เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ
ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและอัตราการจ่ายค่าตอบแทนบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559
ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและอัตราการจ่ายค่าตอบแทน
บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๕๙
โดยเป็นการสมควรให้มีระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการและอัตราการจ่ายค่าตอบแทนบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) และ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ จึงออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและอัตราการจ่ายค่าตอบแทนบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๙”
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิก “ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและอัตราการจ่ายค่าตอบแทนลูกจ้างรายวัน พ.ศ. ๒๕๕๘”
ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
“ส่วนงาน” หมายความว่า ส่วนงานตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓
“ค่าตอบแทน” หมายความว่า เงินค่าจ้างที่จ่ายให้กับบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย
“บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงาน” หมายความว่า บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย
“คำสั่งจ้าง” หมายความว่า คำสั่งจ้างบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานตามระเบียบนี้
ข้อ ๕ กิจกรรมที่ต้องจ้างบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงาน ได้แก่
(๑) กิจกรรมที่ต้องการบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ความชำนาญทางวิชาชีพเฉพาะด้าน หรือบุคคลซึ่งปฏิบัติงานที่ลักษณะงานมีความยุ่งยาก
(๒) กิจกรรมที่ต้องการบุคคลมาสนับสนุนการดำเนินการในส่วนงานที่มีบุคลากรไม่เพียงพอกับปริมาณงานในความรับผิดชอบ
ข้อ ๖ บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นชาวไทย หรือชาวต่างประเทศ ที่มีความรู้ความสามารถหรือมีความเหมาะสมที่จะปฏิบัติงานในตำแหน่งงานที่มหาวิทยาลัยกำหนด
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์
กรณีผู้ได้รับการจ้างที่มีอายุเกิน ๖๐ ปี จะต้องผ่านการตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดยมีใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานพยาบาลเอกชนที่รัฐรับรอง ซึ่งรับรองไว้ไม่เกินหกเดือน
(๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบราชการพลเรือน
(๕) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(๖) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดอาญา เว้นแต่เป็นโทษที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๗) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก ไล่ออกจากราชการ หรือให้เลิกสัญญาปฏิบัติงานจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(๘) มีคุณสมบัติอื่นหรือไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยกำหนด
ข้อ ๗ ให้หัวหน้าส่วนงานเป็นผู้อนุมัติการจ้างบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงาน กำหนดอัตราค่าตอบแทน ระยะเวลาการปฏิบัติงาน เงื่อนไขการทำงาน และสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่น ตามระเบียบนี้ โดยให้ทำเป็นคำสั่ง
การอนุมัติจ้างตามวรรคแรก ให้พิจารณาจากลักษณะงานที่ปฏิบัติ ความจำเป็น ความเหมาะสมของกิจกรรม ความเร่งด่วน และประโยชน์ของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงาน
ข้อ ๘ การจ้างบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานมีระยะเวลาการจ้างไม่เกินหนึ่งปี
ข้อ ๙ การพ้นสภาพของบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงาน มี ๔ กรณี คือ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) สิ้นสุดการจ้าง
(๔) ถูกสั่งให้ออก หรือเลิกจ้าง
ข้อ ๑๐ การจ่ายค่าตอบแทนบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงาน ให้จ่ายจากเงินรายได้ของส่วนงาน ดังนี้
(๑) ผู้มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ หรือความชำนาญทางวิชาชีพเฉพาะด้าน หรือผู้ซึ่งปฏิบัติงานที่ลักษณะงานมีความยุ่งยาก ให้ได้รับค่าตอบแทน ดังนี้
(๑.๑) ผู้มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่า ค่าตอบแทนในอัตราชั่วโมงละ ๕๐๐ - ๗๐๐ บาท หรือไม่เกินเดือนละ ๕๔,๖๐๐ บาท
(๑.๒) ผู้มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่า ค่าตอบแทนในอัตราชั่วโมงละ ๔๐๐ - ๖๐๐ บาท หรือไม่เกินเดือนละ ๔๕,๖๐๐ บาท
(๑.๓) ผู้มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ค่าตอบแทนในอัตราชั่วโมงละ ๓๐๐ - ๕๐๐ บาท หรือไม่เกินเดือนละ ๓๙,๐๐๐ บาท
กรณีบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานเป็นชาวต่างประเทศ อาจกำหนดค่าตอบแทนแตกต่างจากที่กำหนดไว้ โดยความเห็นชอบของอธิการบดี
(๒) ผู้สนับสนุนการดำเนินการในส่วนงานที่มิได้อาศัยความชำนาญทางวิชาชีพเฉพาะหรือไม่ต้องการความรู้ความสามารถเป็นพิเศษ ให้ได้รับค่าตอบแทนในอัตราชั่วโมงละ ๕๐ - ๒๐๐ บาท หรือไม่เกินเดือนละ ๑๙,๕๐๐ บาท
การเบิกจ่ายค่าตอบแทนให้เป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศของมหาวิทยาลัย
ข้อ ๑๑ ให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานซึ่งได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนไม่น้อยกว่าปีละ ๒ ครั้ง และนำผลการประเมินไปใช้เป็นหลักในการพิจารณาดังต่อไปนี้
(๑) การจ้างใหม่
(๒) สิ้นสุดการจ้าง
(๓) สั่งให้ออก หรือเลิกจ้าง
หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ส่วนงานอาจกำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะเพื่อประกอบหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานได้ตามความเหมาะสมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำส่วนงาน และรายงานให้คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยทราบ
เมื่อเสร็จสิ้นการประเมิน ให้แจ้งผลการประเมินให้บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานเป็นรายบุคคล
ทั้งนี้ บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานผู้ใดไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงาน ให้ถือว่าการจ้างผู้นั้นสิ้นสุดลง โดยให้ส่วนงานแจ้งบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานทราบภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ทราบผลการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานผู้นั้น
ข้อ ๑๒ บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานซึ่งได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือน อาจได้รับสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
กรณีบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานเป็นชาวต่างประเทศอาจได้รับสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นต่างจากที่กำหนดไว้ได้ ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
ข้อ ๑๓ การลาของบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานซึ่งได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนมี ดังนี้
(๑) การลาป่วย
(๒) การลากิจ
ทั้งนี้จำนวนวันลาให้เป็นไปตามที่หัวหน้าส่วนงานกำหนด โดยให้นำระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการลาของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๕๖ มาบังคับใช้กับบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานโดยอนุโลม
ข้อ ๑๔ บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงาน ต้องรักษาวินัยและจรรยาบรรณตามกฎหมายของมหาวิทยาลัยโดยเคร่งครัด
กรณีบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานซึ่งได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือน ผู้ใดถูกกล่าวหาโดยมีหลักฐานตามสมควรว่าได้กระทำผิดวินัย หรือความปรากฏต่อผู้บังคับบัญชาว่าบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานผู้ใดกระทำผิดวินัย ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยวินัยของมหาวิทยาลัยโดยอนุโลม เว้นแต่การเลิกจ้างเพราะกระทำความผิดวินัย
ข้อ ๑๕ การจ้างบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานสิ้นสุดลง เมื่อ
(๑) ครบกำหนดการจ้าง
(๒) ขาดคุณสมบัติตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
(๓) ตาย
(๔) ไม่ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงาน
(๕) กระทำความผิดวินัย
(๖) มีเหตุอื่นๆ ตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดของคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย
ข้อ ๑๖ ในระหว่างการจ้าง บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานซึ่งได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือน ผู้ใดประสงค์จะลาออกจากการปฏิบัติงาน ให้ยื่นหนังสือขอลาออกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๑ เดือน ต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้น และผ่านตามลำดับถึงหัวหน้าส่วนงาน
ข้อ ๑๗ มหาวิทยาลัยอาจบอกเลิกจ้างกับบุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานซึ่งได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนผู้ใดก่อนครบกำหนดระยะเวลาการจ้างได้ และไม่เป็นเหตุให้บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานนั้น เรียกร้องค่าเสียหายหรือเงินอื่นใดในการเลิกจ้างได้ แต่ทั้งนี้ต้องแจ้งให้บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๑ เดือน
ข้อ ๑๘ เพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยอาจสั่งให้บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงาน ไปปฏิบัติงานนอกเหนือจากเงื่อนไขการที่ได้กำหนดไว้ได้ โดยไม่เป็นเหตุให้บุคคลภายนอกที่ช่วยปฏิบัติงาน อ้างขอเลิกจ้างหรือเรียกร้องประโยชน์ตอบแทนใดๆ
ข้อ ๑๙ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจออกประกาศ คำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
ในกรณีที่มีปัญหาในการตีความหลักเกณฑ์ตามระเบียบนี้ ให้อธิการบดีมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๙
(ศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์)
นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว