนงานหรือฝ่ายที่รับผิดชอบด้านงบประมาณของส่วนงานเจ้าของงบประมาณว่าสามารถจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายอื่นมาใช้เพื่อการนั้นได้ และเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติตามข้อ ๘ เมื่อเห็นว่าไม่มีข้อจำกัดด้านการเงินแล้ว
ส่วนที่ ๒
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม
ข้อ ๑๑ การจัดฝึกอบรมในประเทศหรือต่างประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายในประเทศหรือต่างประเทศทั้งหมด ไม่ว่าเป็นเงิน บริการ หรือสิ่งของ ให้งดเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้
กรณีได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายในประเทศหรือต่างประเทศบางส่วน หากจำเป็นต้องเบิกค่าใช้จ่ายสมทบให้เบิกค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของระเบียบนี้
ข้อ ๑๒ บุคคลที่จะเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรมตามระเบียบนี้ ได้แก่
(๑) ประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรม แขกผู้มีเกียรติ และผู้ติดตาม
(๒) วิทยากร
(๓) ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
(๔) ผู้สังเกตการณ์
ค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่งให้ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมเป็นผู้เบิกจ่าย แต่ถ้าจะจ่ายจากต้นสังกัดของบุคคลภายนอกหรือตัวบุคคลภายนอกเองที่ไม่มีต้นสังกัด ให้ทำได้เมื่อส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมร้องขอและต้นสังกัดของบุคคลภายนอกหรือตัวบุคคลภายนอกที่ไม่มีต้นสังกัดนั้นตกลงยินยอม
ข้อ ๑๓ การเทียบตำแหน่งของบุคคลตามข้อ ๑๒ ที่เป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย เพื่อเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้ ให้ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมเทียบตำแหน่งได้ดังนี้
(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกให้เทียบเท่าพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทผู้บริหารระดับสูงสุด
(๒) บุคคลภายนอกที่เคยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เทียบตามระดับตำแหน่งหรือชั้นยศครั้งสุดท้ายก่อนออกจากราชการหรือหน่วยงานของรัฐ แล้วแต่กรณี
(๓) บุคคลภายนอกที่ไม่เคยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการฝึกอบรมประเภท ก ให้เทียบเท่าพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุน ประเภทผู้บริหารระดับสูง
(๔) บุคคลภายนอกที่ไม่เคยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการฝึกอบรมประเภท ข ให้เทียบเท่าพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุน ระดับชำนาญการ
ในกรณีที่มีปัญหาในการเทียบตำแหน่ง ให้หัวหน้าส่วนงานเป็นผู้พิจารณากำหนด และรายงานให้อธิการบดีทราบ
ข้อ ๑๔ การเทียบตำแหน่งของบุคคลตามข้อ ๑๒ ที่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยให้เทียบเท่าพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุนระดับปฏิบัติการ
ข้อ ๑๕ ให้ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรมได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดไว้ในดังต่อไปนี้
(๑) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้และการตกแต่งสถานที่ฝึกอบรม
(๒) ค่าใช้จ่ายในพิธีเปิด-ปิด การฝึกอบรม
(๓) ค่าวัสดุ เครื่องเขียนและอุปกรณ์
(๔) ค่าประกาศนียบัตร
(๕) ค่าถ่ายเอกสาร ค่าพิมพ์เอกสาร สิ่งพิมพ์ และหนังสือ
(๖) ค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร
(๗) ค่าเช่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการฝึกอบรม
(๘) ค่าสถานที่ ห้องประชุม
(๙) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
(๑๐) ค่าสิ่งที่ใช้บรรจุเอกสารสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม
(๑๑) ค่าเครื่องแต่งกายของผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มีการเดินทางไปต่างประเทศ
(๑๒) ค่าของสมนาคุณในการดูงาน
(๑๓) ค่าตอบแทนวิทยากร
(๑๔) ค่าอาหาร
(๑๕) ค่าเช่าที่พัก
(๑๖) ค่ายานพาหนะ
(๑๗) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยประกาศกำหนดและรายงานสภามหาวิทยาลัยเพื่อทราบ
ค่าใช้จ่ายตาม (๑) ถึง (๘) ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็น เหมาะสมและประหยัด
ค่าใช้จ่ายตาม (๙) ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินอัตรามื้อละ ๕๐ บาท/คน
ค่าใช้จ่ายตาม (๑๐) ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินอัตราคนละ ๓๐๐ บาท
ค่าใช้จ่ายตาม (๑๑) ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและประหยัดไม่เกินอัตราคนละ ๓,๐๐๐ บาทต่อสองปี
ค่าใช้จ่ายตาม (๑๒) ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง แห่งละไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท
ค่าใช้จ่ายตาม (๑๓) ถึง (๑๖) ให้เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์และอัตราตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
ข้อ ๑๖ การจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และอัตรา ดังนี้
(๑) หลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนวิทยากร
(ก) การฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการบรรยาย ให้จ่ายค่าตอบแทนวิทยากรได้ไม่เกิน ๒ คน
(ข) การฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการอภิปรายหรือสัมมนาเป็นคณะ ให้จ่ายค่าตอบแทนวิทยากรได้ไม่เกิน ๕ คน
(ค) การฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการแบ่งกลุ่มฝึกภาคปฏิบัติหรือแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมและจำเป็นต้องมีวิทยากรประจำกลุ่ม ให้จ่ายค่าตอบแทนวิทยากรได้ไม่เกินกลุ่มละ ๒ คน
(ง) การนับชั่วโมงการฝึกอบรมให้นับตามเวลาที่กำหนดไว้ในตารางการฝึกอบรมโดยไม่ต้องหักเวลาที่พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม แต่ละชั่วโมงการฝึกอบรมต้องมีกำหนดเวลาในการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าห้าสิบนาที กรณีกำหนดการฝึกอบรมไม่ถึงห้าสิบนาทีแต่ไม่น้อยกว่ายี่สิบห้านาทีให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรได้กึ่งหนึ่ง
(๒) อัตราค่าตอบแทนวิทยากร
(ก) การจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรที่เป็นบุคคลภายนอก ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนงาน โดยการฝึกอบรมประเภท ก ไม่เกิน ๒,๕๐๐ บาท/คน/ชั่วโมง และการฝึกอบรมประเภท ข ไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท/คน/ชั่วโมง
(ข) หัวหน้าส่วนงานอาจพิจารณาเบิกจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรที่เป็นบุคลากรได้ โดยให้เบิกจ่ายได้ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของอัตราที่กำหนดไว้ใน (ก)
(ค) การจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรแต่ละคน ในกรณีที่มีวิทยากรมากกว่าหนึ่งคน ให้จ่ายในอัตราร้อยละ ๗๕ ของอัตราค่าตอบแทนใน (ก) และ (ข) แล้วแต่กรณี
(๓) การจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรให้ใช้แบบใบสำคัญรับเงินของวิทยากร ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดเป็นหลักฐานการจ่าย
ข้อ ๑๗ การฝึกอบรมที่มีการจัดอาหารให้แก่บุคคลตามข้อ ๑๒ ให้ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมเบิกจ่ายค่าอาหารได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราตามที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยการฝึกอบรมประเภท ก และ ข ตามระเบียบนี้ ให้เทียบเท่าการฝึกอบรมข้าราชการประเภท ก และ ข ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ ตามลำดับ
ข้อ ๑๘ การฝึกอบรมที่มีการจัดที่พักหรือออกค่าเช่าที่พักให้แก่บุคคลตามข้อ ๑๒ ให้ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมเบิกจ่ายค่าเช่าที่พักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยการฝึกอบรมประเภท ก และ ข ตามระเบียบนี้ ให้เทียบเท่าการฝึกอบรมข้าราชการประเภท ก และ ข ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ
ข้อ ๑๙ การฝึกอบรมที่ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมจัดยานพาหนะให้หรือรับผิดชอบค่ายานพาหนะสำหรับบุคคลตามข้อ ๑๒ ให้ส่วนงานดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
(๑) กรณีใช้ยานพาหนะของส่วนงานที่จัดการฝึกอบรม หรือกรณียืมยานพาหนะจากส่วนงานหรือหน่วยงานอื่น ให้เบิกจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าธรรมเนียมผ่านทางได้เท่าที่จ่ายจริง
(๒) กรณีใช้ยานพาหนะประจำทางหรือเช่าเหมายานพาหนะ ให้ใช้ยานพาหนะตามความความจำเป็น เหมาะสม ประหยัด โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และให้เบิกจ่ายค่ายานพาหนะได้เท่าที่จ่ายจริง
(๓) กรณีส่วนงานไม่มีการจัดยานพาหนะรับ – ส่ง บุคคลตามข้อ ๑๒ (๒) ระหว่างสถานที่พักและสถานที่จัดการฝึกอบรม ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมอาจพิจารณาเบิกจ่ายเงินค่ายานพาหนะได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น เหมาะสมและประหยัด
(๔) กรณีที่ต้องเดินทางโดยเครื่องบินให้ใช้ชั้นประหยัด หัวหน้าส่วนงานอาจพิจารณาให้บุคคลตามข้อ ๑๒ ที่มีความจำเป็นเดินทางโดยชั้นธุรกิจได้ ได้โดยความเห็นชอบของอธิการบดี และให้เบิกจ่ายค่าเครื่องบิน และค่าธรรมเนียมสนามบินได้เท่าที่จ่ายจริง
ข้อ ๒๐ การจัดการฝึกอบรมที่ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมไม่จัดอาหาร ที่พัก หรือยานพาหนะให้ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือส่วนที่ขาดให้แก่บุคคลตามข้อ ๑๒ ดังนี้
(๑) ค่าอาหาร เหมาจ่ายไม่เกินมื้อละ ๑๐๐ บาท
(๒) ค่าเช่าที่พัก ให้เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ข้อ ๑๘
(๓) ค่ายานพาหนะ ให้เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ข้อ ๑๙
ข้อ ๒๑ กรณีส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมประสงค์จะจ้างจัดฝึกอบรมในโครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้หัวหน้าส่วนงานเสนอขออนุมัติต่ออธิการบดี และให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้
การจ่ายเงินค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินของผู้รับจ้างเป็นหลักฐานการจ่ายแต่ถ้าเป็นการจ่ายเงินโดยส่วนงานเพื่อเข้าบัญชีให้กับผู้รับจ้าง หรือผู้มีสิทธิรับเงินโดยตรง โดยใช้หลักฐานการโอนเงินหรือใช้ระบบตามที่ ส่วนงานที่จัดการอบรมกำหนดเป็นหลักฐานการจ่าย
ข้อ ๒๒ ในกรณีที่มหาวิทยาลัยหรือส่วนงาน ส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมซึ่งหน่วยงานภายนอกเป็นเจ้าของโครงการ ให้บุคลากรที่เข้ารับการฝึกอบรมเบิกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าลงทะเบียนค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายทำนองเดียวกันที่เรียกชื่ออย่างอื่นเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราที่หน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการเรียกเก็บ
กรณีค่าใช้จ่ายตามวรรคแรก ได้รวมค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่ายานพาหนะของบุคลากรที่ไปเข้ารับการฝึกอบรมไว้ทั้งหมด หรือหน่วยงานภายนอกที่เป็นเจ้าของโครงการได้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่ายานพาหนะทั้งหมดให้แก่บุคลากรที่ไปเข้ารับการฝึกอบรม ให้บุคลากรที่ไปเข้ารับการอบรมงดเบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าว
กรณีค่าใช้จ่ายตามวรรคแรก ไม่รวมค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่ายานพาหนะ หรือรวมไว้บางส่วน หรือหน่วยงานภายนอกที่เป็นเจ้าของโครงการไม่รับผิดชอบค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่ายานพาหนะทั้งหมด หรือรับผิดชอบให้บางส่วน ให้บุคลากรที่ไปเข้ารับการฝึกอบรมเบิกค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือเฉพาะส่วนที่ขาดหรือส่วนที่หน่วยงานภายนอกที่เป็นเจ้าของโครงการมิได้รับผิดชอบนั้นได้ ทั้งนี้ไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
ข้อ ๒๓ ให้มีการประเมินผลการฝึกอบรม และรายงานต่อหัวหน้าส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมภายใน ๖๐ วันนับแต่วันสิ้นสุดการฝึกอบรมกรณีไม่สามารถดำเนินการได้ภายในเวลาที่กำหนด ให้ดำเนินการทำหนังสือชี้แจงด้วย
หมวด ๒
การจัดงาน
ข้อ ๒๔ การจัดงานตามแผนงานโครงการตามภารกิจปกติหรือตามนโยบายของมหาวิทยาลัยหรือนโยบายของทางราชการ เช่น การเฉลิมพระเกียรติหรือเทิดพระเกียรติ พิธีพระราชทานปริญญาบัตรการจัดงานวันสถาปนามหาวิทยาลัยหรือส่วนงาน การจัดงานปฐมนิเทศ การจัดงานปัจฉิมนิเทศ การจัดงานนิทรรศการ การจัดงานแถลงข่าว การจัดการประกวดหรือแข่งขัน การจัดกิจกรรมทำนุบำรุงศิลปะ วัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือการจัดงานอื่น ๆ เป็นต้นแต่ไม่รวมการจัดงานหรือกิจกรรมซึ่งเข้าลักษณะหรือเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรม ต้องได้รับอนุมัติการจัดงาน อนุมัติผู้เข้าร่วมงาน และอนุมัติการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ในหมวดนี้
ข้อ ๒๕ การอนุมัติการจัดงานและอนุมัติผู้เข้าร่วมงาน ให้นำความในข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๒๖ ให้หัวหน้าส่วนงานที่จัดงานพิจารณาอนุมัติการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น เหมาะสม และประหยัด โดยนำความในข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙ และข้อ ๒๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
หมวด ๓
การเดินทางไปปฏิบัติงาน
ข้อ ๒๗ การเดินทางไปปฏิบัติงาน ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติการเดินทางไปปฏิบัติงานพิจารณาอนุมัติการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นเหมาะสมและประหยัด
ข้อ ๒๘ การขออนุมัติเดินทางไปปฏิบัติงานให้มีข้อเท็จจริงและรายละเอียดค่าใช้จ่ายประกอบส่วนการอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงานให้นำความในข้อ ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลมและให้ผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาอนุมัติเฉพาะบุคลากรที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์ตามจำนวนที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงความจำเป็นและเหมาะสมในการปฏิบัติงาน
ข้อ ๒๙ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานภายในประเทศ
(๑) ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปปฏิบัติงาน เหมาจ่ายในอัตราดังต่อไปนี้
(ก) นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก อธิการบดี และบุคลากรประเภทวิชาการระดับศาสตราจารย์หรือเทียบเท่า ไม่เกินวันละ ๕๐๐ บาท
(ข) บุคลากรประเภทผู้บริหาร พนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการระดับรองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และบุคลากรระดับชำนาญงานพิเศษ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ หรือเทียบเท่า ไม่เกินวันละ ๔๐๐ บาท
(ค) บุคลากรที่นอกเหนือจาก (ก) และ (ข) ไม่เกินวันละ ๓๐๐ บาท
การนับเวลาเพื่อคำนวณค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ให้นับเวลาตั้งแต่ออกจากที่พักหรือที่ทำงานจนกลับถึงที่พักหรือที่ทำงาน ให้นับ ๒๔ ชั่วโมงเป็นหนึ่งวัน เศษของวันหากเกิน ๘ ชั่วโมง ให้นับเป็นหนึ่งวัน
(๒) ค่าเช่าที่พัก ให้จ่ายตามที่จ่ายจริงโดยคำนึงถึงความเหมาะสม และประหยัด ในอัตราดังต่อไปนี้
(ก) นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก อธิการบดี และบุคลากรประเภทวิชาการระดับศาสตราจารย์หรือเทียบเท่า กรณีเข้าพักคนเดียว ไม่เกินวันละ ๒,๕๐๐ บาท/คน และกรณีพักคู่ ไม่เกินวันละ ๑,๔๐๐ บาท/คน
(ข) บุคลากรประเภทผู้บริหาร ประเภทวิชาการระดับ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และบุคลากรระดับชำนาญงานพิเศษ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ หรือเทียบเท่า กรณีเข้าพักคนเดียว ไม่เกินวันละ ๒,๒๐๐ บาท/คน และกรณีพักคู่ ไม่เกินวันละ ๑,๒๐๐ บาท/คน
(ค) บุคลากรที่นอกเหนือจาก (ก) และ (ข) กรณีเข้าพักคนเดียว ไม่เกินวันละ ๑,๕๐๐ บาท/คน และกรณีพักคู่ ไม่เกินวันละ ๘๕๐ บาท/คน
ในกรณีเดินทางเป็นหมู่คณะให้พักคู่ เว้นแต่เป็นกรณีที่ไม่เหมาะสมจะพักรวมกันหรือมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจพักรวมกับผู้อื่นได้ ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินอัตราค่าเช่าห้องพักคนเดียว
(๓) ค่ายานพาหนะ ในอัตราดังต่อไปนี้
(ก) ค่ายานพาหนะรับจ้างเดินทางไป – กลับ ระหว่างที่พักหรือที่ทำงานกับสถานียานพาหนะเดินทางหรือสถานที่จัดยานพาหนะให้เบิกจ่ายตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน ๖๐๐ บาท
(ข) กรณีเดินทางด้วยยานพาหนะส่วนตัว สามารถเบิกค่าใช้จ่ายชดเชยตามระยะทางจากที่พักหรือที่ทำงาน ได้ในอัตราไม่เกินดังนี้ รถยนต์ กิโลเมตรละ ๔ บาท รถจักรยานยนต์ กิโลเมตรละ ๒ บาท
(ค) กรณีเดินทางด้วยยานพาหนะอื่น ให้เบิกตามค่าใช้จ่ายตามจริง โดยแสดงหลักฐานการจ่ายเมื่อขอเบิกจ่าย
(๔) กรณีเดินทางโดยเครื่องบิน
(ก) นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก อธิการบดี รองอธิการบดี และบุคลากรประเภทวิชาการระดับศาสตราจารย์หรือเทียบเท่า ให้เดินทางได้ไม่เกินชั้นธุรกิจ
(ข) บุคลากรที่นอกเหนือจาก (ก) ให้เดินทางโดยชั้นประหยัด
การเลือกสายการบินให้พิจารณาตามตารางเส้นทางการบินที่เหมาะสมกับภารกิจโดยคำนึงถึงความเหมาะสมและประหยัด
(๕) กรณีเดินทางโดยรถไฟ รถโดยสารประจำทาง ทางเรือ ให้เบิกจ่ายตามที่จ่ายจริงโดยคำนึงถึงความเหมาะสมและประหยัด
ข้อ ๓๐ กรณีบุคลากรที่ได้รับอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงาน โดยได้รับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานทั้งหมด ให้งดเบิกค่าใช้จ่าย แต่ถ้าได้รับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานบางส่วน ให้เบิกค่าใช้จ่ายสมทบในส่วนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือได้ไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้
ข้อ ๓๑ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ได้แก่ ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่ายานพาหนะและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามอัตราที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเดินทางไปราชการ
การเทียบตำแหน่งเพื่อเบิกจ่ายตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเดินทางไปราชการให้เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายระเบียบนี้
ข้อ ๓๒ ค่าหนังสือเดินทาง ค่าธรรมเนียมทำวีซ่า ให้เบิกจ่ายตามที่จ่ายจริง
ข้อ ๓๓ ให้บุคลากรเดินทางไปปฏิบัติงาน จัดทำรายงานผลการเดินทางไปปฏิบัติงานเสนอต่อผู้อนุมัติภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันเดินทางกลับถึงมหาวิทยาลัย
ประกาศ ณ วันที่ [อ่านไม่ออก] สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
(ศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์)
นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เอกสารแนบท้ายระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วยหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่าย
ในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๕๙
การเทียบตำแหน่งเพื่อเบิกจ่ายตามกฎหมายว่าด้วยการเดินทางไปราชการ
| ลำดับ | พนักงานมหาวิทยาลัย | ข้าราชการ |
|---|---|---|
| ๑ | ประเภทผู้บริหาร | ประเภทผู้บริหาร/อำนวยการ |
| ๑.๑ | ผู้บริหารระดับสูงสุด คือ อธิการบดี | บริหารระดับสูง |
| ๑.๒ | ผู้บริหารระดับสูง คือ รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี และหัวหน้าส่วนงาน | บริหารระดับต้น |
| ๑.๓ | ผู้บริหารระดับกลาง คือ รองหัวหน้าส่วนงาน หรือตำแหน่งเทียบเท่าตามประกาศ ก.บ.ค. | อำนวยการสูง |
| ๑.๔ | ผู้บริหารระดับต้น คือ ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนงาน หัวหน้าภาค หัวหน้าฝ่าย หรือตำแหน่งเทียบเท่าตามประกาศ ก.บ.ค. | อำนวยการต้น |
| ๒ | ประเภทวิชาการ | ประเภทวิชาการ |
| ๒.๑ | ศาสตราจารย์ | ผู้ทรงคุณวุฒิ |
| ๒.๒ | รองศาสตราจารย์ | เชี่ยวชาญ |
| ๒.๓ | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ | ชำนาญการพิเศษ |
| ๒.๔ | อาจารย์ | ชำนาญการ |
| ๓ | ประเภทสนับสนุน กลุ่มวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ | ประเภทวิชาการ |
| ๓.๑ | เชี่ยวชาญพิเศษ | ผู้ทรงคุณวุฒิ |
| ๓.๒ | เชี่ยวชาญ | เชี่ยวชาญ |
| ๓.๓ | ชำนาญการพิเศษ | ชำนาญการพิเศษ |
| ๓.๔ | ชำนาญการ | ชำนาญการ |
| ๓.๕ | ปฏิบัติการ | ปฏิบัติการ |
| ๔ | ประเภทสนับสนุน กลุ่มทั่วไป | ประเภททั่วไป |
| ๔.๑ | ชำนาญงานพิเศษ | ทักษะพิเศษ |
| ๔.๒ | ชำนาญงาน | ชำนาญงาน |
| ๔.๓ | ปฏิบัติงาน | ปฏิบัติงาน |
เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว