เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
ที่ ทปอ. ๖๕/ว๐๓๗๗
๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕
เรื่อง ขอแจ้งเวียนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
เรียน อธิการบดี
สิ่งที่ส่งมาด้วย บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
ตามที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ในการประชุมสามัญที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยและสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๕/๒๕๖๔ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) นั้น
บัดนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เสร็จสมบูรณ์แล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๕ ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน ชั้น ๕ อาคารการอุดมศึกษา ๑ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ใคร่ขอแจ้งเวียนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสถาบันอุดมศึกษาต่อไปในอนาคต (รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย)
จึงเรียนมาโปรดทราบ จักขอบคุณยิ่ง
ขอแสดงความนับถือ
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เผชิญชัยภัต ไชยสิทธิ์)
เลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
โทรศัพท์ ๐ – ๒๑๒๖ – ๕๑๑๑ กด ๒
โทรศัพท์มือถือ ๐๖๔-๗๕๑-๘๑๗๐
E-mail: contacts@cupt.net
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
ระหว่าง
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ
และ
สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ จัดทำขึ้น ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 ระหว่าง
สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 75/47 อาคารพระจอมเกล้า ถนนพระราม 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงนี้ เรียกว่า “สป.อว.” ฝ่ายที่หนึ่ง
สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ โดย พลเอก ดร.ปรัชญา เฉลิมวัฒน์ ตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ สำนักงานตั้งอยู่ที่ 120 หมู่ 3 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ชั้น 7 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงนี้ เรียกว่า “สกมช.” ฝ่ายที่สอง
ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย โดย ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ตำแหน่ง ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 328 อาคารสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ชั้น 3 ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงนี้ เรียกว่า “ทปอ.” ฝ่ายที่สาม
ที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด ตำแหน่งประธานที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 39 หมู่ 1 ถนนรังสิต-นครนายก ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12110 ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงนี้ เรียกว่า “ทปอ.มทร.” ฝ่ายที่สี่
ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลินดา เกณฑ์มา ตำแหน่งประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 328 ชั้น 13 อาคารสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงนี้ เรียกว่า “ทปอ.มรภ.” ฝ่ายที่ห้า และ
สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย โดย ดร.พรชัย มงคลวนิช ตำแหน่งนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย สำนักงานตั้งอยู่ที่ 328 ชั้น 6 อาคารสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงนี้ เรียกว่า “สสอท.” ฝ่ายที่หก
โดยที่ สป.อว. สกมช. ทปอ. ทปอ.มทร. ทปอ.มรภ. และ สสอท. ตระหนักและให้ความสำคัญในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดนโยบาย มาตรการ แนวทางการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศในการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ มิให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ รวมทั้งให้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบงานตามพระราชบัญญัติ และประสานการปฏิบัติงานร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าในสถานการณ์ทั่วไปหรือสถานการณ์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างร้ายแรง อันจะทำให้การป้องกันและการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มดังกล่าว ทั้ง 6 (หก) ฝ่ายจึงได้ตกลงทำ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสร้างความปลอดภัย การป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ฉบับนี้ ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ เรียกว่า “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ” โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 วัตถุประสงค์
1.1 เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมถึงการสร้างความตระหนักด้านสถานการณ์เกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ร่วมกัน เพื่อให้มีการดำเนินการเชิงปฏิบัติการที่มีลักษณะบูรณาการและเป็นปัจจุบัน
1.2 ประสานงาน สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือสถาบันอุดมศึกษาในเครือข่ายในการผลิตกำลังคนเฉพาะด้าน พัฒนาทักษะ รวมทั้งการปฏิบัติตามนโยบายและแผนว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แผนปฏิบัติการเพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และมาตรการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
1.3 ศึกษาและวิจัยข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมทั้งดำเนินการอบรมและฝึกซ้อมการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้แก่สถาบันอุดมศึกษา
1.4 ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตลอดจนดำเนินการฝึกอบรมเพื่อยกระดับทักษะความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
1.5 ทำงานร่วมกันเฝ้าระวังความเสี่ยงในการเกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ ติดตาม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ และการแจ้งเตือนเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์
ข้อ 2 สถานที่ในการดำเนินงาน
2.1 สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
2.2 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
2.3 สถาบันอุดมศึกษาเครือข่ายที่ลงนามในสัญญาความร่วมมือ
ข้อ 3 การดำเนินงานและกิจกรรมร่วมกัน
ทาง สป.อว. สกมช. ทปอ. ทปอ.มทร. ทปอ.มรภ. และ สสอท. เห็นควรมีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกัน โดยมีแนวทางความร่วมมือในขอบเขตของการพัฒนากำลังคน พัฒนาทักษะ การสร้างความปลอดภัย การป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ดังนี้
3.1 ให้ทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษา ที่เข้าฝึกปฏิบัติงานในหลักสูตร Cooperative and Work Integrated Education (CWIE)
3.2 ให้ทุนมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาหลักสูตร Degree และ Non degree
3.3 ให้การสนับสนุนอาจารย์ในการพัฒนา course online
3.4 ให้ทุนสนับสนุนการสำรวจ Cyber education readiness ระดับอุดมศึกษา เพื่อทำแผนพัฒนาการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
3.5 ให้การสนับสนุน เพื่อสร้างบุคลากรด้านการศึกษาด้าน CyberSecurity
ข้อ 4 ขอบเขตความร่วมมือ
4.1 สป.อว.
(1) สนับสนุนการวิจัย นวัตกรรมการอุดมศึกษา และองค์ความรู้เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานในการสร้างความปลอดภัย การป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
(2) สนับสนุน รวบรวม วิเคราะห์และส่งมอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความปลอดภัย การป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
(3) อำนวยความสะดวก สนับสนุนและประสานงานระหว่างส่วนงานและหน่วยงานในกำกับของกระทรวง อว. เพื่อการพัฒนาความร่วมมือในการสร้างความปลอดภัย การป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
(4) ร่วมสร้างและพัฒนาเครือข่ายภาคีภาคเอกชน ในการสร้างความปลอดภัย การป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
(5) ให้ข้อเสนอ คำแนะนำ และร่วมกันจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสร้างความปลอดภัย การป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
(6) ร่วมติดตามผลการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิผล
4.2 สกมช.
(1) จัดทำประมวลแนวทางปฏิบัติและกรอบมาตรฐานด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
(2) ให้ความช่วยเหลือสถาบันอุดมศึกษาในการปฏิบัติตามนโยบายและแผนว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แผนปฏิบัติการเพื่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และมาตรการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
(3) ให้การสนับสนุนงบประมาณสถาบันอุดมศึกษาในเครือข่าย ทปอ. ทปอ.มทร. ทปอ.มรภ. และ สสอท. ในการผลิตกำลังคน พัฒนาทักษะ งานวิจัย งานบริการวิชาการ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และมาตรการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามงบประมาณที่ สกมช. ได้รับการจัดสรร
4.3 ทปอ. ทปอ.มทร. ทปอ.มรภ. และ สสอท.
(1) รวบรวม วิเคราะห์ และส่งมอบข้อมูล จำนวนหลักสูตร จำนวนบุคลากร นิสิตนักศึกษา ที่ต้องการผลิตกำลังคน บริการวิชาการ หรือพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และมาตรการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
(2) ผลิตกำลังคน พัฒนาอาจารย์ บุคลากร หรือพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และมาตรการป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
(3) ร่วมติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิผล
ข้อ 5 ระยะเวลาความร่วมมือ
ข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้มีระยะเวลา 5 (ห้า) ปี นับตั้งแต่วันที่ทุกฝ่ายได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้อาจสิ้นสุดลงก่อนครบกำหนดระยะเวลาความร่วมมือดังกล่าวในกรณี ดังนี้
5.1 ทุกฝ่ายตกลงกันเป็นหนังสือ เพื่อเลิกบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้
5.2 หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสงค์จะบอกเลิกบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ให้แจ้งอีกฝ่ายที่เหลือทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือก่อนวันที่ประสงค์ให้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้สิ้นสุดลงเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 (สามสิบ) วัน เมื่อถึงกำหนดเวลาตามที่ได้บอกกล่าวแล้ว ให้ถือว่าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้เป็นอันสิ้นสุดลง
5.3 กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตาม และ/หรือปฏิบัติผิดเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดที่กำหนดไว้ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ และฝ่ายที่มิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือได้มีหนังสือบอกกล่าวให้ฝ่ายที่ไม่ปฏิบัติตาม และ/หรือปฏิบัติผิดเงื่อนไขของบันทึกข้อตกลงให้ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในกำหนด 30 (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าวแล้ว แต่ฝ่ายที่ได้รับหนังสือบอกกล่าวไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ฝ่ายที่มิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือมีสิทธิบอกเลิกบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ได้
การที่บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้สิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยกรณีใด ไม่มีผลเป็นการยกเลิกโครงการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ที่ดำเนินงานไปแล้ว หรือที่อยู่ระหว่างดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ เว้นแต่ทั้ง 6 (หก) ฝ่ายจะตกลงเป็นหนังสือกันเป็นอย่างอื่น
เมื่อบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้สิ้นสุดลง แต่ละฝ่ายมีสิทธิที่จะดำเนินงานโครงการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ต่อไปได้เอง หรือร่วมมือกับบุคคลอื่นต่อไปได้โดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ในส่วนของตนโดยจะต้องไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของอีกฝ่าย และไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ และ/หรือความลับทางการค้าของอีกฝ่ายหนึ่ง
ข้อ 6 การรักษาความลับ
ทั้ง 6 (หก) ฝ่ายตกลงว่าจะรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ และ/หรือความลับทางการค้า ซึ่งฝ่ายที่เป็นเจ้าของข้อมูลที่เป็นความลับ และ/หรือความลับทางการค้าประสงค์จะให้เก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวนั้นไว้เป็นความลับ ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้รวมเรียกว่า “ข้อมูลที่เป็นความลับ” โดยทั้ง6 (หก) ฝ่ายจะไม่เปิดเผย เผยแพร่ หรือกระทำด้วยวิธีการใดให้บุคคลภายนอกได้รับทราบข้อมูลที่เป็นความลับไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์อย่างอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ เว้นแต่กรณีที่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของข้อมูลที่เป็นความลับก่อน หรือเป็นการเปิดเผยข้อมูลให้กับหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย กรณีหากเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับแก่บุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษา และ/หรือบุคคลภายนอกที่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อมูลที่เป็นความลับนั้น ฝ่ายที่เปิดเผยข้อมูลจะต้องดำเนินการให้บุคลากร พนักงาน ลูกจ้างที่ปรึกษา และ/หรือบุคคลภายนอกดังกล่าวต้องผูกพันในการรักษาความลับของข้อมูลที่เป็นความลับโดยมีข้อกำหนดเช่นเดียวกับข้อกำหนดในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ด้วย
การรักษาความลับดังกล่าวตามวรรคหนึ่งให้ยังคงมีผลต่อไป ตราบใดที่ข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าวยังคงเป็นความลับอยู่ แม้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือจะสิ้นสุดลงแล้ว ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากฝ่ายที่เป็นเจ้าของข้อมูลที่เป็นความลับนั้นก่อน
ข้อกำหนดเรื่องการรักษาความลับตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือข้อนี้ ให้ใช้บังคับกับข้อตกลงของแต่ละโครงการย่อยด้วย เว้นแต่ทั้ง 6 (หก) ฝ่ายจะมีข้อตกลงเป็นหนังสือกันเป็นอย่างอื่น
การเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือข้อมูลใด ๆ ในการดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ทุกฝ่ายตกลงปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ตลอดจนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 7 ข้อมูลส่วนบุคคล
แต่ละฝ่ายตกลงกันว่าจะปฏิบัติตนในฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยแต่ละฝ่ายมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลแยกจากกัน และเป็นอิสระต่อกัน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการโอนข้อมูลส่วนบุคคล แต่ละฝ่ายตกลงจะต้องรับผิดชอบในการปฏิบัติตามภาระผูกพันตามกฎหมายในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล และให้การรับรองว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับข้อมูลข่าวสาร รวมถึงที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลและการติดต่อผู้รับโอนข้อมูลตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนด
ข้อ 8 การประชาสัมพันธ์
ในการประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่การดำเนินงานโครงการและผลงานที่ได้จากการดำเนินงานโครงการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ แต่ละฝ่ายสามารถประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่การดำเนินงานโครงการและผลงานที่ได้จากการดำเนินงานดังกล่าวได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายก่อน โดยฝ่ายที่ดำเนินการประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่จะต้องระบุให้ชัดเจนด้วยว่า ทั้ง 6 (หก) ฝ่าย ร่วมกันดำเนินงานโครงการและผลงานที่เกิดขึ้นได้จากการดำเนินงานโครงการร่วมกันของทั้ง 6 (หก) ฝ่ายเว้นแต่จะมีข้อตกลงเป็นหนังสือกันเป็นอย่างอื่น
ข้อกำหนดเรื่องการประชาสัมพันธ์ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือข้อนี้ ให้ใช้บังคับกับข้อตกลงของแต่ละโครงการย่อยด้วย เว้นแต่ทั้ง 6 (หก) ฝ่ายจะมีข้อตกลงเป็นหนังสือกันเป็นอย่างอื่น
ข้อ 9 การละเมิดสิทธิของบุคคลภายนอก
แต่ละฝ่ายจะต้องไม่ดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ และ/หรือโครงการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ไปในทางที่ก่อให้เกิดหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหาย การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และ/หรือการละเมิดสิทธิใด ๆ ตามกฎหมายของอีกฝ่ายหนึ่ง หรือบุคคลภายนอก
กรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องใดแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งว่าการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ และ/หรือโครงการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก่อให้เกิดหรืออาจก่อให้เกิดการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือสิทธิใดๆ ตามกฎหมายของบุคคลภายนอก ฝ่ายที่ถูกใช้สิทธิเรียกร้องจะต้องแจ้งให้อีกฝ่ายทราบเป็นหนังสือโดยไม่ชักช้าเพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขต่อไป
หากข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติว่า ฝ่ายใดกระทำการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือสิทธิใด ๆ ตามกฎหมายของบุคคลภายนอกจริง ฝ่ายนั้นจะต้องรับผิดชอบในค่าเสียหาย ค่าธรรมเนียม ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งหมดด้วยตนเอง และแทนอีกฝ่าย/ฝ่ายที่เหลือโดยประการทั้งปวง
ข้อ 10 การโอนสิทธิตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
ทั้ง 6 (หก) ฝ่ายไม่สามารถโอนสิทธิและหน้าที่ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ให้แก่บุคคลอื่นได้ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากฝ่ายที่เหลือก่อน
ข้อ 11 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข และ/หรือเพิ่มเติมข้อความในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ให้ทำได้โดยความเห็นชอบของทุกฝ่ายร่วมกัน โดยทำในรูปแบบเดียวกันกับการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ และให้ถือว่าการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้
ข้อ 12 การประสานความร่วมมือ
หากมีข้อพิพาทหรือปัญหาข้อขัดข้องใด ๆ ในการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ทุกฝ่ายตกลงจะหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ได้จัดทำขึ้น 6 (หก) ฉบับ โดยมีข้อความถูกต้องตรงกันทุกประการ และทุกฝ่ายได้อ่านและเข้าใจข้อความในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้โดยละเอียดตลอดแล้ว เห็นว่าถูกต้องตามเจตนารมณ์ทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อและประทับตรา (ถ้ามี) ไว้เป็นสำคัญร่วมกัน และต่างยึดถือไว้ฝ่ายละฉบับ
(ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล)
รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
(ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์)
ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
(พลเอก ดร.ปรัชญา เฉลิมวัฒน์)
เลขาธิการคณะกรรมการการรักษา
ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
(รองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด)
ประธานที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ลินดา เกณฑ์มา)
ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ
(ดร.พรชัย มงคลวนิช)
นายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย
(พลอากาศตรี อมร ชมเชย)
รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษา
ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
พยาน
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เผชิญชัยภัต ไชยสิทธิ์)
เลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
พยาน
เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว