เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ
ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรื่อง แบบสัญญาอนุญาตให้พนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษาฝึกอบรมหรือปฏิบัติการวิจัย แบบสัญญาค้ำประกัน และแบบหนังสือรับสภาพหนี้และผ่อนชำระหนี้กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผิดสัญญารับทุน
ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เรื่อง แบบสัญญาอนุญาตให้พนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย แบบสัญญาค้ำประกัน และแบบหนังสือรับสภาพหนี้และขอผ่อนชำระหนี้ กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผิดสัญญารับทุนลาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดแบบสัญญาในการอนุญาตให้พนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๗ และข้อ ๙ (๗) ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.๒๕๕๔ คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคลในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๙ จึงกำหนดให้ใช้ แบบสัญญาอนุญาตให้พนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย แบบสัญญาค้ำประกัน และแบบหนังสือรับสภาพหนี้และขอผ่อนชำระหนี้ กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผิดสัญญารับทุนลาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ท้ายประกาศฉบับนี้ เป็นแบบสัญญาสำหรับอนุญาตให้พนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๙
(รองศาสตราจารย์อนันต์ มโนมัยพิบูลย์)
อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
สัญญาเลขที่........../..........
สัญญาอนุญาตให้พนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย
สัญญาฉบับนี้ทำขึ้น ณ..........................................................ตำบล/แขวง.......................... อำเภอ/เขต..............................จังหวัด..............................เมื่อวันที่........เดือน........................พ.ศ. ........... ระหว่างมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช โดย..................................................ตำแหน่ง........................................ ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้รับสัญญา” ฝ่ายหนึ่ง กับ..................................................เกิดเมื่อวันที่.......... เดือน........................พ.ศ. ..........อายุ.........ปี ปฏิบัติงานเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่ง......................... ระดับ........................สังกัด........................................อยู่บ้านเลขที่...............ซอย........................................ ถนน..........................ตำบล/แขวง..............................อำเภอ/เขต............................จังหวัด.......................... ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้ให้สัญญา” อีกฝ่ายหนึ่ง
คู่สัญญาได้ตกลงกันมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ ๑. ผู้รับสัญญาอนุญาตให้ผู้ให้สัญญาไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย ระดับ................ สาขาวิชา..........................................ณ ประเทศ.........................................มีกำหนด.........ปี.........เดือน นับตั้งแต่วันที่........เดือน..........................พ.ศ. ..........จนถึงวันที่.........เดือน..........................พ.ศ. ............
ในกรณีที่ผู้รับสัญญาอนุญาตให้ผู้ให้สัญญาขยายระยะเวลาลาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย หลังจากครบกำหนดการอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ผู้ให้สัญญาตกลงที่จะทำสัญญากับผู้รับสัญญาขึ้นใหม่ เพื่อใช้ครอบคลุมระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลาลาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย แต่หากไม่ได้มีการจัดทำสัญญาขึ้นใหม่ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ให้ถือว่าสัญญาฉบับนี้มีผลครอบคลุมระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายดังกล่าวด้วย
ข้อ ๒. ในระหว่างเวลาที่ผู้ให้สัญญาได้รับอนุญาตให้ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ผู้ให้สัญญาจะต้องรักษาวินัยและประพฤติปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับและคำสั่งของผู้รับสัญญา และของสถานศึกษาหรือสถาบันที่ผู้ให้สัญญาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ทั้งที่ได้ออกใช้บังคับอยู่แล้วในวันทำสัญญานี้และที่จะออกใช้บังคับต่อไปโดยเคร่งครัด และให้ถือว่ากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งดังกล่าวนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้
ผู้ให้สัญญาจะต้องไม่ประพฤติตนในทางเป็นปฏิปักษ์ต่อการศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย และจะตั้งใจศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เพื่อให้สำเร็จการศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยโดยเร็ว
ข้อ ๓. ในกรณีที่ผู้ให้สัญญาประพฤติผิดสัญญาดังกล่าวในข้อ ๒ หรือในกรณีที่ผู้รับสัญญาพิจารณาเห็นว่าผู้ให้สัญญาไม่อาจสำเร็จการศึกษา ฝึกอบรม หรือเสร็จสิ้นการปฏิบัติการวิจัยได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ ๑ หรือการศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยของผู้ให้สัญญาต้องยุติลงด้วยประการใด ๆ หรือผู้รับสัญญาไม่อนุญาตให้ผู้ให้สัญญาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยไม่ว่ากรณีใด ๆ หรือมีความจำเป็นต้องเรียกผู้ให้สัญญากลับมาปฏิบัติงาน ผู้รับสัญญามีสิทธิเพิกถอนการอนุญาตตามสัญญานี้ได้ทันที และมีสิทธิระงับซึ่งทุนและหรือเงินเดือน รวมทั้งเงินที่ทางผู้รับจ้างจ่ายช่วยเหลือหรือเงินเพิ่มอื่นใด และผู้ให้สัญญาจะต้องปฏิบัติดังนี้
๓.๑ รายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติงานเป็นหนังสือต่อผู้รับสัญญาหรือผู้บังคับบัญชาชั้นต้นของผู้ให้สัญญาทันที
๓.๒ เข้าปฏิบัติงานในส่วนงานของผู้รับสัญญาตามที่ผู้รับสัญญาเห็นสมควรทันที เป็นระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย
๓.๓ กรณีที่ผู้ให้สัญญาเคยได้รับอนุญาตให้ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย หรือมีพันธะผูกพันที่จะต้องปฏิบัติงานชดใช้ตามสัญญาอื่น และยังปฏิบัติงานชดใช้ไม่ครบระยะเวลาตามสัญญานั้น การปฏิบัติงานชดใช้ตามสัญญานี้ให้เริ่มต้นนับตั้งแต่วันที่ปฏิบัติงานชดใช้ครบกำหนดเวลาตามสัญญาเดิมแล้ว
ความเสียหายใด ๆ อันเนื่องมาจากการที่ผู้ให้สัญญาไม่ปฏิบัติตามข้อ ๓.๑ ข้อ ๓.๒ และข้อ ๓.๓ ผู้ให้สัญญายินยอมรับผิดชดใช้ทั้งสิ้น
ข้อ ๔. เมื่อผู้ให้สัญญาสำเร็จการศึกษา ฝึกอบรม หรือเสร็จสิ้นการปฏิบัติการวิจัย ทั้งนี้ไม่ว่าจะสำเร็จการศึกษา ฝึกอบรม หรือเสร็จสิ้นการปฏิบัติการวิจัยภายในระยะเวลาตามข้อ ๑ หรือไม่ ผู้ให้สัญญาจะต้องกลับมาปฏิบัติงานในส่วนงานของผู้รับสัญญาตามที่ผู้รับสัญญาเห็นสมควรทันที เป็นระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย
ในกรณีที่ผู้ให้สัญญาเคยได้รับอนุญาตให้ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย หรือมีพันธะผูกพันที่จะต้องปฏิบัติงานชดใช้ตามสัญญาอื่นและยังปฏิบัติงานชดใช้ไม่ครบระยะเวลาตามสัญญานั้น การปฏิบัติงานตามสัญญานี้ให้เริ่มต้นนับตั้งแต่วันที่ปฏิบัติงานชดใช้ครบกำหนดเวลาตามสัญญาเดิมแล้ว
ข้อ ๕. ในกรณีที่ผู้ให้สัญญาผิดสัญญาในข้อ ๓.๒ หรือข้อ ๔ หรือผู้ให้สัญญาไม่กลับมาปฏิบัติงานไม่ว่าด้วยเหตุใด ผู้ให้สัญญาจะต้องชดใช้ทุน และเงินที่ผู้รับสัญญาจ่ายช่วยเหลือในระหว่างศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยคืนให้แก่ผู้รับสัญญา นอกจากนี้ผู้ให้สัญญาจะต้องชดใช้เงินอีกจำนวนหนึ่งเท่าของจำนวนทุนและเงินที่ผู้รับสัญญาจ่ายช่วยเหลือดังกล่าวให้เป็นเบี้ยปรับแก่ผู้รับสัญญาอีกด้วย
ในกรณีที่ผู้ให้สัญญากลับเข้าปฏิบัติงานบ้างแต่ไม่ครบระยะเวลาดังกล่าวในข้อ ๓.๒ หรือข้อ ๔ เงินที่จะชดใช้คืนและเบี้ยปรับตามวรรคหนึ่งข้างต้นจะลดลงตามส่วนของระยะเวลาที่ผู้ให้สัญญากลับเข้าปฏิบัติงาน
ข้อ ๖. เงินที่จะชดใช้คืนและเงินเบี้ยปรับตามข้อ ๕ ผู้ให้สัญญาจะต้องชำระให้แก่ผู้รับสัญญาจนครบถ้วนภายในกำหนดระยะเวลา ๓๐ (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้รับสัญญา หากผู้ให้สัญญาไม่ชำระภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวหรือชำระไม่ครบถ้วน ทั้งนี้ จะโดยความยินยอมของผู้รับสัญญาหรือไม่ก็ตาม ผู้ให้สัญญาจะต้องชำระดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของจำนวนเงินที่ยังมิได้ชำระ นับแต่วันครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจนกว่าจะชำระครบถ้วน
ข้อ ๗. ในกรณีที่ผู้ให้สัญญาไม่สามารถกลับเข้าปฏิบัติงาน หรือกลับเข้าปฏิบัติงานไม่ครบกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๓.๒ หรือข้อ ๔ เพราะถึงแก่ความตายหรือเกษียณอายุ ผู้ให้สัญญาไม่ต้องรับผิดตามความในข้อ ๕ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี
ในระหว่างระยะเวลาที่ผู้ให้สัญญาได้รับอนุญาตให้ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย หรือในระหว่างระยะเวลาที่ผู้ให้สัญญากลับเข้าปฏิบัติงานตามข้อ ๓.๒ หรือข้อ ๔ ถ้าผู้ให้สัญญาประพฤติผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกผู้รับสัญญาเลิกสัญญาปฏิบัติงาน ผู้ให้สัญญาจะต้องชดใช้เงินและเบี้ยปรับให้แก่ผู้รับสัญญาเป็นจำนวนเงินทั้งหมดหรือลดลงตามส่วนเช่นเดียวกับข้อ ๕ ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้รับสัญญาพิจารณาเห็นว่ามีเหตุผลอันสมควรที่ผู้ให้สัญญาไม่ต้องรับผิดเพราะถูกผู้รับสัญญาเลิกสัญญาปฏิบัติงาน
ในกรณีที่ผู้ให้สัญญาไม่สามารถกลับเข้าปฏิบัติงานหรือกลับเข้าปฏิบัติงานไม่ครบกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๓.๒ หรือข้อ ๔ เพราะถูกเลิกสัญญาปฏิบัติงานโดยไม่มีความผิดหรือลาออกเนื่องจากเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เป็นคนไร้ความสามารถ เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ผู้ให้สัญญาไม่ต้องรับผิดตามความในข้อ ๕ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี แต่ทั้งนี้ถ้าผู้ให้สัญญาไปทำงานอื่นในระหว่างระยะเวลา ๒ (สอง) ปี นับแต่วันที่ผู้ให้สัญญาจะต้องกลับเข้าปฏิบัติงาน หรือวันที่ผู้ให้สัญญาถูกเลิกสัญญาปฏิบัติงานโดยไม่มีความผิดหรือลาออกด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น ผู้ให้สัญญายังคงต้องรับผิดชดใช้เงินและเบี้ยปรับตามข้อ ๕ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง แล้วแต่กรณี
ข้อ ๘. ในกรณีที่ผู้ให้สัญญามีพันธะต้องชำระเงินให้แก่ผู้รับสัญญาตามสัญญานี้ ผู้ให้สัญญายอมให้ผู้รับสัญญาหักเงินเดือน และหรือเงินอื่นใดที่ผู้ให้สัญญาจะพึงได้รับจากผู้รับสัญญา เพื่อชดใช้เงินที่ผู้ให้สัญญาต้องรับผิดชอบตามสัญญานี้ได้ ทั้งนี้ หากครบกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ตามที่ระบุไว้ในข้อ ๖ แล้ว แต่ทางผู้รับสัญญายังมิได้สั่งจ่ายเงินเดือนหรือเงินอื่นใดดังกล่าวให้แก่ผู้ให้สัญญา ผู้ให้สัญญาจะต้องรับผิดชดใช้ในส่วนของดอกเบี้ยผิดนัดที่เกิดขึ้นในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จนกว่าจะถึงวันที่ผู้รับสัญญาเบิกหักส่งเงินดังกล่าวชดใช้หนี้
ข้อ ๙. ในวันทำสัญญานี้ ผู้ให้สัญญาได้จัดให้........................................................ทำสัญญาค้ำประกันการปฏิบัติและความรับผิดตามสัญญานี้ของผู้ให้สัญญาด้วยแล้ว
ในกรณีผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตาย หรือถูกศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือมีคำพิพากษาให้ล้มละลาย หรือผู้รับสัญญาเห็นสมควรให้ผู้ให้สัญญาเปลี่ยนผู้ค้ำประกัน ผู้ให้สัญญาจะต้องจัดให้มีผู้ค้ำประกันรายใหม่มาทำสัญญาค้ำประกันแทนภายในกำหนด ๓๐ (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่ผู้ค้ำประกันเดิมถึงแก่ความตาย หรือถูกศาลมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือมีคำพิพากษาให้ล้มละลาย หรือวันที่ผู้ให้สัญญาได้รับแจ้งจากผู้รับสัญญาให้เปลี่ยนผู้ค้ำประกันแล้วแต่กรณี ถ้าผู้ให้สัญญาไม่สามารถจัดให้มีผู้ค้ำประกันรายใหม่มาทำสัญญาค้ำประกันแทนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้รับสัญญามีสิทธิเพิกถอนการอนุญาตตามสัญญานี้ได้ เว้นแต่ผู้รับสัญญาตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบแล้วเห็นว่าผู้ให้สัญญาเป็นผู้มีศักยภาพสูงยิ่งในการศึกษา จะอนุมัติให้ผู้ให้สัญญาไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยโดยไม่มีผู้ค้ำประกันก็ได้
สัญญานี้ทำขึ้นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจข้อความในสัญญานี้โดยละเอียดตลอดแล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และคู่สัญญาต่างยึดถือไว้ฝ่ายละฉบับ
ลงนาม..................................................ผู้ให้สัญญา
(..................................................)
ลงนาม..................................................ผู้รับสัญญา
(..................................................)
ลงนาม..................................................พยาน
(..................................................)
ลงนาม..................................................พยาน
(..................................................)
คำยินยอมของคู่สมรส (กรณีผู้ให้สัญญามีคู่สมรส)
ข้าพเจ้า นาย/นาง/นางสาว ..........................................................................................เป็นคู่สมรสของผู้ให้สัญญาข้างต้น ตามใบสำคัญการสมรส เลขทะเบียนที่ ........................................................................ ลงวันที่ ......................................................................... ได้รับทราบข้อความตามสัญญาข้างต้นแล้ว ยินยอมให้ผู้ให้สัญญาทำสัญญาดังกล่าวได้
ลงนาม.................................................. คู่สมรส/ผู้ให้ความยินยอม
(..................................................)
ลงนาม.................................................. พยาน
(..................................................)
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าไม่มีคู่สมรส (เป็นโสด/คู่สมรสตาย/หย่า) ในขณะที่ทำสัญญานี้
ลงนาม.............................................. ผู้ให้สัญญา
(..............................................)
หลักฐานที่ใช้ประกอบการทำสัญญา
๑. หลักฐานของผู้ให้สัญญา
๑.๑ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
๑.๒ สำเนาบัตรพนักงานมหาวิทยาลัย บัตร..........................................
๑.๓ สำเนาทะเบียนบ้าน
๑.๔ หนังสือรับรองเงินเดือน (ต้นฉบับ)
๒. หลักฐานคู่สมรสของผู้ให้สัญญา (ถ้ามีคู่สมรส)
๒.๑ คำยินยอมของคู่สมรส
๒.๒ สำเนาใบสำคัญการสมรส
๒.๓ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
๓. สำเนาหลักฐานทุกฉบับต้องลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องด้วยปากกาสีน้ำเงิน
สัญญาเลขที่..........................
สัญญาค้ำประกัน
ทำที่.........................................................................
วันที่...........เดือน...............................พ.ศ. ...........
ข้าพเจ้า..................................................อายุ....... ปี เชื้อชาติ.............. สัญชาติ.............. บัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ ...................................อยู่บ้านเลขที่......................... ตรอก/ซอย ........................................... ถนน............................................. ตำบล/แขวง........................................ อำเภอ/เขต............................................ จังหวัด.................................................... อาชีพ.......................................................... คู่สมรสชื่อ.......................................................... ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า “ผู้ค้ำประกัน” ขอทำสัญญาค้ำประกันให้ไว้แก่มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่า “ผู้รับสัญญา” ดังมีข้อความต่อไปนี้
ข้อ ๑ มูลหนี้ในการค้ำประกัน
☐ (๑) สัญญาลาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ของ............................................... ...................................ให้ไว้แก่ผู้รับสัญญา โดยหนังสือสัญญาเลขที่...........................................ลงวันที่......... เดือน................................ พ.ศ. ............. โดยกำหนดวงเงินทุน และวงเงินช่วยเหลือในระหว่างศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย เป็นเงิน ........................................................ บาท (.............................................. ..........................................................................)
☐ (๒) หนังสือชดใช้หนี้และการผ่อนชำระสัญญารับทุนลาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ของ.......................................................................ให้ไว้แก่ผู้รับสัญญา โดยหนังสือสัญญาเลขที่ ........................................ลงวันที่......... เดือน................................ พ.ศ. .............
นั้น ผู้ค้ำประกันทราบและเข้าใจข้อความในสัญญาดังกล่าวนี้แล้ว จึงทำสัญญาค้ำประกันไว้ต่อผู้รับสัญญาว่า ถ้า..........................................................ผิดสัญญาดังกล่าวไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใดด้วยประการใด ๆ ก็ดี ผู้ค้ำประกันยินยอมรับผิดตามข้อผูกพันในสัญญาดังกล่าวนี้พร้อมดอกเบี้ยและค่าเสียหาย (ถ้ามี) ครบเต็มจำนวนทันทีที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้รับสัญญา
ข้อ ๒ กรณีที่..........................................................ได้รับอนุมัติจากทางผู้รับสัญญาให้ขยายระยะเวลาการลาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยต่อด้วยทุนมหาวิทยาลัย แม้การขยายเวลาดังกล่าวนั้นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสาขาวิชา ระดับการศึกษา สถานศึกษา หรือประเทศที่ศึกษาไปจากเดิม และผู้รับสัญญาได้แจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบและผู้ค้ำประกันได้ตกลงยินยอม ให้ถือว่าผู้ค้ำประกันตกลงรับเป็นผู้ค้ำประกัน ........................................................... ต่อไปตลอดระยะเวลาที่.............................................. ได้ขยายเวลาการอยู่ศึกษาต่อด้วยทุนมหาวิทยาลัย และกรณีดังกล่าวหาเป็นเหตุปลดเปลื้องความรับผิดของผู้ค้ำประกัน
ข้อ ๓ กรณีที่ผู้รับสัญญาผ่อนเวลาหรือผ่อนจำนวนเงินในการชำระหนี้ให้แก่ ................... ........................................................... ไม่ว่าในกรณีใด ๆ โดยได้แจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบและผู้ค้ำประกันได้ตกลงยินยอมในการผ่อนเวลาหรือผ่อนจำนวนเงินในการชำระหนี้นั้น ให้ถือว่าผู้ค้ำประกันตกลงยินยอมด้วยในการผ่อนเวลาหรือผ่อนจำนวนเงินในการชำระหนี้ และกรณีดังกล่าวหาเป็นเหตุปลดเปลื้องความรับผิดของผู้ค้ำประกัน
ข้อ ๔ ผู้ค้ำประกันขอแสดงหลักทรัพย์ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ค้ำประกันและปลอดจากภาระผูกพันใด ๆ อันทำให้ทรัพย์สินนี้เสื่อมค่า เพื่อเป็นหลักฐานในการค้ำประกันไว้ต่อผู้รับสัญญา ดังนี้
ก. ที่ดิน โฉนดเลขที่.................................... หน้าสำรวจ................................................ ระวาง.................................... เนื้อที่............... ไร่.................. งาน............................................ ตารางวา อยู่ที่ตำบล/แขวง.................................... อำเภอ/เขต.................................... จังหวัด.................................... ราคาประมาณ.......................................... บาท (....................................................)
ข. ที่ดิน โฉนดเลขที่.................................... หน้าสำรวจ................................................ ระวาง............................ เนื้อที่........ไร่..........งาน............วา อยู่ที่ตำบล/แขวง............................................ อำเภอ/เขต...................................... จังหวัด.................................. ราคาประมาณ..................................บาท (..................................................)
หลักทรัพย์อื่น
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
ข้อ ๕ ผู้ค้ำประกันสัญญาว่าจะไม่จำหน่าย โอน ก่อหนี้สิน หรือภาระผูกพันใด ๆ ในทรัพย์สินของผู้ค้ำประกันตามที่ระบุไว้ในข้อ ๓ ตลอดระยะเวลาที่สัญญาค้ำประกันฉบับนี้ยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้รับสัญญา
ข้อ ๖ ผู้ค้ำประกันจะไม่เพิกถอนการค้ำประกันไม่ว่ากรณีใด ๆ ตราบเท่าที่ผู้ให้สัญญายังต้องรับผิดชอบอยู่ตามเงื่อนไขในสัญญา
สัญญานี้ทำขึ้นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน ผู้ค้ำประกันได้อ่านและเข้าใจข้อความในสัญญาฉบับนี้โดยละเอียดตลอดแล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน และคู่สัญญาต่างยึดถือไว้ฝ่ายละฉบับ
ลงนาม..................................................ผู้ค้ำประกัน
(..................................................)
ลงนาม..................................................พยาน
(..................................................)
ลงนาม..................................................พยาน
(..................................................)
คำยินยอมของคู่สมรส (กรณีผู้ค้ำประกันมีคู่สมรส)
ข้าพเจ้า นาย/นาง/นางสาว .......................................................................................... เป็นคู่สมรสของผู้ค้ำประกันข้างต้น ตามใบสำคัญการสมรส เลขทะเบียนที่ ........................................................................ ลงวันที่ ...................................................................... ได้รับทราบข้อความตามสัญญาค้ำประกันข้างต้นแล้ว ยินยอมให้ผู้ค้ำประกันทำสัญญาค้ำประกันดังกล่าวได้
ลงชื่อ .................................................. คู่สมรส/ผู้ให้ความยินยอม
(..................................................)
ลงชื่อ .................................................. พยาน
(..................................................)
หลักฐานที่ใช้ประกอบการทำสัญญาค้ำประกัน
๑. หลักฐานของผู้ค้ำประกัน
๑.๑ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
๑.๒ สำเนาบัตรข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย
๑.๓ สำเนาทะเบียนบ้าน
๑.๔ สำเนาโฉนดที่ดิน และราคาประเมิน
๔.๕ สำเนาหลักทรัพย์อื่นๆ
๑.๔ หนังสือรับรองเงินเดือน (ต้นฉบับ)
๒. หลักฐานคู่สมรสของผู้ค้ำประกัน (ถ้ามีคู่สมรส)
๒.๑ คำยินยอมของคู่สมรส
๒.๒ สำเนาใบสำคัญการสมรส
๒.๓ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
๓. สำเนาหลักฐานทุกฉบับต้องลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องด้วยปากกาสีน้ำเงิน
๔. ค่าอากรแสตมป์ ๑๐ บาท ติดสัญญาค้ำประกัน
ลำดับของผู้ค้ำประกัน โดยให้พิจารณาความสามารถในการใช้หนี้จากฐานะ รายได้ และอายุ
๑. เป็นมารดา หรือบิดาชอบด้วยกฎหมาย (ไม่รวมบิดามารดาบุญธรรม)
๒. เป็นพี่น้องร่วมบิดาและมารดาเดียวกัน
๓. บุคคลอื่นโดยแสดงหลักทรัพย์
๔. หากไม่มีบุคคลตาม ๑. - ๓.ให้บุคคลต่อไปนี้เป็นผู้ค้ำประกันได้
๔.๑ กรณีเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย หรือข้าราชการ ต้องมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับปฏิบัติการหรือเทียบเท่าขึ้นไป
๔.๒ กรณีเป็นข้าราชการทหาร ตำรวจ ต้องมียศในระดับสัญญาบัตรหรือเทียบเท่าขึ้นไป
๔.๓ กรณีเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน ต้องมีเงินเดือนไม่น้อยกว่าเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท
เงื่อนไขการค้ำประกัน
๑. ผู้ค้ำประกัน ๑ คน มีสิทธิค้ำประกันผู้ขอรับทุนได้ไม่เกิน ๑ คน
๒. กรณีผู้ค้ำประกันมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามที่กำหนดข้างต้น ให้อยู่ในดุลพินิจของอธิการบดีที่จะพิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสม
สัญญาเลขที่........../..............
หนังสือชดใช้หนี้และการผ่อนชำระ
สัญญารับทุนลาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย
ทำที่..............................................................
วันที่.........เดือน...................................พ.ศ. ...............
ข้าพเจ้า..............................................................อายุ.........ปี เลขประจำตัวประชาชนเลขที่ .......................................................(บัตรประจำตัวพนักงานมหาวิทยาลัยเลขที่........../..........) ออกให้โดย ........................... เมื่อวันที่.........เดือน..................................พ.ศ. ..............ปรากฏหลักฐานตามสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/สำเนาบัตรพนักงานมหาวิทยาลัยแนบท้ายหนังสือฉบับนี้ อยู่บ้านเลขที่...............ตรอก/ซอย................................ ถนน..........................ตำบล/แขวง...........................อำเภอ/เขต........................... จังหวัด.............................. โทรศัพท์...........................ขอทำหนังสือฉบับนี้ และขอผ่อนชำระหนี้ให้ไว้ต่อมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ซึ่งต่อไปในหนังสือฉบับนี้เรียกว่า “มหาวิทยาลัย” ดังมีข้อความต่อไปนี้
ข้อ ๑. ตามที่ข้าพเจ้าได้ทำสัญญารับทุนลาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ตามสัญญาเลขที่...............................ฉบับลงวันที่.........................................ไว้ต่อมหาวิทยาลัย และข้าพเจ้าได้ผิดสัญญาดังกล่าว ซึ่งข้าพเจ้าจะต้องชดใช้เงินคืนพร้อมเบี้ยปรับและดอกเบี้ยตามสัญญาดังกล่าว รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น..........................................บาท (......................................................) และข้าพเจ้ายอมรับว่าเป็นหนี้ตามสัญญาดังกล่าวจริง โดยหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้ายินยอมรับสภาพหนี้และยินยอมรับผิดชดใช้เงินดังกล่าวเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น...........................................บาท (..............................................) โดยข้าพเจ้าได้ชดใช้เงินในวันทำหนังสือฉบับนี้แล้วเป็นจำนวนเงิน...........................บาท (.........................................) พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้เป็นจำนวนเงิน.......................................บาท (..............................................) ส่วนเงินที่ยังค้างชำระที่เหลืออีกจำนวน...........................................บาท (..................................................) ขอผ่อนชำระให้แล้วเสร็จภายในกำหนด...........ปี..........เดือน พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของจำนวนเงินที่ค้างชำระนับแต่วันทำหนังสือนี้จนถึงวันชำระหนี้ครบตามจำนวน
ข้อ ๒. จำนวนเงินที่ข้าพเจ้าจะต้องรับผิดชดใช้ตามข้อ ๑ ข้าพเจ้าขอผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือนในอัตราเดือนละ...........................บาท (...............................................) พร้อมทั้งชำระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในแต่ละงวดที่ชำระเงินต้นด้วย จนกว่าจะครบจำนวนเงินที่ต้องรับผิดชดใช้ และข้าพเจ้ารับรองว่าจะไม่เรียกร้องเพื่อขอระงับ หรืองดเว้นการชำระหนี้ครั้งนี้เป็นอันขาด ทั้งนี้ จะเริ่มผ่อนชำระภายในวันที่..........ของทุกเดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือน.................................พ.ศ. .............. เป็นต้นไป
ข้อ ๓. ในกรณีที่การผ่อนชำระหนี้ ซึ่งจะต้องขออนุมัติจากมหาวิทยาลัย ถ้ามหาวิทยาลัยไม่อนุมัติให้ข้าพเจ้าผ่อนชำระเป็นรายเดือนตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในข้อ ๒ ข้าพเจ้ายินยอมผ่อนชำระเงินตามจำนวนที่มหาวิทยาลัยกำหนด
ข้อ ๔. ในกรณีที่ข้าพเจ้าผิดนัดในการชำระหนี้เกินกว่า.........เดือน หรือไม่สามารถส่งเงินชำระหนี้ได้ หรือผิดเงื่อนไขใด ๆ ด้วยเหตุใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินยอมให้มหาวิทยาลัยยกเลิกการขอผ่อนชำระหนี้ของข้าพเจ้า และข้าพเจ้ายินยอมชดใช้เงินคืนและเบี้ยปรับพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ที่ค้างชำระทั้งหมดให้แก่มหาวิทยาลัยทันที และหรือยินยอมให้มหาวิทยาลัยหักเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ หรือเงินอื่นใดที่ข้าพเจ้าพึงได้รับจากทางมหาวิทยาลัย ส่งใช้หนี้ได้อีกด้วย
ข้อ ๕. ในวันที่ทำหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้าได้จัดให้..............(ชื่อบุคคล)................ค้ำประกันการชำระหนี้ตามหนังสือฉบับนี้ของข้าพเจ้า ในกรณีที่ผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตาย หรือเป็นคนสาบสูญ หรือเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือถูกศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือมีคำพิพากษาให้ล้มละลาย หรือสภาพฐานะความเป็นผู้ค้ำประกันลดน้อยลง หรือทางมหาวิทยาลัยพิจารณาให้เปลี่ยนหรือเพิ่มผู้ค้ำประกัน ข้าพเจ้าจะดำเนินการเปลี่ยนผู้ค้ำประกันให้เป็นที่พอใจภายใน ๖๐ (หกสิบ) วัน นับแต่ทราบเหตุหรือได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อไป
ข้อ ๖. หากต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอย่างอื่นในการส่งเงินหรือในการบังคับชำระหนี้ตามหนังสือฉบับนี้ ข้าพเจ้าจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
หนังสือนี้ทำขึ้น ๓ (สาม) ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน ข้าพเจ้าได้อ่านข้อความในหนังสือนี้โดยละเอียดตลอดแล้ว เห็นว่าถูกต้องตรงตามเจตนา จึงได้ลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานเป็นหลักฐาน ข้าพเจ้ายึดถือไว้หนึ่งฉบับ มหาวิทยาลัยยึดถือไว้หนึ่งฉบับ และเก็บไว้ที่ฝ่ายการคลังของส่วนงานต้นสังกัดของข้าพเจ้าอีกหนึ่งฉบับ
ลงชื่อ .................................................. ผู้ชดใช้หนี้
(..................................................)
ลงชื่อ .................................................. พยาน
(..................................................)
ลงชื่อ .................................................. พยาน
(..................................................)
คำยินยอมของคู่สมรส (กรณีมีคู่สมรส)
ข้าพเจ้า นาย/นาง/นางสาว .......................................................................................... เป็นคู่สมรสของผู้ชดใช้หนี้ข้างต้น ตามใบสำคัญการสมรส เลขทะเบียนที่ ............................................................... ลงวันที่ ...................................................................... ได้รับทราบข้อความตามหนังสือชดใช้หนี้และการผ่อนชำระแล้ว ยินยอมให้ผู้ชดใช้หนี้ทำหนังสือชดใช้หนี้และการผ่อนชำระดังกล่าวได้
ลงชื่อ .................................................. คู่สมรส/ผู้ให้ความยินยอม
(..................................................)
ลงชื่อ .................................................. พยาน
(..................................................)
หลักฐานที่ใช้ประกอบการทำหนังสือชดให้หนี้และการผ่อนชำระฯ
๑. หลักฐานของผู้ชดใช้หนี้
๑.๑ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
๑.๒ สำเนาบัตรพนักงานมหาวิทยาลัย บัตร..................................................
๑.๓ สำเนาทะเบียนบ้าน
๑.๔ หนังสือรับรองเงินเดือน (ต้นฉบับ)
๒. หลักฐานคู่สมรสของผู้ให้ความยินยอม (ถ้ามีคู่สมรส)
๒.๑ คำยินยอมของคู่สมรส
๒.๒ สำเนาใบสำคัญการสมรส
๒.๓ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
๓. สำเนาหลักฐานทุกฉบับต้องลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องด้วยปากกาสีน้ำเงิน
เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว