สารบัญเอกสาร

เอกสารเผยแพร่เป็นทางการ

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาโท พ.ศ. 2557

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาโท
พ.ศ. ๒๕๕๗

โดยที่เป็นการสมควรให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาโท

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการประชุมครั้งที่ ๑๔/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาโท พ.ศ. ๒๕๕๗”

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“สภาวิชาการ” หมายความว่า สภาวิชาการของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“คณะ” หมายความว่า คณะและวิทยาลัยในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“ภาควิชา” หมายความว่า ภาควิชาในคณะหรือในวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“คณบดี” หมายความว่า คณบดีคณะหรือผู้อำนวยการวิทยาลัยต้นสังกัดของนักศึกษา

“หัวหน้าภาควิชา” หมายความว่า หัวหน้าภาควิชาหรือประธานหลักสูตรต้นสังกัดของนักศึกษา

“รายวิชา” หมายความว่า วิชาที่เปิดสอนตามหลักสูตรในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

ข้อ ๔ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ และมีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ คำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้

ในกรณีที่มีปัญหาในการตีความหลักเกณฑ์ใดตามข้อบังคับนี้ ให้อธิการบดีเสนอเรื่องต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด และให้คำวินิจฉัยของสภามหาวิทยาลัยเป็นที่สุด

หมวด ๑
ระบบการศึกษา

ข้อ ๕ ระบบการศึกษาของระดับปริญญา

๕.๑ เป็นระบบเรียนเก็บหน่วยกิตแบบทวิภาค ในปีการศึกษาหนึ่งมี ๒ ภาคการศึกษาปกติ แต่ละภาคการศึกษามีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า ๑๕ สัปดาห์

๕.๒ หน่วยกิต หมายถึง หน่วยนับที่ใช้แสดงปริมาณการศึกษา การกำหนดจำนวนหน่วยกิต ๑ หน่วยกิตมีหลักเกณฑ์ ดังนี้

๕.๒.๑ การบรรยาย หรือการสอนโดยวิธีอื่นที่เทียบเท่า ใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ ชั่วโมงต่อภาคการศึกษา

๕.๒.๒ การปฏิบัติการ การทดลอง การฝึก หรือการสอนโดยวิธีอื่นที่เทียบเท่า ใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ ชั่วโมงต่อภาคการศึกษา

๕.๒.๓ การค้นคว้าอิสระ หรืองานวิทยานิพนธ์ ใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๔๕ ชั่วโมงต่อภาคการศึกษา

๕.๒.๔ การปฏิบัติภาคสนาม ใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๔๕ ชั่วโมงต่อภาคการศึกษา

๕.๒.๕ การทำโครงงานหรือกิจกรรมการเรียนอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๔๕ ชั่วโมงต่อภาคการศึกษา

๕.๓ หน่วยกิตเรียน หมายถึง หน่วยกิตที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนในแต่ละภาคการศึกษา

๕.๔ หน่วยกิตรายภาค หมายถึง จำนวนหน่วยกิตรวมกันทั้งหมดของทุกรายวิชาที่นักศึกษาได้รับคะแนนตัวอักษร A B+ B C+ C D+ D และ F ในภาคการศึกษานั้น

๕.๕ หน่วยกิตสะสม หมายถึง จำนวนหน่วยกิตรวมกันทั้งหมดของทุกรายวิชาที่นักศึกษาได้รับระดับคะแนน ตัวอักษร A B+ B C+ C D+ D และ F ในกรณีที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนซ้ำในรายวิชาใดให้นับจำนวนหน่วยกิตสะสมจากจำนวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้นในครั้งสุดท้ายเพียงครั้งเดียว

๕.๖ หน่วยกิตสอบได้ หมายถึง จำนวนหน่วยกิตรวมของรายวิชาที่นักศึกษาได้รับระดับคะแนนตัวอักษร A B+ B C+ C D+ D หรือ S และจำนวนหน่วยกิตวิทยานิพนธ์ที่มีผลการสอบ “ผ่าน” หรือ “ดีมาก”

ข้อ ๖ ระยะเวลาการศึกษาของหลักสูตรปริญญาโท ต้องไม่เกิน ๑๐ ภาคการศึกษา โดยเริ่มนับระยะเวลาการศึกษาให้นับจากภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษา

กรณีนักศึกษายังไม่สำเร็จการศึกษาเมื่อครบกำหนดเวลาวรรคหนึ่ง ให้พ้นสถานภาพนักศึกษาโดยอัตโนมัติ

กรณีนักศึกษาได้รับอนุมัติให้ย้ายสาขาวิชา ให้เริ่มนับระยะเวลาการศึกษาตั้งแต่ภาคการศึกษาที่ได้รับอนุมัติ หากได้รับอนุมัติหลังจาก ๔ สัปดาห์แรกของภาคการศึกษาหรือในช่วงปิดภาคการศึกษา ให้นับภาคการศึกษาถัดไปเป็นภาคการศึกษาที่ได้รับอนุมัติ แต่ทั้งนี้ระยะเวลาที่ศึกษารวมทั้งสิ้นต้องไม่เกินกว่าที่มหาวิทยาลัยกำหนด

ข้อ ๗ หลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาโท เป็นหลักสูตรการศึกษาที่ส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาการ วิชาชีพ และการวิจัยในระดับสูงกว่าขั้นปริญญาตรีแต่ต่ำกว่าขั้นปริญญาเอก โดยมุ่งผลิตนักวิชาการและนักวิชาชีพ ที่มีความรู้ในเนื้อหาวิชาพร้อมทั้งความสามารถในการวิจัยหรือค้นคว้าอิสระ

ข้อ ๘ โครงสร้างหลักสูตรระดับปริญญาโทจะต้องมีจำนวนหน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกิต มีแผนการศึกษาให้เลือก ๒ แผน ดังต่อไปนี้

(๑) แผน ก : เน้นการวิจัยเพื่อทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งมี ๒ แบบ คือ

แบบ ก ๑ : การวิจัยเพื่อทำวิทยานิพนธ์ จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกิต โดยไม่ต้องมีการศึกษารายวิชา ทั้งนี้สาขาวิชาจะกำหนดให้เรียนรายวิชาหรือทำกิจกรรมทางวิชาการอื่นโดยไม่นับหน่วยกิตด้วยก็ได้ โดยต้องได้ผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด

แบบ ก ๒ : การวิจัยเพื่อทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งมีค่าเทียบได้ไม่น้อยกว่า ๑๒ หน่วยกิตและการศึกษารายวิชาไม่น้อยกว่า ๑๒ หน่วยกิต โดยมีจำนวนหน่วยกิตรวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกิต

(๒) แผน ข : เน้นการศึกษารายวิชาโดยไม่มีการทำวิทยานิพนธ์ มีเป้าหมายเพื่อผลิตนักวิชาการ และนักวิชาชีพชั้นสูงที่มีความรู้กว้างขวางและสามารถนำไปประยุกต์ในการปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น เนื้อหาของหลักสูตรประกอบด้วยการศึกษารายวิชาไม่น้อยกว่า ๓๐ หน่วยกิต และการค้นคว้าอิสระหรือการทำโครงการปัญหาพิเศษที่เทียบค่าได้ไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต โดยมีจำนวนหน่วยกิตรวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า ๓๖ หน่วยกิต

หมวด ๒
การรับเข้าศึกษา

ข้อ ๙ ผู้มีสิทธิเข้ารับการศึกษาจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

(๑) เป็นผู้สำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยรับรอง หรือมีหลักฐานรับรองว่าจะสำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในปีการศึกษานั้น จากสถาบันอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยรับรองและต้องมีคุณสมบัติอื่นตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

(๒) มีระดับคะแนนเฉลี่ยแต้มสะสมในระดับปริญญาตรีตามที่กำหนดในหลักสูตร

(๓) ไม่เคยถูกคัดชื่อออกจากการเป็นนักศึกษาขั้นบัณฑิตศึกษาในหลักสูตรที่จะเข้าศึกษา

(๔) ต้องไม่เป็นผู้พ้นสภาพนักศึกษาขั้นบัณฑิตศึกษาเพราะยังไม่สำเร็จการศึกษาเมื่อครบกำหนดเวลาสูงสุดแล้วในหลักสูตรและระดับการศึกษาที่จะเข้าศึกษา

ข้อ ๑๐ การรับเข้าศึกษามีวิธีการ ดังนี้

(๑) ให้คณะกรรมการคัดเลือกซึ่งแต่งตั้งโดยคณบดีตามคำแนะนำของภาควิชาที่รับผิดชอบหลักสูตร เป็นผู้พิจารณาการรับเข้าศึกษา

(๒) การคัดเลือกเข้าศึกษาอาจใช้วิธีการสอบคัดเลือก วิธีทดสอบความรู้ หรือโดยวิธีอื่นที่คณบดีเห็นชอบตามคำแนะนำของภาควิชา

(๓) คณะกรรมการประจำคณะเป็นผู้อนุมัติการรับเข้าศึกษาตามคำแนะนำของคณะกรรมการคัดเลือก

ข้อ ๑๑ ผู้ที่มหาวิทยาลัยรับเข้าศึกษาจะมีสถานภาพนักศึกษาอย่างสมบูรณ์ เมื่อมหาวิทยาลัยได้ขึ้นทะเบียนผู้นั้นเป็นนักศึกษาแล้ว

การขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาให้เป็นไปตามวิธีการที่มหาวิทยาลัยกำหนด

หมวด ๓
การลงทะเบียนเรียน

ข้อ ๑๒ การลงทะเบียนเรียน มีดังนี้

๑๒.๑ ให้นักศึกษาลงทะเบียนภาคการศึกษาปกติ ในหลักสูตรปกติละไม่น้อยกว่า ๖ หน่วยกิต แต่ไม่เกิน ๑๕ หน่วยกิต และในหลักสูตรการศึกษาพิเศษละไม่น้อยกว่า ๓ หน่วยกิต แต่ไม่เกิน ๑๒ หน่วยกิต

การลงทะเบียนที่เกินหรือต่ำกว่าจำนวนหน่วยกิตที่กำหนดจะกระทำได้เมื่อมีเหตุผลเป็นพิเศษ และต้องได้รับอนุมัติจากคณบดี

๑๒.๒ นักศึกษาใหม่ ในภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษาต้องลงทะเบียนเรียนภายในเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิการเข้าเป็นนักศึกษาและจะถูกถอนชื่อออกจากทะเบียน

๑๒.๓ นักศึกษาปัจจุบัน ต้องลงทะเบียนเรียนภายในเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษานั้น

๑๒.๔ นักศึกษาปัจจุบันที่มิได้ลงทะเบียนเรียนภายในเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด ต้องได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา ตามข้อ ๒๗ และต้องชำระค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพนักศึกษา มิฉะนั้นจะพ้นสถานภาพนักศึกษา

๑๒.๕ นักศึกษาปัจจุบันที่ลงทะเบียนครบถ้วนตามที่หลักสูตรกำหนดแล้ว แต่ยังไม่สำเร็จการศึกษา ต้องขอรักษาสถานภาพนักศึกษาพร้อมชำระค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพนักศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นที่มหาวิทยาลัยกำหนด มิฉะนั้นจะพ้นสถานภาพนักศึกษา

๑๒.๖ นักศึกษาต้องลงทะเบียนเรียนซ้ำ ดังต่อไปนี้

(๑) นักศึกษาที่ได้รับระดับคะแนน F U หรือ W ในรายวิชาบังคับ ต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้นซ้ำอีก จนกว่าจะได้รับระดับคะแนน A B+ B C+ C D+ D หรือ S

(๒) นักศึกษาที่ได้รับระดับคะแนน F U หรือ W ในรายวิชาเลือกจะลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้นซ้ำอีกเพื่อให้ได้ระดับคะแนน A B+ B C+ C D+ D หรือ S หรือเลือกลงทะเบียนเรียนรายวิชาเลือกอื่นแทนก็ได้ ทั้งนี้โดยความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษาและโดยอนุมัติของหัวหน้าภาควิชา การลงทะเบียนดังกล่าวนี้ให้ใช้ระดับคะแนนตัวอักษรที่ได้รับครั้งสุดท้ายสำหรับการคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม

๑๒.๗ นักศึกษาต้องลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ ดังต่อไปนี้

(๑) นักศึกษาที่ยังไม่ได้รับอนุมัติโครงร่างวิทยานิพนธ์ สามารถลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ได้ไม่เกิน ๒ หน่วยกิต ต่อภาคการศึกษา

(๒) นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติโครงร่างวิทยานิพนธ์แล้ว ต้องลงทะเบียนวิทยานิพนธ์ไม่เกิน ๑๒ หน่วยกิต ต่อภาคการศึกษา

๑๒.๘ การลงทะเบียนเรียนให้เป็นไปตามข้อกำหนดของหลักสูตรและประกาศของมหาวิทยาลัย และต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา

๑๒.๙ นักศึกษาที่จะลงทะเบียนเรียนรายวิชานอกเหนือจากที่กำหนดในหลักสูตรและที่ไม่เป็นเงื่อนไขให้ทดลองศึกษาต้องยื่นคำร้องต่อคณะต้นสังกัดหลักสูตร พร้อมทั้งได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา โดยความยินยอมของอาจารย์ผู้สอนและได้รับอนุมัติจากหัวหน้าภาควิชา ทั้งนี้การประเมินผลการศึกษาจะเป็นระดับคะแนนตัวอักษร S หรือ U เท่านั้น และให้นับหน่วยกิตเรียนด้วย

๑๒.๑๐ นักศึกษาขั้นบัณฑิตศึกษาของสถาบันการศึกษาอื่น อาจได้รับอนุญาตจากสภาวิชาการให้ลงทะเบียนเรียนรายวิชาของมหาวิทยาลัย เพื่อนำหน่วยกิตและผลการศึกษาไปเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษาต้นสังกัด

๑๒.๑๑ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยอาจได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการประจำคณะและสภาวิชาการให้ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาของมหาวิทยาลัยอื่นที่อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์เห็นว่าเอื้อต่อการทำวิทยานิพนธ์ เพื่อเทียบโอนจำนวนหน่วยกิตและผลการศึกษามาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร

๑๒.๑๒ จำนวนหน่วยกิตรวมของรายวิชาตามข้อ ๑๒.๑๑ ต้องไม่เกิน ๑ ใน ๓ ของจำนวนหน่วยกิตรายวิชาในหลักสูตรที่กำลังศึกษาอยู่ โดยไม่นับรวมหน่วยกิตวิทยานิพนธ์

ข้อ ๑๓ นักศึกษาสามารถขอเพิ่ม ขอลด และขอถอนรายวิชาได้ ดังต่อไปนี้

(๑) การขอเพิ่มรายวิชา ให้กระทำได้ภายใน ๑๐ วันแรกของภาคการศึกษา

(๒) การขอลดรายวิชา ให้กระทำได้ภายใน ๖ สัปดาห์แรกของภาคการศึกษา ทั้งนี้จะไม่มีการบันทึกรายวิชาที่ลดในใบแสดงผลการศึกษา

(๓) การขอถอนรายวิชา ให้กระทำได้หลังจาก ๖ สัปดาห์แรกของภาคการศึกษา แต่ไม่เกิน ๑๒ สัปดาห์แรกของภาคการศึกษา ทั้งนี้จะมีการบันทึกรายวิชาที่ถอนในใบแสดงผลการศึกษา

(๔) การขอเพิ่มและการขอลดรายวิชาต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา การขอถอนรายวิชาต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าภาควิชา โดยคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์ผู้สอนรายวิชานั้น

หมวด ๔
ระบบการวัดและประเมินผลการศึกษา

ข้อ ๑๔ ระบบดรรชนีผลการศึกษา มีดังต่อไปนี้

๑๔.๑ ในการประเมินผลการศึกษาในแต่ละรายวิชาให้ใช้ระดับคะแนนตัวอักษรตามลำดับขั้นเป็นดรรชนีผลการศึกษา ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

สัญลักษณ์แต้มระดับคะแนน
A๔.๐๐
B+๓.๕๐
B๓.๐๐
C+๒.๕๐
C๒.๐๐
D+๑.๕๐
D๑.๐๐
F๐.๐๐

ในกรณีที่ไม่สามารถประเมินผลเป็นระดับคะแนนตัวอักษรตามลำดับขั้นดังข้างต้นได้ ให้ใช้ระดับคะแนนตัวอักษรต่อไปนี้

สัญลักษณ์ความหมาย
Iรอการประเมินผล (Incomplete)
Mนักศึกษาขาดสอบ (Missing)
Pการศึกษายังไม่สิ้นสุด (In Progress)
Sพอใจ (Satisfactory)
STผลการประเมินเป็นที่พอใจสำหรับ
รายวิชาที่เทียบโอน
(Satisfactory, Transferred credit)
Uไม่พอใจ (Unsatisfactory)
Wถอนการศึกษา (Withdrawal)
Xยังไม่ได้รับผลการประเมิน (No report)

๑๔.๒ การให้ระดับคะแนนให้ใช้กับกรณี ดังต่อไปนี้

๑๔.๒.๑ ระดับคะแนน A B+ B C+ C D+ D และ F ให้กับกรณีต่อไปนี้

(๑) เป็นรายวิชาที่นักศึกษาเข้าสอบและหรือมีผลงานที่ประเมินได้เป็นลำดับขั้น

(๒) เป็นการเปลี่ยนระดับคะแนนจาก I หรือ M ที่คณะได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก่อนสิ้นสุด ๒ สัปดาห์แรกของภาคการศึกษา

(๓) เป็นการเปลี่ยนระดับคะแนนจาก P หรือ X

๑๔.๒.๒ ระดับคะแนน F นอกเหนือจากกรณีตามข้อ ๑๔.๒.๑ ให้ใช้กับกรณีต่อไปนี้ด้วย

(๑) นักศึกษาทำผิดระเบียบการสอบ และได้รับการลงโทษให้ได้ระดับคะแนน F ตามข้อ ๒๘.๑

(๒) เป็นการเปลี่ยนระดับคะแนนโดยอัตโนมัติจาก I หรือ M ในกรณีที่ไม่ได้รับแจ้งจากคณะหลังจาก ๒ สัปดาห์แรกของภาคการศึกษาถัดไป

๑๔.๒.๓ ระดับคะแนน I ให้ใช้กับกรณีต่อไปนี้

(๑) นักศึกษาป่วยอันเป็นเหตุให้ไม่สามารถเข้าสอบได้โดยได้ปฏิบัติถูกต้องตามข้อ ๒๗

(๒) นักศึกษาขาดสอบโดยเหตุอันพ้นวิสัยและได้รับอนุมัติจากหัวหน้าภาควิชา

(๓) นักศึกษาทำงานที่เป็นส่วนประกอบการศึกษายังไม่สมบูรณ์ และอาจารย์ผู้สอนโดยความเห็นชอบของหัวหน้าภาควิชา เห็นว่าสมควรให้ชะลอการวัดผลการศึกษา

๑๔.๒.๔ ระดับคะแนน M ให้ใช้กับกรณีที่นักศึกษาขาดสอบ แต่ยังไม่สามารถแสดงหลักฐานที่สมบูรณ์ในการขาดสอบได้

๑๔.๒.๕ ระดับคะแนน P ให้ใช้กับรายวิชาที่มีการสอน การวิจัย การทำวิทยานิพนธ์หรือการทำโครงงานที่ต่อเนื่องล้ำเข้าไปในภาคการศึกษาถัดไป โดยมีความก้าวหน้าเป็นที่พอใจเมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษาที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้น

๑๔.๒.๖ ระดับคะแนน S หรือ U ให้ใช้กับกรณีที่ผลการประเมินเป็นที่พอใจหรือไม่พอใจตามลำดับ ในรายวิชาต่อไปนี้

(๑) รายวิชาที่หลักสูตรกำหนดไว้ว่า ให้ประเมินผลเป็น S หรือ U

(๒) รายวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนตามข้อ ๑๒.๙

(๓) เป็นการเปลี่ยนระดับคะแนนจาก M P หรือ X

๑๔.๒.๗ ระดับคะแนน ST ให้ใช้กับรายวิชาที่นักศึกษาได้รับอนุมัติให้เทียบโอนรายวิชา

๑๔.๒.๘ ระดับคะแนน W จะกระทำได้หลังจาก ๖ สัปดาห์แรกของภาคการศึกษาในกรณีต่อไปนี้

(๑) รายวิชาที่นักศึกษาได้รับอนุมัติให้ถอนตามข้อ ๑๓ (๔)

(๒) นักศึกษาป่วยจนไม่สามารถเข้าสอบได้ โดยได้ปฏิบัติถูกต้องตามข้อ ๒๗ และหัวหน้าภาควิชามีความเห็นร่วมกันกับอาจารย์ผู้สอนว่าสมควรให้ถอนรายวิชานั้น

(๓) นักศึกษาได้รับอนุญาตให้ลาพักการศึกษา ด้วยเหตุผลตามข้อ ๒๗.๑ หรือ ๒๗.๒

(๔) นักศึกษาถูกสั่งให้พักการศึกษาในภาคการศึกษานั้น ด้วยเหตุผลอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อ ๒๘.๑

(๕) หัวหน้าภาควิชาอนุมัติให้เปลี่ยนระดับคะแนนจาก I ที่ได้รับอนุมัติตามข้อ ๑๔.๒.๓ (๑) และ (๒) เนื่องจากการป่วยหรือเหตุอันพ้นวิสัยนั้นยังไม่สิ้นสุด

(๖) รายวิชาที่นักศึกษากระทำผิดเงื่อนไขการลงทะเบียนเรียน

๑๔.๒.๙ ระดับคะแนน X ให้ใช้กับเฉพาะรายวิชาที่คณะยังไม่ได้รับรายงานผลประเมินการศึกษาของนักศึกษาในรายวิชานั้น ๆ ตามกำหนดเวลา

ข้อ ๑๕ การประเมินผลการศึกษาและการคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ย

๑๕.๑ การประเมินผลการศึกษาให้กระทำเมื่อสิ้นสุดการศึกษาแต่ละภาคการศึกษา

๑๕.๒ การคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ย

๑๕.๒.๑ แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยรายภาค ให้คำนวณจากผลการศึกษาในรายวิชาระดับบัณฑิตศึกษาของนักศึกษาในแต่ละภาคการศึกษา โดยเอาผลรวมของผลคูณระหว่างหน่วยกิตกับแต้มระดับคะแนนที่นักศึกษาได้รับในแต่ละรายวิชาเป็นตัวตั้งแล้วหารด้วยผลรวมของจำนวนหน่วยกิตของรายวิชาเหล่านั้น

๑๕.๒.๒ แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ให้คำนวณจากผลการศึกษาในรายวิชาระดับบัณฑิตศึกษาของนักศึกษา ตั้งแต่เริ่มเข้าศึกษาจนถึงภาคการศึกษาที่กำลังคิดคำนวณ โดยเอาผลรวมของผลคูณระหว่างหน่วยกิตกับแต้มระดับคะแนนที่นักศึกษาได้รับในแต่ละรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนในครั้งสุดท้ายเป็นตัวตั้ง แล้วหารด้วยจำนวนหน่วยกิตสะสม

หมวด ๕
การย้ายสาขาวิชา การโอนย้าย และการเทียบโอนวิชา

ข้อ ๑๖ การย้ายสาขาวิชา

๑๖.๑ การย้ายสาขาวิชาต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งหัวหน้าภาควิชาที่จะย้ายออกและหัวหน้าภาควิชาที่จะย้ายเข้า และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการประจำคณะที่ย้ายออกและย้ายเข้า

๑๖.๒ การยื่นคำร้องขอย้ายสาขาวิชาจะกระทำได้อย่างเร็วที่สุดในภาคการศึกษาที่ ๒ นับแต่เริ่มเข้าศึกษาในหลักสูตร และได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า ๒.๗๕

ข้อ ๑๗ หลักเกณฑ์การโอนย้ายและเทียบโอนรายวิชา

๑๗.๑ กรณีย้ายสาขาวิชาต้องโอนย้ายทุกรายวิชาที่เคยเรียนในหลักสูตรเดิมที่เป็นรายวิชาในหลักสูตรใหม่ โดยให้ได้ระดับคะแนนตัวอักษรเดิม

๑๗.๒ กรณีนักศึกษาที่เคยศึกษาในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และกลับเข้าศึกษาใหม่ให้สามารถโอนย้ายรายวิชาที่เคยเรียนในหลักสูตรเดิม และรายวิชาที่ขอโอนย้ายต้องเรียนมาแล้วไม่เกิน ๖ ภาคการศึกษา

๑๗.๓ นอกเหนือจากการโอนย้ายตามข้อ ๑๗.๑ นักศึกษาอาจได้รับการพิจารณาให้เทียบโอนรายวิชาที่เคยเรียนและสอบได้ระดับคะแนน S หรือไม่ต่ำกว่า B หรือเทียบเท่ามาแล้ว ที่มีเนื้อหาและคุณภาพเหมือนหรือคล้ายคลึงกับรายวิชาในหลักสูตรที่กำลังศึกษาอยู่ เพื่อเป็นรายวิชาทดแทนรายวิชาในหลักสูตรที่กำลังศึกษาอยู่

๑๗.๔ การเทียบโอนรายวิชาให้กระทำได้ไม่เกิน ๑ ใน ๓ ของจำนวนหน่วยกิตรวมของหลักสูตรที่จะเข้าศึกษา ซึ่งไม่นับรวมจำนวนหน่วยกิตวิทยานิพนธ์ โดยให้โอนย้ายและเทียบโอนให้แล้วเสร็จครั้งเดียวในภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษา

๑๗.๕ การเทียบโอนรายวิชาจากสถาบันอุดมศึกษาอื่น นักศึกษาต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมจากสถาบันเดิมไม่น้อยกว่า ๓ ในระบบ ๔ หรือเทียบเท่า และรายวิชาที่ขอเทียบโอนต้องมีระดับคะแนนตัวอักษร S หรือไม่ต่ำกว่า B หรือเทียบเท่าและต้องเรียนมาแล้วไม่เกิน ๓ ปีการศึกษา

๑๗.๖ ให้ถือว่านักศึกษาสอบผ่านรายวิชาที่ได้รับการเทียบโอนแล้ว โดยมีระดับคะแนนตัวอักษรเป็น ST และให้นับรวมหน่วยกิตของรายวิชานั้นเข้ากับหน่วยกิตสอบได้ของหลักสูตรที่นักศึกษากำลังศึกษา

๑๗.๗ การเทียบโอน ให้เทียบโอนได้เฉพาะหน่วยกิตของรายวิชา แต่ไม่อนุญาตให้เทียบโอนหน่วยกิตวิทยานิพนธ์

๑๗.๘ ในการพิจารณาคำขอเทียบโอนรายวิชา ภาควิชาอาจจัดให้นักศึกษาทดสอบความรู้ในรายวิชาที่ขอเทียบโอนเพื่อประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้

๑๗.๙ การเทียบโอนรายวิชาต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการประจำคณะ

๑๗.๑๐ รายวิชาโอนย้ายให้นำมาคิดแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมด้วย ส่วนรายวิชาเทียบโอนจะไม่นำมาคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม

หมวด ๖
การสอบประมวลความรู้ และการสอบวิทยานิพนธ์

ข้อ ๑๘ การสอบประมวลความรู้ (Comprehensive examination)

๑๘.๑ นักศึกษาต้องสอบผ่านการสอบประมวลความรู้ เพื่อวัดความสามารถและศักยภาพในการนำหลักวิชาการและประสบการณ์การเรียนไปประยุกต์ในการปฏิบัติงานหรือการค้นคว้าวิจัย

๑๘.๒ นักศึกษาขั้นปริญญาโท แผน ก แบบ ก ๑ และแบบ ก ๒ ต้องสอบประมวลความรู้ให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ภายใน ๓ ภาคการศึกษาปกตินับแต่ภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษา มิฉะนั้นจะพ้นสถานภาพนักศึกษา หากมีเหตุผลและความจำเป็นให้ขยายเวลาได้โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะ

๑๘.๓ นักศึกษาขั้นปริญญาโท แผน ข ต้องสอบประมวลความรู้ เมื่อมีหน่วยกิตสอบได้ครบถ้วนตามที่หลักสูตรกำหนด และต้องสอบได้และแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายใน ๒ ภาคการศึกษาปกติถัดจากภาคการศึกษาที่มีหน่วยกิตสอบได้ครบถ้วนตามที่หลักสูตรกำหนดมิฉะนั้นจะพ้นสถานภาพนักศึกษา หากมีเหตุผลและความจำเป็นให้ขยายเวลาได้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะ

๑๘.๔ การสอบประมวลความรู้ อาจเป็นการสอบข้อเขียนหรือการสอบปากเปล่า หรือทั้งสองอย่าง

๑๘.๕ การจัดให้มีการสอบประมวลความรู้เป็นหน้าที่ของภาควิชา และควรจัดภาคการศึกษาละ ๑ ครั้ง เป็นอย่างน้อย การสอบแต่ละครั้งให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการ ซึ่งแต่งตั้งโดยคณบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะ

๑๘.๖ คณะกรรมการสอบประมวลความรู้ประกอบด้วย หัวหน้าภาควิชาหรือผู้ที่หัวหน้าภาควิชามอบหมายเป็นประธานกรรมการ และคณาจารย์ขึ้นไปจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน แต่ไม่เกิน ๕ คนเป็นกรรมการ และจะมีบุคคลจากภายนอกมหาวิทยาลัยโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะเป็นกรรมการด้วยก็ได้

๑๘.๗ คณะกรรมการสอบประมวลความรู้ต้องดำเนินการสอบตามวันและเวลาที่คณะกรรมการประจำคณะกำหนด และต้องรายงานผลการสอบต่อคณะกรรมการประจำคณะ ภายใน ๑ สัปดาห์ นับจากวันที่เสร็จสิ้นการสอบ

๑๘.๘ การรายงานผลการสอบประมวลความรู้ ให้ใช้ระดับคะแนนตัวอักษร S เมื่อสอบได้ และ U เมื่อสอบตก

๑๘.๙ ผู้ที่สอบตกในการสอบประมวลความรู้ครั้งแรก จะสอบใหม่ได้อีกเพียงหนึ่งครั้ง การสอบตกเป็นครั้งที่สองจะเป็นผลให้ผู้นั้นพ้นสถานภาพนักศึกษาโดยอัตโนมัติ

๑๘.๑๐ ในกรณีที่สอบตกให้บันทึกผลในใบแสดงผลการศึกษาเฉพาะครั้งที่มีผลต่อสถานภาพของนักศึกษา

ข้อ ๑๙ การขอความเห็นชอบโครงร่างวิทยานิพนธ์

๑๙.๑ นักศึกษาต้องขอความเห็นชอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ต่อภาควิชา โดยภาควิชาต้องเสนอขอความเห็นชอบคณะกรรมการพิจารณาโครงร่างวิทยานิพนธ์ต่อคณะกรรมการประจำคณะ

๑๙.๒ นักศึกษาต้องได้รับอนุมัติภายใน ๔ ภาคการศึกษาปกติ นับแต่ภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษา มิฉะนั้นจะพ้นสถานภาพนักศึกษา ทั้งนี้คณะกรรมการประจำคณะอาจพิจารณาขยายเวลาเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น

๑๙.๓ คณะกรรมการพิจารณาโครงร่างวิทยานิพนธ์อาจใช้โครงสร้างและคุณสมบัติเช่นเดียวกับคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์

๑๙.๔ ภาษาที่ใช้ในการเขียนวิทยานิพนธ์อาจเป็นภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศก็ได้ ทั้งนี้นักศึกษาต้องแสดงความจำนงที่ชัดเจนว่าจะเขียนเป็นภาษาใดในคราวเดียวกันกับการขออนุมัติโครงร่างวิทยานิพนธ์

ข้อ ๒๐ การสอบวิทยานิพนธ์

๒๐.๑ การสอบวิทยานิพนธ์ให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการ ซึ่งคณบดีเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งตามความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะ

๒๐.๒ คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ประกอบด้วยหัวหน้าภาควิชาหรือผู้ที่หัวหน้าภาควิชามอบหมายเป็นประธานกรรมการ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ และผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย ๑ คนเป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาแบบ ก ๑ ต้องเป็นบุคคลจากภายนอกมหาวิทยาลัย

๒๐.๓ เมื่อนักศึกษาทำวิทยานิพนธ์เสร็จตามรูปแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนดแล้วให้นักศึกษายื่นคำร้องขอสอบวิทยานิพนธ์ต่อหัวหน้าภาควิชา โดยคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ หรือประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ พร้อมร่างวิทยานิพนธ์เพื่อขออนุมัติจากคณบดีก่อนวันสอบไม่น้อยกว่า ๒ สัปดาห์

๒๐.๔ ในการสอบวิทยานิพนธ์คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ต้องดำเนินการอย่างเต็มคณะ ถ้ากรรมการมาไม่ครบให้เลื่อนการสอบออกไปจนกว่ากรรมการมาร่วมดำเนินการสอบได้อย่างเต็มคณะ

๒๐.๕ หากต้องมีการลงคะแนนเสียงเพื่อพิจารณาผลการสอบ ให้ใช้เสียงข้างมากของคณะกรรมการสอบ

๒๐.๖ ในการสอบวิทยานิพนธ์ ให้เปิดโอกาสให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องที่สนใจเข้าสังเกตการณ์ด้วย ประธานกรรมการจะอนุญาตให้ผู้สังเกตการณ์ซักถามบ้างก็ได้ เมื่อการซักถามของคณะกรรมการสอบสิ้นสุดลงแล้ว

๒๐.๗ การรายงานผลการสอบวิทยานิพนธ์ ให้ใช้ถ้อยคำที่แสดงระดับคุณภาพของการสอบดังนี้

(๑) “ดีมาก” ซึ่งหมายถึงสอบได้ และใช้กับกรณีที่คณะกรรมการสอบมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าความสามารถของนักศึกษาในการแสดงผลงานวิทยานิพนธ์และการตอบข้อซักถามอยู่ในระดับพอใจยิ่ง และเอกสารวิทยานิพนธ์มีเนื้อหาสาระที่ถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว

(๒) “ผ่าน” ซึ่งหมายถึงสอบได้ และใช้กับกรณีที่คณะกรรมการสอบมีความเห็นว่าความสามารถของนักศึกษาในการแสดงผลงานวิทยานิพนธ์และการตอบข้อซักถามอยู่ในระดับพอใจ และเอกสารวิทยานิพนธ์มีเนื้อหาสาระที่จะต้องปรับปรุงเพียงเล็กน้อย

(๓) “ไม่ผ่าน” ซึ่งหมายถึงสอบตก และใช้กับกรณีที่คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์มีความเห็นว่าความสามารถของนักศึกษาในการแสดงผลงานวิทยานิพนธ์และ/หรือในการตอบข้อซักถามอยู่ในระดับไม่พอใจ

๒๐.๘ ในกรณีที่นักศึกษาสอบตกในการสอบวิทยานิพนธ์ ให้ประธานกรรมการสอบวิทยานิพนธ์แจ้งนักศึกษาให้ดำเนินการปรับปรุงวิทยานิพนธ์ตามคำแนะนำของคณะกรรมการ พร้อมกับแจ้งกำหนดเวลาที่จะต้องดำเนินการดังกล่าวให้แล้วเสร็จด้วย ทั้งนี้นักศึกษาต้องยื่นคำขอสอบวิทยานิพนธ์ครั้งที่สอง เมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าว

๒๐.๙ การสอบตกวิทยานิพนธ์เป็นครั้งที่สอง ถือเป็นการพ้นสถานภาพนักศึกษาโดยอัตโนมัติ

๒๐.๑๐ ประธานกรรมการสอบวิทยานิพนธ์จะเป็นคนเดียวกับอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์มิได้

๒๐.๑๑ คณะกรรมการประจำคณะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติผลการสอบวิทยานิพนธ์ตามคำแนะนำของภาควิชาและคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์

ข้อ ๒๑ รูปแบบของวิทยานิพนธ์ การส่งวิทยานิพนธ์ และการตีพิมพ์วิทยานิพนธ์

๒๑.๑ นักศึกษาต้องส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ในรูปแบบ วันเวลา และโดยมีจำนวนเล่มตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

๒๑.๒ นักศึกษาปริญญาโท แผน ก ผลงานวิทยานิพนธ์ต้องได้รับการตีพิมพ์ หรืออย่างน้อยดำเนินการให้ผลงานหรือส่วนหนึ่งของผลงานได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ทางวิชาการหรือเสนอต่อที่ประชุมวิชาการที่มีรายงานการประชุม

ข้อ ๒๒ การแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หรือคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์

๒๒.๑ อาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไปกับอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์จะเป็นบุคคลเดียวกันก็ได้

๒๒.๒ ให้คณบดีพิจารณาแต่งตั้งอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ หรือคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะ โดยคำแนะนำของหัวหน้าภาควิชาก่อนที่นักศึกษาจะเริ่มลงทะเบียนวิทยานิพนธ์

๒๒.๓ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์จะมีเพียงคนเดียวหรือจะมีอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วมได้อีกไม่เกิน ๒ คน ซึ่งเป็นบุคคลภายในหรือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัยก็ได้ ในกรณีหลังถือเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ โดยอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์เป็นประธานกรรมการและอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วมเป็นกรรมการ

ข้อ ๒๓ การรายงานความคืบหน้าของการทำวิทยานิพนธ์

๒๓.๑ นักศึกษาที่ได้ลงทะเบียนวิทยานิพนธ์แล้ว หรือรักษาสถานภาพนักศึกษาหลังลงทะเบียนวิทยานิพนธ์หน่วยกิตครบถ้วนแล้ว ต้องรายงานความคืบหน้าของการทำวิทยานิพนธ์ตามแบบฟอร์มที่มหาวิทยาลัยกำหนดเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ก่อนสิ้นสุดแต่ละภาคการศึกษา

๒๓.๒ ให้อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์รายงานผลการประเมินความคืบหน้าของการทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาในแต่ละภาคการศึกษาต่อหัวหน้าภาควิชา เพื่อนำเสนอคณะกรรมการประจำคณะ ในกรณีที่ผลการประเมินไม่เป็นที่พอใจ คณะกรรมการประจำคณะอาจพิจารณากำหนดให้นักศึกษายุติการศึกษา

ข้อ ๒๔ ลิขสิทธิ์ของวิทยานิพนธ์ให้เป็นของมหาวิทยาลัย

ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็น มหาวิทยาลัยอาจอนุมัติให้ผู้อื่นเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ร่วมด้วยก็ได้

ข้อ ๒๕ บรรดาสิทธิบัตรหรือผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ใดที่เกิดจากงานวิจัยเพื่อทำวิทยานิพนธ์ให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

หมวด ๗
การลา การลงโทษ และการพ้นสถานภาพนักศึกษา

ข้อ ๒๖ การลาป่วย

๒๖.๑ การลาป่วย คือ การลาของนักศึกษาที่ป่วยจนไม่สามารถเข้าสอบในบางรายวิชาหรือทั้งหมดได้

๒๖.๒ การลาป่วยตามข้อ ๒๖.๑ นักศึกษาต้องยื่นคำร้องต่อหัวหน้าภาควิชาภายใน ๑ สัปดาห์นับจากวันที่นักศึกษาเริ่มป่วย พร้อมด้วยใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลของมหาวิทยาลัยหรือสถานพยาบาลอื่นที่มหาวิทยาลัยรับรอง

ข้อ ๒๗ การลาพักการศึกษา

๒๗.๑ นักศึกษาอาจยื่นคำร้องต่อหัวหน้าภาควิชาโดยผ่านอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขออนุมัติลาพักการศึกษาได้ในกรณี ต่อไปนี้

๒๗.๑.๑ ถูกเกณฑ์หรือระดมเข้ารับราชการทหารกองประจำการ

๒๗.๑.๒ ได้รับทุนแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างประเทศหรือทุนอื่นซึ่งมหาวิทยาลัยเห็นสมควรสนับสนุน

๒๗.๑.๓ ป่วยจนต้องพักรักษาตัวตามคำสั่งแพทย์เป็นเวลานานเกินกว่า ๓ สัปดาห์ โดยมีใบรับรองแพทย์ที่ถูกต้องตามข้อ ๒๖.๒

๒๗.๑.๔ มีความจำเป็นส่วนตัว โดยนักศึกษาผู้นั้นได้ศึกษาในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษา และมีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐

๒๗.๑.๕ ไม่ลงทะเบียนตามข้อ ๑๒.๔

๒๗.๒ นักศึกษาที่มีระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า ๓.๐๐ หรือยังไม่มีผลการเรียนแต่จำเป็นต้องลาพักการศึกษา ให้ยื่นคำร้องต่อหัวหน้าภาควิชาโดยเร็วที่สุดและให้คณะกรรมการประจำคณะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

๒๗.๓ การยื่นคำร้องเพื่อขอลาพักตามข้อ ๒๗.๑ หรือ ๒๗.๒ ให้กระทำภายใน ๑๐ วันแรกของภาคการศึกษา กรณีที่ยังไม่ลงทะเบียนเรียน หรือภายใน ๑๐ สัปดาห์ กรณีที่ลงทะเบียนเรียนแล้ว

๒๗.๔ การลาพักการศึกษาตามข้อ ๒๗.๑ และ ๒๗.๒ ให้อนุมัติได้ครั้งละไม่เกิน ๒ ภาคการศึกษาติดต่อกัน ถ้านักศึกษายังมีความจำเป็นต้องขอลาพักการศึกษาต่อไปอีก ให้ยื่นคำร้องใหม่

๒๗.๕ ให้ถือว่าระยะเวลาที่นักศึกษาได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของระยะเวลาการศึกษาของนักศึกษาผู้นั้น ยกเว้นลาพักตามข้อ ๒๗.๑.๑ และ ๒๗.๑.๒

๒๗.๖ นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาต้องชำระค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพนักศึกษาตามระเบียบของมหาวิทยาลัยทุกภาคการศึกษาที่ลาพักการศึกษา ยกเว้นภาคการศึกษาที่ได้ชำระค่าหน่วยกิตแล้ว มิฉะนั้นจะพ้นสถานภาพนักศึกษา

๒๗.๗ นักศึกษาที่มีความประสงค์จะกลับเข้าศึกษาก่อนระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติ จะต้องยื่นคำร้องขอกลับเข้าศึกษาต่อหัวหน้าภาควิชาเพื่อพิจารณาอนุมัติ และแจ้งผลการอนุมัติให้คณะทราบก่อนกำหนดวันลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาที่นักศึกษาจะกลับเข้าศึกษา ไม่น้อยกว่า ๑ สัปดาห์

๒๗.๘ นักศึกษาที่กลับเข้าศึกษาหลังการลาพักการศึกษาแล้วให้มีสถานภาพนักศึกษาเหมือนกับสถานภาพก่อนได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา

ข้อ ๒๘ การลงโทษนักศึกษาผู้กระทำผิด

๒๘.๑ เมื่อนักศึกษากระทำผิดหรือร่วมกระทำผิดในการสอบ หรือการทำงานใดๆ ที่เป็นส่วนประกอบของการศึกษา ให้คณะกรรมการพิจารณาโทษนักศึกษาที่กระทำผิดระเบียบการสอบตามที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้งเป็นผู้พิจารณา แล้วรายงานผลการพิจารณาต่อมหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินการลงโทษและแจ้งการลงโทษให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทราบ

๒๘.๒ ระยะเวลาที่นักศึกษาถูกสั่งพักการศึกษาให้นับรวมในระยะเวลาของการศึกษาด้วย

๒๘.๓ นักศึกษาที่ถูกสั่งพักการศึกษาเมื่อกระทำผิดตามข้อ ๒๘.๑ ต้องชำระค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพนักศึกษาทุกภาคการศึกษาที่ต้องพักการศึกษาตามคำสั่ง ยกเว้นภาคการศึกษาที่ชำระค่าลงทะเบียนแล้ว มิฉะนั้นจะพ้นสถานภาพนักศึกษา

ข้อ ๒๙ การพ้นสถานภาพนักศึกษานอกจากกรณีที่ระบุไว้ในข้ออื่นแล้ว นักศึกษาจะพ้นสถานภาพนักศึกษาในกรณี ดังต่อไปนี้

๒๙.๑ เมื่อได้ศึกษาครบถ้วนตามที่หลักสูตรกำหนดและได้รับปริญญาตามข้อ ๓๑ แล้ว

๒๙.๒ เมื่อได้รับอนุมัติจากคณบดีโดยคำแนะนำของหัวหน้าภาควิชาและอาจารย์ที่ปรึกษาให้ลาออก

๒๙.๓ เมื่อสิ้นสุด ๑๐ วันแรกของภาคการศึกษาแล้ว ยังไม่ลงทะเบียนเรียนหรือยังไม่ชำระค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพนักศึกษา นักศึกษาที่พ้นสถานภาพในกรณีนี้อาจขอคืนสถานภาพนักศึกษาภายในภาคการศึกษานั้นได้ โดยได้รับอนุมัติจากคณบดี

๒๙.๔ เมื่อเป็นนักศึกษาและมีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า ๓.๐๐ เป็นเวลา ๒ ภาคการศึกษาติดต่อกัน

๒๙.๕ มหาวิทยาลัยสั่งลงโทษให้พ้นสถานภาพนักศึกษา

หมวด ๘
การสำเร็จการศึกษา

ข้อ ๓๐ ผู้มีสิทธิขอสำเร็จการศึกษา

๓๐.๑ เป็นผู้ที่ศึกษาอยู่ในภาคการศึกษาสุดท้ายของหลักสูตรนั้น

๓๐.๒ นักศึกษาที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๓๐.๑ และประสงค์จะสำเร็จการศึกษาต้องยื่นคำร้องแสดงความจำนงขอสำเร็จการศึกษาต่อคณะภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด มิฉะนั้นจะไม่ได้รับการเสนอชื่อต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาอนุมัติปริญญาในภาคการศึกษานั้น

๓๐.๓ นักศึกษาที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ ๓๐.๑ ที่ประสงค์จะลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มเติมในภาคการศึกษาถัดไปโดยยังไม่ขอสำเร็จการศึกษา ต้องยื่นคำร้องต่อคณะภายในระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด และได้รับอนุมัติจากหัวหน้าภาควิชาตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษา

๓๐.๔ ในกรณีที่นักศึกษามีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ ๓๐.๑ แต่มิได้ยื่นคำร้องแสดงความจำนงขอรับปริญญา ตามข้อ ๓๐.๒ หรือมิได้ยื่นคำร้องขอลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มเติมตามข้อ ๓๐.๓ คณะอาจส่งรายชื่อเสนอการสำเร็จการศึกษาต่อมหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาอนุมัติปริญญาในภาคการศึกษาถัดไปก็ได้ ทั้งนี้นักศึกษาต้องชำระค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพนักศึกษาในภาคการศึกษาถัดไปนั้นด้วย

ข้อ ๓๑ ในการพิจารณาให้ปริญญา มีดังนี้

๓๑.๑ ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสีย

๓๑.๒ ไม่มีพันธะหนี้สินค้างชำระต่อมหาวิทยาลัย

๓๑.๓ คณบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะ เป็นผู้เสนอชื่อนักศึกษาต่อสภาวิชาการเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบสำเร็จการศึกษา เมื่อสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาจึงจะมีสิทธิรับปริญญาหรือประกาศนียบัตร

๓๑.๔ เกณฑ์การพิจารณาให้สำเร็จการศึกษาเป็นดังนี้

๓๑.๔.๑ มีจำนวนหน่วยกิตสอบได้ครบถ้วนตามที่หลักสูตรกำหนด

๓๑.๔.๒ ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า ๓.๐๐

๓๑.๔.๓ ผ่านเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่หลักสูตรและข้อบังคับนี้กำหนด

๓๑.๔.๔ มีคุณสมบัติตามข้อ ๓๐.๑

ประกาศ ณ วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗

(ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร)
นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

เข้าสู่ระบบเพื่อไฮไลต์และจดโน้ตส่วนตัว

ประกาศ ณ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2557

นายกสภามหาวิทยาลัย

ข้อมูลเอกสารเพิ่มเติม

เลขที่เอกสาร
LR-0386
หน่วยงานรับผิดชอบ
ฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ผู้ลงนามอนุมัติ
นายกสภามหาวิทยาลัย
ปีที่สภามีมติเห็นชอบ
ขนาดไฟล์
4.3 MB
ประเภทเอกสาร
ข้อบังคับ

ประวัติการแก้ไขและแทนที่

  1. ฉบับปัจจุบัน

    v.1.0.0 (1 ม.ค. 57)

    นำเข้าจากคลังเอกสารเดิม