เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ
ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งรายชื่อผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการและประเภทสนับสนุนเป็นกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ในการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2556
ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช[๑]
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งรายชื่อผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัย
ประเภทวิชาการและผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุน
เป็นกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ในการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๕๖
โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งรายชื่อผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการและผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุนเป็นกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ในการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยเลือกเป็นกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ในการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๙ (๖) และข้อ ๘๑ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. ๒๕๕๔ อธิการบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล ในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖ จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งรายชื่อผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการและผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุนเป็นกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ในการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๕๖”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
“คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์” หมายความว่า คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ในการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วยการบริงานบุคคล
“คณะกรรมการสรรหา” หมายความว่า คณะกรรมการสรรหารายชื่อพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุนเป็นกรรมการอุทธรณ์และร้องทกข์ ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วยการบริหารงานบุคคล
“ส่วนงาน” หมายความว่า ส่วนงานตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓
[๑] พระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๖
ข้อ ๔ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ในการบริหารงานบุคคลที่มาจากบัญชีรายชื่อผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการและที่มาจากบัญชีรายชื่อผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุน ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(๑) สามารถอุทิศเวลาให้แก่งานของมหาวิทยาลัยตามสมควรแก่ตำแหน่งหน้าที่
(๒) ต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(๓) ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย
(๔) ไม่อยู่ระหว่างถูกสอบสวนความผิดทางวินัย
(๕) สำหรับผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการจะต้องดำรงตำแหน่งตั้งแต่อาจารย์ขึ้นไปและสำหรับผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุนจะต้องดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับชำนาญการพิเศษหรือผู้ชำนาญงานพิเศษขึ้นไป
ข้อ ๕ ก่อนครบกำหนดอายุของบัญชีรายชื่อตาม ข้อ ๘๑ (๔) แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ ศ ๒๕๕๔ เก้าสิบวัน หรือในกรณีที่ได้รับแจ้งจากสภามหาวิทยาลัยให้เสนอบัญชีรายชื่อเพิ่มเติม ให้สภาคณาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัยมีหนังสือแจ้งให้ส่วนงานต่างๆ เสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนและความประพฤติเหมาะสมจะเป็นกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ที่มาจากบัญชีรายชื่อผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการ ส่วนงานละไม่เกินแปดชื่อ
ในการเสนอชื่อตามวรรคหนึ่ง ให้เสนอชื่อพร้อมข้อมูลประวัติ ผลงานและความเหมาะสมอย่างอื่นในเชิงวิเคราะห์ โดยให้ส่งชื่อต่อสภาคณาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัย ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสภาคณาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ก่อนการเสนอชื่อให้ส่วนงานทาบทามความสมัครใจของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อด้วย
ให้สภาคณาจารย์และพนักงานมหาวิทยาลัยพิจารณากลั่นกรองรายชื่อผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากส่วนงาน ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายชื่อ และคัดเลือกผู้เหมาะสมเป็นกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์จำนวนสิบคน โดยพิจารณาจากคุณสมบติ พร้อมประวัติ ผลงานและความเหมาะสมอย่างอื่นในเชิงวิเคราะห์ตลอดจนเหตุผลสนับสนุนว่าเป็นผู้เหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงการกระจายตัวของสัดส่วนผู้แทนที่มาจากส่วนงานต่างๆ ที่เหมาะสม ส่งให้กับเลขาธิการสภามหาวิทยาลัยเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ทำหน้าที่คณะกรรมการสรรหาตามระเบียบนี้
ก่อนครบกำหนดอายุบัญชีรายชื่อ ตาม ๘๑ (๕) แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ ศ ๒๕๕๔ เก้าสิบวันหรือในกรณีที่ได้รับแจ้งจากสภามหาวิทยาลัยให้เสนอบัญชีรายชื่อเพิ่มเติม ให้รองอธิการบดีที่อธิการบดีมอบหมายมีหนังสือแจ้งไปยังส่วนงานต่างๆ ให้เสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนและความประพฤติเหมาะสมจะเป็นกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ที่มาจากบัญรายชื่อผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุน ส่วนงานละไม่เกินแปดชื่อ ในกรณีที่ส่วนงานมีคณะกรรมการบริหารส่วนงานให้คณะกรรมการบริหารส่วนงานเป็นผู้ลงมติเพื่อเสนอชื่อ
ในการเสนอชื่อตามวรรคสอง ให้เสนอชื่อพร้อมข้อมูลประวัติ ผลงานและความเหมาะสมอย่างอื่นในเชิงวิเคราะห์ โดยให้ส่งชื่อต่อคณะกรรมการสรรหาตามวรรคสองภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ทั้งนี้ก่อนการเสนอชื่อให้ส่วนงานทาบทามความสมัครใจของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อด้วย
ให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณากลั่นกรองรายชื่อผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายชื่อ และคัดเลือกผู้เหมาะสมเป็นกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์จำนวนยี่สิบคน โดยพิจารณาจากคุณสมบัติ พร้อมประวัติ ผลงานและความเหมาะสมอย่างอื่นในเชิงวิเคราะห์ ตลอดจนเหตุผลสนับสนุนว่าเป็นผู้เหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงการกระจายตัวของสัดส่วนผู้แทนที่มาจากส่วนงานต่างๆ ที่เหมาะสม ส่งให้กับเลขานุการสภามหาวิทยาลัยเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
ข้อ ๗ ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ที่มาจากบัญชีรายชื่อผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการและที่มาจากบัญชีรายชื่อผู้แทนพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุน พ้นจากการเป็นกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ เมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออกจากการเป็นกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์
(๓) พ้นจากการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือลักษณะที่ต้องห้ามตาม ข้อ ๔
ข้อ ๘ ให้อธิการบดีรักษาการตามระเบียบนี้
ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้ ให้เสนอคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคลวินิจฉัยชี้ขาด
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๙ ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการตามข้อ ๕ และข้อ ๖ ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ
ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
(ลงนาม) พิจิตต รัตตกุล
(นายพิจิตต รัตตกุล)
อธิการบดี มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว