เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยสภาวิชาการ พ.ศ. 2556
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วยสภาวิชาการ
พ.ศ. ๒๕๕๖
โดยที่เป็นการสมควรให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยสภาวิชาการ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) และมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครในการประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยสภาวิชาการ พ.ศ. ๒๕๕๖"
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
"สภาวิชาการ" หมายความว่า สภาวิชาการมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
"ประธาน" หมายความว่า ประธานสภาวิชาการ
"กรรมการ" หมายความว่า กรรมการสภาวิชาการ
"ส่วนงาน" หมายความว่า ส่วนงานตามมาตรา ๙ (๓) และ(๔) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓
"ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย" หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการ และลูกจ้างของส่วนราชการ ซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย และลูกจ้างของมหาวิทยาลัย
ข้อ ๔ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งกรรมการสภาวิชาการ ซึ่งประกอบด้วย
(๑) อธิการบดี เป็นประธาน
(๒) คณบดีและผู้อำนวยการของส่วนงาน เป็นกรรมการ
(๓) ประธานสภาคณาจารย์และพนักงาน เป็นกรรมการ
(๔) ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย จำนวนสี่คน เป็นกรรมการ
(๕) ผู้ทรงคุณวุฒิที่มิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย จำนวนสี่คน เป็นกรรมการ
(๖) รองอธิการบดีที่อธิการบดีมอบหมาย เป็นกรรมการและเลขานุการ
กรรมการตาม (๔) และ (๕) ให้แต่งตั้งจากผู้มีความรู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์ พยาบาล วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสังคมศาสตร์
สภาวิชาการอาจแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ ๕ ให้อธิการบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์ พยาบาล วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสังคมศาสตร์ ที่เป็นผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยด้านละหนึ่งชื่อ และที่มิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยด้านละหนึ่งชื่อ
ให้หัวหน้าส่วนงานที่มีภารกิจด้านการสอนหรือวิจัยทางสายงานแพทย์ พยาบาล วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสังคมศาสตร์ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารส่วนงาน เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้เชี่ยวชาญเฉพาะสายงานของตนที่เป็นผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยหนึ่งชื่อ และที่มิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยหนึ่งชื่อ
ให้เลขานุการสภามหาวิทยาลัยรวบรวมรายชื่อที่ได้จากการดำเนินการข้างต้น พร้อมประวัติ ประสบการณ์และผลงาน เสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นไปตามข้อ ๔ (๔) และ (๕) ต่อไป
ข้อ ๖ ให้กรรมการตามข้อ ๔ (๔) และ (๕) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๓ ปี
ข้อ ๗ นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ตามข้อ ๖ กรรมการสภาวิชาการตามข้อ ๔ (๔) และ (๕) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติการเป็นกรรมการสภาวิชาการประเภทนั้น
(๔) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง
(๕) มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
(๖) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๗) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
ข้อ ๘ ในกรณีกรรมการตามข้อ ๔ (๔) และ (๕) พ้นจากการเป็นกรรมการตามวาระ และสภามหาวิทยาลัยยังมิได้แต่งตั้งกรรมการใหม่ ให้ผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่กรรมการไปพลางก่อนจนกว่าสภามหาวิทยาลัยจะแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่
ในกรณีที่กรรมการข้อ ๔ (๔) และ (๕) พ้นจากการเป็นกรรมการก่อนครบวาระให้สภาวิชาการประกอบด้วยประธานและกรรมการเท่าที่มีอยู่ และให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
ในกรณีที่สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ใดเป็นกรรมการในข้อ ๔ (๔) และ (๕) แทนผู้ที่พ้นจากการเป็นกรรมการก่อนครบวาระ ให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งมีวาระการเป็นกรรมการเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้ามีวาระเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวัน จะไม่แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้
ข้อ ๙ สภาวิชาการมีอำนาจและหน้าที่ตามที่กำหนดในมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓
ข้อ ๑๐ การประชุมสภาวิชาการให้มีตามกำหนดที่สภาวิชาการได้มีมติไว้หรือตามที่ประธานเห็นสมควร แต่ประธานจะงดการประชุมที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในครั้งใดก็ได้ เมื่อเห็นว่าไม่มีเรื่องที่สมควรบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม
ข้อ ๑๑ หลักเกณฑ์ในการเรียกประชุม การจัดระเบียบวาระการประชุม การเสนอเรื่องเข้าระเบียบวาระการประชุม และการทำหน้าที่ของประธาน รองประธาน และเลขานุการ ให้เป็นไปตามมติที่ประชุม
ข้อ ๑๒ ในการประชุมต้องมีกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม
มติของที่ประชุมให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก
ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานออกเสียงชี้ขาด
ข้อ ๑๓ ให้อธิการบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖
(ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร)
นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว