เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์การได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2554
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วยคุณสมบัติ และหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๕๔
โดยที่เป็นการสมควรให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยคุณสมบัติ และหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ วรรคสาม และมาตรา ๒๑ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยคุณสมบัติ และหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๔"
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
"สภามหาวิทยาลัย" หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
"นายกสภามหาวิทยาลัย" หมายความว่า นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
"คณะกรรมการสรรหา" หมายความว่า คณะกรรมการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
"ส่วนงาน" หมายความว่า ส่วนงานตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓
ข้อ ๔ การได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัย ให้ดำเนินการโดยวิธีการสรรหาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
การสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยให้ดำเนินการสรรหาก่อนที่นายกสภามหาวิทยาลัยจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน
กรณีนายกสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดำเนินการสรรหาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่นายกสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่ง
ข้อ ๕ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและคุณธรรมและจริยธรรม เป็นที่ยอมรับในสังคม
(๒) เป็นผู้เข้าใจและยึดมั่นในหลักการของมหาวิทยาลัยในกำกับ และอุดมการณ์ของมหาวิทยาลัย
(๓) เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และความสำเร็จด้านการบริหารเป็นอย่างดี
(๔) เป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และความเชี่ยวชาญกรุงเทพมหานครในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม หรือด้านอื่น ๆ ตามที่สภามหาวิทยาลัยเห็นสมควร
(๕) เป็นผู้ที่ไม่มีผลประโยชน์อันอาจจะขัดแย้งกับมหาวิทยาลัย
(๖) เป็นผู้ที่สามารถอุทิศเวลาให้แก่งานของมหาวิทยาลัยตามสมควรแก่หน้าที่
(๗) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ข้อ ๖ ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๙ (๒) (๓) (๔) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็น "คณะกรรมการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัย" เพื่อทำหน้าที่พิจารณาสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย
ให้คณะกรรมการสรรหาเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธานกรรมการ และให้ประธานกรรมการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยคนหนึ่งเป็นเลขานุการ
ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการสรรหา มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดคุณสมบัติที่พึงประสงค์ของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย วางหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัย โดยไม่ใช้วิธีเลือกตั้งหรือหยั่งเสียง
(๒) กำหนดวิธีการเสนอชื่อของผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย
(๓) ประมวลประวัติและผลงาน รวมทั้งพิจารณากลั่นกรอง และประเมินคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย
ข้อ ๘ คณะกรรมการสรรหาไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย
ข้อ ๙ ให้ส่วนงานเสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติพร้อมทั้งประวัติ ผลงาน และความเห็นในการสนับสนุนบุคคลที่ส่วนงานเห็นว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยไม่เกินสองชื่อ ต่อคณะกรรมการสรรหาตามวันเวลาที่คณะกรรมการสรรหากำหนด ทั้งนี้ การเสนอชื่อดังกล่าวให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากรในส่วนงานนั้นด้วย
หลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบการเสนอชื่อ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการสรรหากำหนด
ข้อ ๑๐ ให้คณะกรรมการสรรหา พิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อตามข้อ ๕ และเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยจากจำนวนรายชื่อที่ส่วนงานเสนอแล้ว ทำการทาบทามไม่เกินสามชื่อ พร้อมทั้งประมวลประวัติ ผลงาน และรวบรวมรายชื่อของบุคคลดังกล่าว จัดทำรายชื่อเรียงลำดับตามตัวอักษรเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณา
ข้อ ๑๑ ให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาเลือกบุคคลผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งคนจากรายชื่อในข้อ ๑๐
เมื่อสภามหาวิทยาลัยมีมติเห็นชอบผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยแล้ว ให้อธิการบดีนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งต่อไป
ข้อ ๑๒ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และมีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้
ในกรณีที่มีปัญหาอันเกิดจากการใช้ข้อบังคับนี้ ให้อธิการบดีเป็นผู้มีอำนาจตีความ และวินิจฉัยชี้ขาด
ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
(ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร)
นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว