เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ
ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรื่อง ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2557
ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เรื่อง ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
พ.ศ. ๒๕๕๗
โดยที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๖ ให้เปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเป็นมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แล้ว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) และมาตรา ๖๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๗ จึงออกประกาศไว้ ดังนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เรื่อง ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๗”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เรื่อง ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓ และให้ใช้ประกาศฉบับนี้แทน
ข้อ ๔ ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กำหนดดังภาพท้ายประกาศนี้ โดยมีข้อความ รูปลักษณ์ ความหมาย ขนาด วัสดุที่ใช้สร้างและการใช้ประทับกำกับ ดังนี้
ลักษณะและความหมายของเครื่องหมาย เป็นสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย ใช้ตามสัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร ดังนี้
สัญลักษณ์พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เป็นภาพจำลองจากฝีพระหัตถ์ของพลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ซึ่งได้เขียนทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในวาระดิถี ๖๐ พรรษาของพระองค์ โดยมีความหมายถึง การบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ท้องถิ่นอย่างเหมาะสม
ตราพระอินทร์ทรงช้างเกี่ยวข้องกับกรุงเทพมหานคร เพราะว่า กรุงเทพเป็นเมืองเทวดาของพระอินทร์ดังปรากฏตามชื่อเมือง ซึ่งรัชกาลที่ ๑ ได้พระราชทานว่า “กรุงเทพมหานครบวรรัตนโกสินทร์” และรัชการที่ ๕ ทรงแก้สร้อยชื่อเมืองเป็น “กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์” ก็คือโกสิน สนธิกับอินทร์ ซึ่งหมายถึงพระอินทร์
สาเหตุที่ยกกรุงเทพมหานครเป็นเมืองพระอินทร์ สันนิษฐานว่า เพราะคำว่า “รัตนโกสินทร์” คือ แก้วของพระอินทร์ อันได้แก่พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ซึ่งมีสีเขียวเหมือนสีกายของพระอินทร์ เมืองของพระแก้วมรกตจึงเป็นเมืองของพระอินทร์
รูปพระอินทร์ ที่เป็นตรากรุงเทพมหานครนั้น ถือวชิราวุธ หรืออาวุธที่เป็นสายฟ้าเป็นอาวุธประจำพระองค์ ทั้งนี้เพราะพระอินทร์มีหน้าที่ขับไล่ประหารอสูรหรือฤาษีที่ทำความมืดมัวแก่โลก กล่าวคือ เมื่อฤาษีบำเพ็ญตบะจนโลกมืดมัว ฝนไม่ตกตามฤดูกาล พระอินทร์จะทรงใช้สายฟ้าหรือใช้นางอัปสรไปยั่วยวนทำลายตบะฤาษี ฝนจะตก ท้องฟ้าแจ่มใส เกิดแสงสว่างและความชุ่มชื้นดังเดิม ดังนั้น รูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณบนก้อนเมฆ จึงมีความหมายในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงประชา
ด้านบนของตราสัญลักษณ์ เป็นคำอักษรภาษาบาลี คำว่า “วิชชฺา อุปปตตํ เสฏฺฐา” แปลว่า “การเกิดปัญญาประเสริฐกว่าเกิดสิ่งใด ๆ”
ส่วนด้านล่างเป็นอักษรไทย คำว่า “มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช”
ข้อ ๔ สีประจำมหาวิทยาลัย
สีเขียวเข้ม
ข้อ ๕ การใช้ ตรา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ตามข้อ ๔ เพื่อการค้า หรือใช้สิ่งดังกล่าวที่มิใช่เพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัย หรือส่วนงานของมหาวิทยาลัย ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากมหาวิทยาลัย
ข้อ ๖ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามประกาศนี้ และมีอำนาจวินิจฉัย คำวินิจฉัยของอธิการบดีให้ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด
ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร
นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิรา
ภาพท้ายประกาศมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
เรื่อง ตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๗
[ภาพ: ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช รูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณบนก้อนเมฆ ในวงกลม ด้านบนมีคำภาษาบาลี ด้านล่างมีอักษร “มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช”]
เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว