Table of contents

Official published document

หนังสือสำนักงานอธิการบดี ที่ สนธ.0300/2317 ลงวันที่ 28 กันยายน 2565 เรื่อง แนวทางการจัดทำหนังสืออนุมัติการอบรมซึ่งอำนาจอนุมัติเป็นของหัวหน้าส่วนงาน

บันทึกข้อความ

ส่วนงาน ฝ่ายทรัพยากรบุคคล สำนักงานอธิการบดี โทร. ๓๘๔๙

ที่ สนธ.๐๓๐๐/๒๓๑๗ วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๕

เรื่อง แนวทางการจัดทำหนังสืออนุมัติการอบรมซึ่งอำนาจอนุมัติเป็นของหัวหน้าส่วนงาน

เรียน หัวหน้าสำนักงานอธิการบดี

ต้นเรื่อง ตามที่มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชได้มีคำสั่งที่ ๕๕๕/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ แต่งตั้งพนักงานมหาวิทยาลัยดำรงตำแหน่งในหน่วยงานตามโครงสร้างสำนักงานอธิการบดีที่กำหนดใหม่ (นักทรัพยากรบุคคล) ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ นั้น

ข้อเท็จจริง จากการปฏิบัติงานรอบปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา พบว่า ประสบปัญหาการจัดทำหนังสืออนุมัติการอบรมซึ่งอำนาจอนุมัติเป็นของหัวหน้าส่วนงาน เช่น ระยะเวลาการรับ-ส่งหนังสือหรือการแก้ไขเอกสารเพิ่มเติม ทำให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความล่าช้า ไม่ทันต่อระยะเวลาการสมัครเข้ารับการอบรม ส่งผลให้บุคลากรสูญเสียโอกาสในการพัฒนาตนเอง

ข้อพิจารณาเสนอแนะ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล จึงได้จัดทำแนวทางการจัดทำหนังสืออนุมัติการอบรมซึ่งอำนาจอนุมัติเป็นของหัวหน้าส่วนงาน เพื่อใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานให้เกิดความคล่องตัว รวดเร็ว แล้วเสร็จทันเวลา และลดการสูญเสียโอกาสในการพัฒนาตนเองของบุคลากร รายละเอียดตาม https://shorturl.asia/cev๗d หรือ QR – Code ที่แนบมา

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา หากเห็นชอบโปรดลงนามเวียนแจ้งส่วนงาน (ยกเว้นคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป

[ภาพ: QR Code]

(นางสาวศรีกมล พรมวงษ์)
ผู้บริหารระดับต้น
หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคล สำนักงานอธิการบดี

ที่ สนธ.๐๓/ ๔๓๑๐
เรียน หัวหน้าทุกส่วนงาน (ยกเว้นคณะแพทย์ฯ)

เพื่อโปรดทราบ และใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ

(นางอรพิน สุขสองห้อง)
หัวหน้าสำนักงานอธิการบดี
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
๔ ต.ค. ๒๕๖๕

แนวทางการจัดทำบันทึกอนุมัติการอบรมฯ
อำนาจอนุมัติเป็นของหัวหน้าส่วนงาน

จัดทำโดย
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล สำนักงานอธิการบดี

คำนำ

แนวทางการจัดทำบันทึกอนุมัติการอบรมฯ ซึ่งอำนาจอนุมัติเป็นของหัวหน้าส่วนงาน จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการและขั้นตอนในการดำเนินการลาไปศึกษา และฝึกอบรม เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งมีสาระสำคัญสอดคล้องกับระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๙ และระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๕๙

อนึ่งผู้จัดทำเป็นอย่างยิ่งว่าแนวทางฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ในการดำเนินการขออนุมัติ เข้ารับการอบรม ประชุม สัมมนา สำหรับบุคลากรและเจ้าหน้าที่ภายในส่วนงานต่อไป

ฝ่ายทรัพยากรบุคคล สำนักงานอธิการบดี
ผู้จัดทำ

สารบัญ

เรื่องหน้า
การอนุมัติไปอบรมแบบมีเฉพาะค่าลงทะเบียน
การอนุมัติไปอบรมแบบมีค่าใช้จ่าย
การอนุมัติไปอบรมแบบไม่มีค่าใช้จ่าย
การเปลี่ยนแปลงรายละเอียด/ยกเลิกการอบรม๑๐
ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๙๑๓
ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๕๙๒๓

๑.การอนุมัติไปอบรมแบบ
มีเฉพาะค่าลงทะเบียน

บันทึกข้อความ

ส่วนงาน คณะ.................... (ฝ่าย.................... โทร.................... ต่อ ................)

ที่ วันที่

เรื่อง ขออนุมัติบุคลากรในสังกัดเข้าร่วม..........................................................................................

เรียน คณบดีคณะ........../ผู้อำนวยการ.............

ต้นเรื่อง ..........(ชื่อผู้จัด).......... ได้กำหนดให้มีการ..........(ชื่อหลักสูตรอบรม) เพื่อ..........(ประโยชน์ที่ได้รับจากการไปอบรม).......... ระหว่างวันที่.....(วันที่อบรมจริง)..... ณ (สถานที่อบรม/รูปแบบการอบรม) โดยมีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน.....(จำนวนเงิน).- บาท (..........ถ้วน) นั้น

ข้อเท็จจริง ..........(ชื่อ-สกุล).......... ตำแหน่ง.............................. สังกัด.....(ภาค/ฝ่าย) แจ้งความประสงค์เข้ารับการอบรมฯ ดังกล่าว โดยมีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน .....(จำนวนเงิน).- บาท (.......บาทถ้วน)

ข้อกฎหมาย

๑. ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๙

ข้อ ๖ อำนาจอนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ได้แก่

(๑) หัวหน้าส่วนงาน สำหรับกรณีลาไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ในประเทศ และรายงานการอนุมัติให้อธิการบดีทราบ

๒. ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๕๙

ข้อ ๙ (๓) หัวหน้าส่วนงาน สำหรับการจัดการฝึกอบรม หรือการเข้ารับการฝึกอบรมที่มีเฉพาะบุคลากรภายในส่วนงาน กรณีที่มีบุคคลภายนอกเข้าร่วมการฝึกอบรมให้หัวหน้าส่วนงานรายงานต่ออธิการบดีเพื่อทราบ

ข้อ ๒๒ วรรคแรก ในกรณีที่มหาวิทยาลัยหรือส่วนงาน ส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมซึ่งหน่วยงานภายนอกเป็นเจ้าของโครงการ ให้บุคลากรที่เข้ารับการฝึกอบรมเบิกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าลงทะเบียน ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายทำนองเดียวกันที่เรียกชื่ออย่างอื่นเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราที่หน่วยงานที่เป็น เจ้าของโครงการเรียกเก็บ

ข้อพิจารณาเสนอแนะ คณะ................พิจารณาแล้วเห็นควรอนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัย จำนวน.......ราย/ ราย...ชื่อ-สกุล สังกัด... เข้าร่วมอบรมตามวันดังกล่าว และอนุมัติค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน (จำนวนเงิน.-).......บาท (....................บาทถ้วน) โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ แผนงานบริหารทั่วไป งานมหาวิทยาลัย หมวดเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป อุดหนุนให้มหาวิทยาลัยเป็นค่าใช้จ่ายในการผลิตบัณฑิตและบริการด้านสาธารณสุข ประเภทเงินอุดหนุนเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการศึกษาเพิ่มเติม ฝึกอบรม ประชุม และดูงานในประเทศและต่างประเทศ รายการที่ ๘.๑ ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการศึกษาเพิ่มเติม ฝึกอบรมฯ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ อำนาจในการอนุมัติเป็นของคณบดีคณะ...................... ตามระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัยและการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๕๙ ข้อ ๖ (๑) และระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๕๙ ข้อ ๙ (๓) และ ข้อ ๒๒ วรรคแรก

(ชื่อรองคณบดีที่กำกับ)
รองคณบดีฝ่าย....................
คณะ............................................
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

อนุมัติ

(........................................)
คณบดีคณะ............................................
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

๒.การอนุมัติไปอบรมแบบมีค่าใช้จ่าย

บันทึกข้อความ

ส่วนงาน คณะ.................... (ฝ่าย.................... โทร.................... ต่อ ................)

ที่ วันที่

เรื่อง ขออนุมัติบุคลากรในสังกัดเข้าร่วม..........................................................................................

เรียน คณบดีคณะ........../ผู้อำนวยการ.............

ต้นเรื่อง ..........(ชื่อผู้จัด).......... ได้กำหนดให้มีการ..........(ชื่อหลักสูตรอบรม) เพื่อ..........(ประโยชน์ที่ได้รับจากการไปอบรม).......... ระหว่างวันที่.....(วันที่อบรมจริง)..... ณ (สถานที่อบรม/รูปแบบการอบรม) โดยมีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน.....(จำนวนเงิน).- บาท (..........ถ้วน) นั้น

ข้อเท็จจริง พนักงานมหาวิทยาลัย จำนวน........ราย แจ้งความประสงค์เข้ารับการอบรมฯ ดังกล่าว ดังนี้

๑. ..........(ชื่อ-สกุล).......... ตำแหน่ง..................... ภาค/ฝ่าย.........................

๒. ..........(ชื่อ-สกุล).......... ตำแหน่ง..................... ภาค/ฝ่าย.........................

โดยขอเบิกค่าใช้จ่ายเป็นค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าเบี้ยเลี้ยง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ...................- บาท (..............บาทถ้วน)

ข้อกฎหมาย ตามระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วยหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ.๒๕๕๙

ข้อ ๙ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการจัดการฝึกอบรม และอนุมัติการเข้ารับการฝึกอบรม และการเดินทางไปต่างประเทศของบุคลากรตามที่กำหนดในหลักสูตรการฝึกอบรมทุกหลักสูตร

(๓) หัวหน้าส่วนงาน สำหรับการจัดการฝึกอบรม หรือการเข้ารับการฝึกอบรมที่มีเฉพาะบุคลากรภายในส่วนงาน กรณีที่มีบุคคลภายนอกเข้าร่วมการฝึกอบรมให้หัวหน้าส่วนงานรายงานต่ออธิการบดีเพื่อทราบ

ข้อ ๒๗ การเดินทางไปปฏิบัติงาน ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติการเดินทางไปปฏิบัติงานพิจารณาอนุมัติการเบิกค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นเหมาะสมและประหยัด

ข้อ ๒๘ การขออนุมัติเดินทางไปปฏิบัติงานให้มีข้อเท็จจริงและรายละเอียดค่าใช้จ่ายประกอบส่วนการอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงาน ให้นำความในข้อ ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลมและให้ผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาอนุมัติเฉพาะบุคลากรที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์ตามจำนวนที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงความจำเป็นและเหมาะสมในการปฏิบัติงาน

ข้อ ๒๙ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานภายในประเทศ

(๑) ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปปฏิบัติงาน เหมาจ่ายในอัตราดังต่อไปนี้

(ข) บุคลากรประเภทผู้บริหาร พนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการระดับรองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และบุคลากรระดับชำนาญงานพิเศษ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ หรือเทียบเท่า ไม่เกินวันละ ๔๐๐ บาท

(ค) บุคลากรนอกเหนือจาก (ก) และ (ข) ไม่เกินวันละ ๓๐๐ บาท

(๒) ค่าเช่าที่พัก ให้จ่ายตามที่จ่ายจริงโดยคำนึงถึงความเหมาะสมและประหยัด ในอัตราดังต่อไปนี้

(ข) บุคลากรประเภทผู้บริหาร พนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการระดับรองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และบุคลากรระดับชำนาญงานพิเศษ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ หรือเทียบเท่า กรณีเข้าพักคนเดียว ไม่เกินวันละ ๒,๒๐๐ บาท/คน กรณีพักคู่ ไม่เกินวันละ ๑,๒๐๐ บาท/คน

(ค) บุคลากรที่นอกเหนือจาก (ก) และ (ข) กรณีพักเดี่ยว ไม่เกินวันละ ๑,๕๐๐ บาท/คน และกรณีพักคู่ไม่เกินวันละ ๘๕๐ บาท/คน

(๓) ค่ายานพาหนะ โดยอัตราดังต่อไปนี้

(ข) กรณีเดินทางด้วยยานพาหนะส่วนตัว สามารถเบิกค่าใช้จ่ายชดเชยตามระยะทางจากที่พักหรือที่ทำงาน ได้ในอัตราไม่เกินดังนี้ รถยนต์ กิโลเมตรละ ๔ บาท รถจักรยานยนต์กิโลเมตรละ ๒ บาท

ข้อพิจารณาเสนอแนะ คณะ................................ พิจารณาแล้วเห็นควรอนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัย จำนวน........ราย เข้าร่วมอบรมฯ ดังกล่าว และอนุมัติค่าใช้จ่ายเป็นค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าเบี้ยเลี้ยง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น...จำนวนเงิน.-... บาท (............................บาทถ้วน) โดยเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ แผนงานบริหารทั่วไป งานมหาวิทยาลัย หมวดเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป อุดหนุนให้มหาวิทยาลัยเป็นค่าใช้จ่ายในการผลิตบัณฑิตและบริการด้านสาธารณสุข ประเภทเงินอุดหนุนเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการศึกษาเพิ่มเติม ฝึกอบรม ประชุม และดูงานในประเทศและต่างประเทศ รายการที่ ๘.๑ ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการศึกษาเพิ่มเติม ฝึกอบรมฯ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ อำนาจในการอนุมัติเป็นของคณบดีคณะ................ ตามระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัยและการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๕๙ ข้อ ๖ (๑) และระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๕๙ ข้อ ๙ (๓) และ ข้อ ๒๒ วรรคแรก

(ชื่อรองคณบดีที่กำกับ)
รองคณบดีฝ่าย....................
คณะ............................................
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

อนุมัติ

(..........................................)
คณบดีคณะ.....................................
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

ประมาณค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเข้าร่วม.....................................
วันที่................................................ ณ.......................................

ราย ...................................

รายการรายละเอียดรวมค่าใช้จ่าย
๑.หมวดค่าลงทะเบียน
ค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน..............บาท x..........คน
๒.หมวดค่าเบี้ยเลี้ยง
ค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย (ประเภท.............)..........บาทx .........วัน x....... คน
๓.หมวดค่าที่พัก
ค่าเช่าที่พัก (ตำแหน่ง..................)..........บาทx .........วัน x....... คน
๔.หมวดค่าเดินทาง
ค่ายานพาหนะรับจ้างเดินทางไปกลับ ระหว่างที่พัก/ที่ทำงาน กับสนามบิน................... (เบิกจ่ายตามจริง)..........บาทx .........วัน x....... คน
ค่าโดยสารเครื่องบินไป – กลับ (ชั้นประหยัด) ระหว่างกรุงเทพฯ – ...............................บาท x..........คน
รวมทั้งสิ้น

หมายเหตุ

ตามระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วยหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่าย ในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ.๒๕๕๙

ข้อ ๒๙ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานภายในประเทศ

(๑) ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปปฏิบัติงาน เหมาจ่ายในอัตราดังต่อไปนี้

(ข) บุคลากรประเภทผู้บริหาร พนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการระดับรองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และบุคลากรระดับชำนาญงานพิเศษ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ หรือเทียบเท่า ไม่เกินวันละ ๔๐๐ บาท

(๒) ค่าเช่าที่พัก ให้จ่ายตามที่จ่ายจริงโดยคำนึงถึงความเหมาะสมและประหยัด ในอัตราดังต่อไปนี้

(ข) บุคลากรประเภทผู้บริหาร พนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการระดับรองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และบุคลากรระดับชำนาญงานพิเศษ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ หรือเทียบเท่า กรณีเข้าพักคนเดียว ไม่เกินวันละ ๒,๒๐๐ บาท/คน กรณีพักคู่ ไม่เกินวันละ ๑,๒๐๐ บาท/คน

(๓) ค่ายานพาหนะ ในอัตราดังต่อไปนี้

(ก) ค่ายานพาหนะรับจ้างเดินทางไป – กลับ ระหว่างที่พักหรือที่ทำงานกับสถานียานพาหนะเดินทางหรือสถานที่จัดยานพาหนะให้เบิกจ่ายตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน ๖๐๐ บาท

(๔) กรณีเดินทางโดยเครื่องบิน

(ก) นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก อธิการบดี รองอธิการบดี และบุคลากรประเภทวิชาการระดับศาสตราจารย์หรือเทียบเท่า ให้เดินทางได้ไม่เกินชั้นธุรกิจ

(ข) บุคลากรนอกเหนือจาก (ก) ให้เดินทางโดยชั้นประหยัด

การเลือกสายการบินให้พิจารณาตามเส้นทางการบินที่เหมาะสมกับภารกิจโดยคำนึงถึงความเหมาะสมและประหยัด

๓.การอนุมัติไปอบรมแบบไม่มีค่าใช้จ่าย

บันทึกข้อความ

ส่วนงาน คณะ.................... (ฝ่าย.................... โทร.................... ต่อ ................)

ที่ วันที่

เรื่อง ขออนุมัติบุคลากรในสังกัดเข้าร่วม..........................................................................................

เรียน คณบดีคณะ........../ผู้อำนวยการ.............

ต้นเรื่อง ..........(ชื่อผู้จัด).......... ได้กำหนดให้มีการ..........(ชื่อหลักสูตรอบรม) เพื่อ..........(ประโยชน์ที่ได้รับจากการไปอบรม).......... ระหว่างวันที่.....(วันที่อบรมจริง)..... ณ (สถานที่อบรม/รูปแบบการอบรม) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน นั้น

ข้อเท็จจริง ..........(ชื่อ-สกุล).......... ตำแหน่ง.............................. สังกัด.....(ภาค/ฝ่าย) แจ้งความประสงค์เข้ารับการอบรมฯ ดังกล่าว โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน

ข้อกฎหมาย ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๙

ข้อ ๖ อำนาจอนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปศึกษา ฝึกอบรมและดูงาน ได้แก่

(๑) หัวหน้าส่วนงาน สำหรับกรณีลาไปศึกษา ฝึกอบรมและดูงานในประเทศและรายงานการอนุมัติให้อธิการบดีทราบ

ข้อพิจารณาเสนอแนะ คณะ..................... พิจารณาแล้ว เห็นควรอนุมัติให้.......(ชื่อ-สกุล) ตำแหน่ง.............................. สังกัด.....(ภาค/ฝ่าย)........เข้าร่วมการอบรมดังกล่าวฯ ในวันเวลาและสถานที่ที่หน่วยงานผู้จัดกำหนด

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ อำนาจอนุมัติเป็นของคณบดีคณะ...................... ตามระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัยและการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๙ ข้อ ๖ (๑)

(ชื่อรองคณบดีที่กำกับ)
รองคณบดีฝ่าย....................
คณะ.........................................
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

อนุมัติ

(...........................)
คณบดีคณะ...................................
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

๔.การเปลี่ยนแปลงรายละเอียด/ยกเลิกการอบรม

บันทึกข้อความ

ส่วนงาน คณะ.................... (ฝ่าย.................... โทร.................... ต่อ ................)

ที่ วันที่

เรื่อง ขออนุมัติบุคลากรในสังกัดเข้าร่วม..........................................................................................

เรียน คณบดีคณะ........../ผู้อำนวยการ.............

ต้นเรื่อง ตามที่คณะ................. มีหนังสือที่......................................อนุมัติชื่อเรื่องที่อนุมัติ ราย........................................................... โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน นั้น

ข้อเท็จจริง สถานที่จัด.......... มีหนังสือ...เลขที่หนังสือต้นเรื่อง..... แจ้ง...รายละเอียดการเปลี่ยนแปลง

ข้อพิจารณาเสนอแนะ จากเหตุผลความจำเป็นข้างต้น เห็นสมควรอนุมัติให้ (ชื่อ-สกุล)..........ตำแหน่ง.............................. สังกัด.....(ภาค/ฝ่าย)........เข้ารับการอบรม/ประชุม จากเดิม ........................................ เป็น............................................................

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ

(ชื่อรองคณบดีที่กำกับ)
รองคณบดีฝ่าย....................
คณะ...................................
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

อนุมัติ

(........................................)
คณบดีคณะ...........................
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

บันทึกข้อความ

ส่วนงาน คณะ.................... (ฝ่าย..................... โทร..................... ต่อ .................)

ที่ วันที่

เรื่อง ขออนุมัติบุคลากรในสังกัดเข้าร่วม..........................................................................................................

เรียน คณบดีคณะ........../ผู้อำนวยการ..............

ต้นเรื่อง ตามที่คณบดีคณะ................................................. อนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัย ราย............................... เข้าร่วมประชุม/อบรม..............................วันที่....................................โดยมีค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน ........... บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น.................บาท (...................บาทถ้วน) ตามรายละเอียดหนังสือที่................ลงวันที่ .................. ๒๕๖๕

ข้อเท็จจริง พนักงานมหาวิทยาลัย จำนวน.......ราย คือ..................ตำแหน่ง.............. และ................ตำแหน่ง.....................แจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการเข้าร่วมประชุมดังกล่าว เนื่องจาก..................... ตามรายละเอียดหนังสือ ที่ ...................... ลงวันที่.................

ข้อพิจารณาเสนอแนะ จากเหตุผลความจำเป็นข้างต้น เห็นสมควรอนุมัติให้ พนักงานมหาวิทยาลัย จำนวน.........ราย คือ.................ตำแหน่ง.............. และ................ตำแหน่ง..................... ยกเลิกการเข้าร่วมประชุมฯ และยกเลิกเบิกค่าลงทะเบียน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น.....................บาท (............บาทถ้วน)

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ

(ชื่อรองคณบดีที่กำกับ)
รองคณบดีฝ่าย....................
คณะ.................................
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

อนุมัติ

(........................................)
คณบดีคณะ....................................
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย
และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ของพนักงานมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๕๙

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ เพื่อเป็นการพัฒนาพนักงานมหาวิทยาลัยของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๖๕ วรรคสอง ประกอบข้อ ๗ และข้อ ๙ (๖) แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ.๒๕๕๔ อธิการบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล ในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๘ จึงออกระเบียบไว้ ดังนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๙”

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“อธิการบดี” หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“ส่วนงาน” หมายความว่า ส่วนงานตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓

“หัวหน้าส่วนงาน” หมายความว่า หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓

“ก.บ.ค.” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล

“คณะกรรมการประจำส่วนงาน” หมายความว่า “คณะกรรมการประจำส่วนงาน ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยคณะกรรมการประจำส่วนงาน

“พนักงานมหาวิทยาลัย” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“ศึกษา” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้ด้วยการเรียน หรือการวิจัย ตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษา หรือองค์การวิชาชีพในประเทศหรือต่างประเทศ เพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญาบัตร ประกาศนียบัตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือวุฒิบัตร ที่ ก.พ. รับรองหรือที่ ก.บ.ค. รับรอง และหมายความรวมถึง การฝึกฝนภาษา หรือการรับคำแนะนำก่อนเข้าศึกษา และการฝึกอบรม หรือการดูงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา หรือต่อจากการศึกษานั้นด้วย

“ฝึกอบรม” หมายความว่า การพัฒนาความรู้ ทักษะ ความชำนาญ หรือประสบการณ์ด้วยการเรียน หรือการฝึกอบรม หรือการฝึกปฏิบัติตามหลักสูตรของการฝึกอบรม หรือการสัมมนาอบรมเชิงปฏิบัติการ การดำเนินงานตามโครงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ การไปเสนอผลงานทางวิชาการ การประชุมวิชาการ และการประชุมเชิงปฏิบัติการ ทั้งนี้ โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญาบัตร ประกาศนียบัตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือวุฒิบัตร ที่ ก.พ. รับรอง และหมายความรวมถึงการฝึกฝนภาษา และการรับคำแนะนำ ก่อนเข้าฝึกอบรม หรือการดูงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรม หรือต่อจากการฝึกอบรมนั้นด้วย

“ดูงาน” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ด้วยการสังเกตการณ์ และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ ต่างประเทศ ทั้งนี้ไม่รวมถึงการไปดูงาน ณ ต่างประเทศที่เป็นส่วนหนึ่ง หรือต่อจากการฝึกอบรม หรือประชุมสัมมนาในประเทศ

“ปฏิบัติการวิจัย” หมายความว่า การทำงานวิจัยโดยนำผลที่ได้รับมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนงาน หรือมหาวิทยาลัย หรือกรุงเทพมหานคร หรือองค์การอื่นที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.บ.ค. ทั้งนี้ไม่รวมถึงการวิจัยอันเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาหรือฝึกอบรม

“เพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ” หมายความว่า การแสวงหาความรู้ทางวิชาการที่มิใช่การศึกษาต่อตามหลักสูตรการศึกษาเพื่อเพิ่มคุณวุฒิ ซึ่งสามารถกระทำได้โดยการแต่งหรือเรียบเรียงตำราหรือหนังสือทางวิชาการ การสร้างนวัตกรรม หรือการสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.บ.ค.

“ทุน” หมายความว่า เงินที่มหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานของรัฐอื่น ๆ ได้จัดสรรให้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และเพื่อการครองชีพระหว่างการศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน และให้หมายความรวมถึงเงินค่าพาหนะเดินทางเพื่อการนี้ด้วย

ข้อ ๔ ให้อธิการบดีรักษาการตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีเหตุพิเศษสมควรปฏิบัติเป็นอย่างอื่น หรือที่ไม่มีกำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้เสนออธิการบดีพิจารณาสั่งการเป็นกรณี ๆ ไป

หมวด ๑
บททั่วไป

ข้อ ๕ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุนให้พนักงานมหาวิทยาลัยไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงานหรือปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนงาน และมหาวิทยาลัยตามระเบียบนี้

การอนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดลาตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงความจำเป็นและความต้องการของส่วนงาน หรือมหาวิทยาลัยที่จะได้ผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญในสาขาวิชา และระดับความรู้ที่เหมาะสมกับหน้าที่ซึ่งกำหนดไว้ให้กลับมาปฏิบัติงาน ตลอดจนพิจารณาถึงคุณสมบัติของพนักงานมหาวิทยาลัย ระยะเวลาที่เหลืออยู่ในการปฏิบัติงานให้กับมหาวิทยาลัยภายหลังเสร็จสิ้นการลา และจำนวนพนักงานมหาวิทยาลัยที่สามารถลาได้ในแต่ละปี โดยที่ไม่ต้องกำหนดอัตราจ้างเพิ่ม

ข้อ ๖ อำนาจอนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ได้แก่

(๑) หัวหน้าส่วนงาน สำหรับกรณีลาไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ในประเทศ และรายงานการอนุมัติให้อธิการบดีทราบ

(๒) อธิการบดี สำหรับกรณีลาไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ในต่างประเทศ

ข้อ ๗ อำนาจอนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ให้เป็นอำนาจของอธิการบดีโดยความเห็นชอบของ ก.บ.ค. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ข้อ ๘ การลาฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยของอธิการบดี ให้นายกสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้อนุมัติ กรณีรองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี และหัวหน้าส่วนงาน ให้อธิการบดีเป็นผู้อนุมัติ

ข้อ ๙ พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ต้องตั้งใจ ศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการให้สำเร็จโดยเร็ว การไม่ตั้งใจหรือประวิงเวลาให้ล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันควรนอกจากจะถูกตัดสิทธิให้ระงับการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงานหรือปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการแล้ว ยังอาจได้รับโทษทางวินัยอีกด้วย

ข้อ ๑๐ พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ หากไม่สามารถ ศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ให้รีบรายงานต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อกลับเข้าปฏิบัติงานทันทีและให้ผู้บังคับบัญชารายงานตามลำดับจนถึงผู้อนุมัติ

ข้อ ๑๑ ในระหว่างที่พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ หากส่วนงานหรือมหาวิทยาลัยมีความประสงค์จะให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดกลับมาปฏิบัติงาน ให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติงานทันที

ข้อ ๑๒ พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติหรือเสร็จจากการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการก่อนครบกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติ ให้รีบรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติงานทันที

ข้อ ๑๓ ให้พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งในระหว่างลา

กรณีลาไปศึกษา หรือฝึกอบรมให้ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง มีระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยที่ใช้เวลาศึกษา หรือฝึกอบรมเกินกว่าที่กำหนดไว้ในหลักสูตรอาจจะไม่ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง หรือได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ในอัตราที่ลดลงในระหว่างที่ขยายเวลาศึกษา หรือฝึกอบรม ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่ ก.บ.ค. กำหนด

การขยายเวลาศึกษาหรือฝึกอบรมทั้งหมด ต้องไม่เกินระยะเวลา ๑ เท่าของระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร หากเกินกว่า ๑ เท่าของระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรให้ส่วนงานเรียกตัวกลับเข้าปฏิบัติงานตามปกติ ทั้งนี้การพิจารณาอนุมัติให้ขยายเวลาเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ข้อ ๑๔ การพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลา

(๑) กรณีลาไปศึกษา ฝึกอบรม ต้องอยู่ภายในกำหนดระยะเวลาของหลักสูตร (ไม่รวมการขอขยายระยะเวลา) หากมีระยะเวลารวมในการลาไม่เกิน ๔ เดือน ในปีงบประมาณนั้น โดยให้ปรับเงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นตามสัดส่วนระยะเวลาที่ผู้นั้นปฏิบัติงาน และต้องมีรายงานผลการศึกษา ฝึกอบรม ทุกภาคการศึกษา เพื่อประกอบการพิจารณา

(๒) กรณีการลาไปดูงาน ปฏิบัติการวิจัย เพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ผู้ได้รับอนุมัติให้ลาถือว่าเป็นการไปปฏิบัติงาน และต้องมีรายงานผลการดูงาน หรือรายงานความคืบหน้าหรือเสนอผลงานภายในระยะเวลาตามโครงการ หรือแผนงานที่ได้เสนอไว้ต่อ ก.บ.ค. เพื่อประกอบการพิจารณา

หลักเกณฑ์ วิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อปรับเงินเดือนประจำปีของพนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลา ให้เป็นไปตามที่ ก.บ.ค. กำหนด

ข้อ ๑๕ ผู้ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ต้องปฏิบัติงานชดใช้เป็นระยะเวลาสองเท่าของระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ

หมวด ๒
การลาไปศึกษา ฝึกอบรม

ข้อ ๑๖ พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งประสงค์จะลาไปศึกษา ฝึกอบรมในประเทศหรือต่างประเทศ ให้เสนอโครงการและจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุมัติ เพื่อพิจารณาอนุมัติตามแต่กรณี

พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรมในประเทศหรือต่างประเทศ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท

(๑) การลาโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานเต็มเวลา

(๒) การลาโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานบางส่วน โดยใช้เวลาปฏิบัติงานวันละไม่เกิน ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที หรือสัปดาห์ละไม่เกิน ๗ ชั่วโมง ๓๐ นาที

ข้อ ๑๗ คุณสมบัติของพนักงานมหาวิทยาลัยที่จะลาไปศึกษา ฝึกอบรมโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานเต็มเวลามี ดังนี้

(๑) เป็นผู้พ้นจากการทดลองปฏิบัติงานแล้ว กรณีมีเหตุผลและความจำเป็นให้อธิการบดีอนุมัติเลื่อนการทดลองปฏิบัติงานได้เป็นการเฉพาะราย และรายงานให้ ก.บ.ค. ทราบ

(๒) เป็นผู้ที่เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรมแล้ว จะต้องมีเวลากลับมาปฏิบัติงานชดใช้ตามสัญญาได้ครบก่อนเกษียณอายุ

(๓) ผู้ที่จะลาไปศึกษา ฝึกอบรมต่อในต่างประเทศจะต้องเป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์พอที่จะไปศึกษา ฝึกอบรม โดยต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบการพิจารณา และต้องมีความรู้ในภาษาต่างประเทศที่จะใช้ในการศึกษา ฝึกอบรมนั้นได้

(๔) เป็นผู้ไม่อยู่ในระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย หรืออยู่ในระหว่างถูกลงโทษทางวินัยหรือถูกฟ้องคดีอาญา

การขอยกเว้นสำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามข้อ (๒) (๓) (๔) ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาทำความเห็น หากเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปศึกษา ฝึกอบรม ให้เสนออธิการบดีอนุมัติโดยความเห็นชอบจาก ก.บ.ค.

ข้อ ๑๘ หลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราในการขอทุนการศึกษา ฝึกอบรม ให้เป็นไปตามข้อบังคับ หรือระเบียบมหาวิทยาลัยว่าด้วยการนั้น

ข้อ ๑๙ จำนวนของผู้ที่จะได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษาโดยใช้เวลาปฏิบัติงานเต็มเวลา เมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนพนักงานมหาวิทยาลัยในส่วนงานนั้น ๆ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะที่พิจารณา ทั้งนี้หากมีทศนิยมให้นับเป็นหนึ่งคน และสำหรับส่วนงานที่มีจำนวนพนักงานมหาวิทยาลัยไม่ถึงสิบคนให้ไปได้หนึ่งคน

การพิจารณากรณีผู้ขอลาไปศึกษาโดยใช้เวลาปฏิบัติงานเต็มเวลามีจำนวนเกินกว่าที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาตามลำดับอาวุโส และการได้รับโอกาสการพัฒนาอย่างเท่าเทียม

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นซึ่งทำให้จำนวนของผู้ที่จะขออนุมัติให้ลาไปศึกษาโดยใช้เวลาปฏิบัติงานเต็มเวลา มีจำนวนเกินกว่าร้อยละสิบของจำนวนพนักงานมหาวิทยาลัยในส่วนงานนั้น ๆ ให้ส่วนงานรายงานเหตุผลและความจำเป็นเสนออธิการบดีเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

ข้อ ๒๐ ให้ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรมในประเทศหรือต่างประเทศโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานเต็มเวลา ต้องรายงานผลการศึกษา ฝึกอบรม ทุก ๆ ภาคศึกษา ฝึกอบรม ต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุมัติเพื่อทราบ

ข้อ ๒๑ พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรมในประเทศหรือต่างประเทศจะต้องศึกษา ฝึกอบรมให้สำเร็จภายในระยะเวลาที่สถาบันการศึกษา หรือองค์การวิชาชีพนั้น ๆ กำหนดไว้ในแต่ละหลักสูตร ถ้ายังศึกษา ฝึกอบรมไม่สำเร็จภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง หากมีเหตุผลและความจำเป็นอย่างยิ่งอาจเสนอขออนุมัติขยายระยะเวลาศึกษา ฝึกอบรม ได้ครั้งละ ๑ ภาคการศึกษา

ในการขอขยายระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นคำร้องต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุมัติก่อนวันสิ้นสุดของระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติไว้ไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน พร้อมรายงานผลการศึกษา ความเห็นและระเบียบการลงทะเบียนของสถาบันการศึกษาที่เข้าศึกษา ฝึกอบรมนั้นประกอบการพิจารณาอนุมัติ เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้ทำสัญญาขยายเวลาไปศึกษา ฝึกอบรมแนบท้ายสัญญาเดิม

หากพิจารณาแล้วปรากฏว่าผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา ฝึกอบรมได้ใช้เวลาเพื่อการอื่นหรือศึกษาวิชาอื่นนอกเหนือจากที่ได้รับอนุมัติไว้ หรือมีพฤติการณ์เกี่ยวกับการลงทะเบียนวิชาเรียนจนเป็นเหตุให้ศึกษา ฝึกอบรมสำเร็จช้ากว่ากำหนดเวลาเรียนตามหลักสูตร หรือไม่เอาใจใส่ต่อการศึกษา ฝึกอบรม หรือมีความประพฤติไม่เหมาะสม ห้ามมิให้อนุมัติขยายระยะเวลา และให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยตามควรแก่กรณี

ข้อ ๒๒ การลาไปศึกษา ฝึกอบรมโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานบางส่วน จะต้องไม่เกิดความเสียหายต่อการปฏิบัติงาน โดยการลาไปศึกษา ฝึกอบรมโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานบางส่วนต้องเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของส่วนงาน หรือมหาวิทยาลัย และให้ไปศึกษา ฝึกอบรมโดยใช้เวลาการปฏิบัติงานบางส่วนเมื่อได้รับอนุมัติให้ลาจากผู้มีอำนาจแล้วเท่านั้น

หมวด ๓
การลาไปดูงาน

ข้อ ๒๓ พนักงานมหาวิทยาลัยที่จะขอลาไปดูงานต้องพ้นจากการทดลองปฏิบัติงานแล้ว กรณีมีเหตุผลและความจำเป็นให้อธิการบดีอนุมัติเลื่อนการทดลองปฏิบัติงานได้เป็นการเฉพาะรายและรายงานให้ ก.บ.ค. ทราบ

ข้อ ๒๔ พนักงานมหาวิทยาลัยที่จะขอลาไปดูงานให้เสนอโครงการและจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุมัติ และลาได้ในระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วัน ทั้งนี้จะต้องยื่นเอกสารประกอบการพิจารณา ดังนี้

(๑) หนังสือเชิญ หนังสือตอบรับ เอกสารการจัดงานทางวิชาการ และ/หรือโครงการจัดการดูงานที่ได้รับอนุมัติแล้ว

(๒) หลักฐานแสดงแหล่งทุน

(๓) คำชี้แจงแสดงเหตุผลความจำเป็นของส่วนงานที่ต้องการให้พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปดูงาน

หมวด ๔
การลาปฏิบัติการวิจัย

ข้อ ๒๕ การลาปฏิบัติการวิจัย จะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ หรือนโยบายของมหาวิทยาลัย และเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อส่วนงาน หรือมหาวิทยาลัย หรือกรุงเทพมหานคร โดยการวิจัยนั้นต้องเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหรือแผนงานที่ส่วนงาน หรือมหาวิทยาลัย หรือกรุงเทพมหานครดำเนินการอยู่หรือเตรียมที่จะดำเนินการ โดยมีรายละเอียดของโครงการวิจัยที่ชัดเจน

กรณีมีข้อสงสัยว่าการลาในลักษณะใดเป็นการลาปฏิบัติการวิจัยตามวรรคหนึ่ง หรือกรณีที่เป็นการวิจัยของสถาบันหรือองค์การอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้ ก.บ.ค. เป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย และถือว่าเป็นที่สุด

ข้อ ๒๖ พนักงานมหาวิทยาลัยที่จะได้รับการส่งเสริม สนับสนุนให้ลาปฏิบัติการวิจัย ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

(๑) เป็นผู้พ้นจากการทดลองปฏิบัติงานแล้วและได้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยมาแล้วอย่างน้อย ๑ ปี

(๒) เป็นผู้ที่เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลาปฏิบัติการวิจัยแล้ว จะต้องมีเวลากลับมาปฏิบัติงานชดใช้ตามสัญญาได้ครบก่อนเกษียณอายุ

(๓) ผู้ที่จะลาปฏิบัติการวิจัยในต่างประเทศจะต้องเป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์พอที่จะไปปฏิบัติการวิจัย โดยต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบการพิจารณา และต้องมีความรู้ในภาษาต่างประเทศที่จะใช้ในการศึกษา ฝึกอบรมนั้นได้

(๔) เป็นผู้มีผลการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมาสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานในระดับดีเด่น ไม่อยู่ในระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย หรืออยู่ในระหว่างถูกลงโทษทางวินัยหรือถูกฟ้องคดีอาญา

ข้อ ๒๗ การลาปฏิบัติการวิจัย ภายในประเทศ มีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน ๑ ปี และในต่างประเทศ มีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน ๒ ปี หากมีความจำเป็นต้องปฏิบัติการวิจัยเกินระยะเวลาที่กำหนดให้ ก.บ.ค. เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

ข้อ ๒๘ การลาและการพิจารณาอนุมัติการลาปฏิบัติการวิจัยให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ให้ผู้ที่ประสงค์จะลาปฏิบัติการวิจัย เสนอใบลาพร้อมโครงการและแผนปฏิบัติการวิจัยโดยสมบูรณ์ ซึ่งต้องแสดงเหตุผลความจำเป็น ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ หรือนโยบายของมหาวิทยาลัย ระยะเวลาและขั้นตอนการปฏิบัติการวิจัย ข้อตกลงเกี่ยวกับการไปปฏิบัติการวิจัย ผลงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ ตามแบบที่ ก.บ.ค. กำหนด ต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงหัวหน้าส่วนงาน

(๒) ให้หัวหน้าส่วนงาน เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่ออธิการบดี เพื่อนำเสนอให้ ก.บ.ค. พิจารณาความเหมาะสมของโครงการ และให้ความเห็นชอบ

(๓) เมื่อ ก.บ.ค. ให้ความเห็นชอบ ให้อธิการบดีมีคำสั่งอนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นลาปฏิบัติการวิจัยตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่ ก.บ.ค. ให้ความเห็นชอบ

ข้อ ๒๙ ในกรณีที่พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ลาปฏิบัติการวิจัยเห็นว่าจะไม่เป็นไปตามโครงการหรือแผนปฏิบัติการวิจัยที่ได้รับอนุมัติ ให้รีบเสนอข้อเท็จจริงพร้อมเหตุผลต่อ ก.บ.ค. โดยผ่านผู้บังคับบัญชาชั้นต้นตามลำดับจนถึงอธิการบดี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อการปรับโครงการหรือแผนปฏิบัติการวิจัย

ในกรณีที่เป็นความจำเป็นของมหาวิทยาลัย หรือในกรณีที่พนักงานมหาวิทยาลัยไม่สามารถปฏิบัติได้ตามที่ได้รับอนุมัติ ให้ ก.บ.ค. เสนอความเห็นให้อธิการบดีมีคำสั่งให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติงานตามปกติ

ข้อ ๓๐ ให้ผู้ลาปฏิบัติการวิจัยรายงานความก้าวหน้าของการปฏิบัติการวิจัยทุก ๆ ๓ เดือนต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นตามลำดับจนถึงอธิการบดี และเมื่อการปฏิบัติการวิจัยเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ส่งรายงานการปฏิบัติการวิจัยฉบับสมบูรณ์จำนวน ๒ ฉบับ ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นเพื่อรายงานให้อธิการบดีทราบ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่สิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลา

ข้อ ๓๑ การปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุมัติโดยไม่มีการดำเนินการตามข้อ ๒๙ หรือการไม่รายงานตามข้อ ๓๐ จะเป็นผลให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้น ไม่ได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปี และไม่มีสิทธิลาปฏิบัติการวิจัยอีก

ข้อ ๓๒ ในระหว่างลาปฏิบัติการวิจัย ให้ผู้ลาปฏิบัติการวิจัยมีสิทธิได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเท่านั้น

หมวด ๕
การลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ

ข้อ ๓๓ การลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ให้มีได้เฉพาะพนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอกหรือเทียบเท่าเท่านั้น ซึ่งจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อการสอน การวิจัย หรือเพื่อประโยชน์ต่อวิชาการของมหาวิทยาลัยอย่างแท้จริง โดยอาจเป็นการเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการภายในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้ และจะต้องไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ภารกิจของส่วนงานหรือของมหาวิทยาลัย

กรณีมีข้อสงสัยว่าการลาในลักษณะใดเป็นการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการตามวรรคหนึ่งหรือไม่ ให้ ก.บ.ค. เป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย และถือว่าเป็นที่สุด

ข้อ ๓๔ จำนวนของพนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการ ที่จะได้รับอนุมัติให้ลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ เมื่อนับรวมจำนวนของพนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการ ผู้ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษาโดยใช้เวลาปฏิบัติงานเต็มเวลาด้วยแล้วจะต้องไม่เกินร้อยละสิบของจำนวนคณาจารย์ประจำในส่วนงานนั้น ๆ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะที่พิจารณา ทั้งนี้หากมีทศนิยมให้นับเป็นหนึ่งคน

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นซึ่งทำให้จำนวนของพนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการ ที่จะขออนุมัติให้ลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ และลาไปศึกษาโดยใช้เวลาปฏิบัติงานเต็มเวลา มีจำนวนเกินกว่าร้อยละสิบของจำนวนคณาจารย์ประจำในส่วนงานนั้น ๆ ให้ส่วนงานรายงานเหตุผลและความจำเป็นเสนออธิการบดีเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

ข้อ ๓๕ พนักงานมหาวิทยาลัย ประเภทวิชาการ ที่จะมีสิทธิลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

(๑) ต้องปฏิบัติงานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี

(๒) เป็นผู้ที่เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการแล้ว จะต้องมีเวลากลับมาปฏิบัติงานชดใช้ตามสัญญาได้ครบก่อนเกษียณอายุ

(๓) ผู้ที่จะลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการในต่างประเทศจะต้องเป็นผู้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์พอที่จะไปเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ โดยต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบการพิจารณา และต้องมีความรู้ในภาษาต่างประเทศที่จะใช้ในการไปเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ

(๔) เป็นผู้มีผลการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมาสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานในระดับดีเด่น ไม่อยู่ในระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย หรืออยู่ในระหว่างถูกลงโทษทางวินัยหรือถูกฟ้องคดีอาญา

ข้อ ๓๖ พนักงานมหาวิทยาลัยมีสิทธิลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง แต่ละครั้งมีระยะเวลาไม่เกิน ๑๒ เดือน และจะมีสิทธิขอลาในครั้งต่อไปได้ เมื่อกลับจากการลาไปเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการครั้งก่อนหน้ามาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี

ข้อ ๓๗ พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ได้รับอนุมัติให้ลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการเองทั้งสิ้น

ข้อ ๓๘ ในการลาและการพิจารณาอนุมัติการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ให้ผู้ที่ประสงค์จะลาเสนอใบลาพร้อมข้อเสนอโครงการและแผนการปฏิบัติงานตามแบบที่ ก.บ.ค. กำหนด ต่อหัวหน้าภาควิชา หรือต่อคณบดีในกรณีที่ส่วนงานนั้นไม่มีภาควิชา เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการประจำส่วนงาน ทั้งนี้จะต้องยื่นเสนอล่วงหน้าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๖ เดือนก่อนวันที่จะเริ่มลา

(๒) ให้คณะกรรมการประจำส่วนงานเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อ ก.บ.ค. เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของข้อเสนอโครงการ ระยะเวลาและแผนการปฏิบัติงาน

(๓) หาก ก.บ.ค. พิจารณาเห็นควรอนุมัติให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ให้อธิการบดีมีคำสั่งให้พนักงานมหาวิทยาลัยไปเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการตามระยะเวลาและเงื่อนไขตามที่ ก.บ.ค. กำหนด

ข้อ ๓๙ ในกรณีพนักงานมหาวิทยาลัยผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการเห็นว่าจะไม่เป็นไปตามโครงการหรือแผนงานการปฏิบัติงานที่ได้รับอนุมัติ ให้รีบเสนอข้อเท็จจริงพร้อมเหตุผลต่อ ก.บ.ค. โดยผ่านผู้บังคับบัญชาชั้นต้นตามลำดับจนถึงอธิการบดี เพื่อพิจารณาปรับโครงการหรือแผนการปฏิบัติงาน

ในกรณีที่เป็นความจำเป็นของมหาวิทยาลัย หรือในกรณีที่พนักงานมหาวิทยาลัยไม่สามารถปฏิบัติได้ตามที่ได้รับอนุมัติ ให้ ก.บ.ค. เสนอความเห็นให้อธิการบดีมีคำสั่งให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติงานตามปกติ

ข้อ ๔๐ ให้ผู้ลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการรายงานความก้าวหน้าของการเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการทุก ๆ ๓ เดือน ต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นตามลำดับจนถึงอธิการบดี และเมื่อการเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ส่งผลงานที่ได้จากการลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ จำนวน ๒ ฉบับ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่สิ้นสุดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ลาต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นตามลำดับจนถึงอธิการบดี และรายงานให้ ก.บ.ค. ทราบ

ข้อ ๔๑ การปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุมัติโดยไม่มีการดำเนินการตามข้อ ๓๙ หรือการไม่รายงานผลตามข้อ ๔๐ จะเป็นผลให้พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้น ไม่ได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปี และไม่มีสิทธิลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการอีก

ข้อ ๔๒ ในระหว่างลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ ให้ผู้ลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการมีสิทธิได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเท่านั้น

หมวด ๖
การจัดทำสัญญาและการชดใช้

ข้อ ๔๓ พนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ มีระยะเวลาเกินกว่า ๙๐ วัน ให้ส่วนงานจัดให้พนักงานมหาวิทยาลัยทำสัญญาการลาและสัญญาค้ำประกันตามแบบที่ ก.บ.ค. ประกาศกำหนด

กรณีที่ต้องจัดทำสัญญาให้ผู้มีอำนาจอนุมัติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นหนังสือจากผู้มีอำนาจอนุมัติเป็นผู้ลงนามในสัญญา โดยให้จัดทำสัญญาเป็น ๒ ฉบับ ต้นฉบับเก็บไว้ที่ส่วนงานของผู้ได้รับอนุมัติ จำนวน ๑ ฉบับ และมอบให้แก่ผู้ได้รับอนุมัติ จำนวน ๑ ฉบับ

ข้อ ๔๔ พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ใดไม่ได้ปฏิบัติงานชดใช้การลา ต้องชดใช้เงินแก่มหาวิทยาลัย ดังนี้

(๑) ให้ชดใช้ทุน เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินอื่นใด ซึ่งผู้ลาได้รับระหว่างลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงานหรือปฏิบัติการวิจัย และลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ กับให้ใช้เงินอีกจำนวนหนึ่งเท่าของจำนวนที่ได้รับไปดังกล่าว เพื่อเป็นเบี้ยปรับแก่มหาวิทยาลัยอีกด้วย

(๒) ในกรณีที่พนักงานมหาวิทยาลัยลาไปศึกษา ฝึกอบรมหรือปฏิบัติการวิจัย และลาเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ กลับมาและได้ปฏิบัติงานไม่ครบกำหนดตามสัญญาหรือตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ ให้ลดเงินที่จะต้องใช้และเบี้ยปรับตาม (๑) ลงตามส่วน

การทำสัญญาการชดใช้เงิน การผ่อนผันการชดใช้เงินให้เป็นไปตามที่ ก.บ.ค. ประกาศกำหนด

ข้อ ๔๕ ถ้าผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ลาตามระเบียบนี้ ซึ่งกำหนดให้ต้องทำสัญญารายใดไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา รวมทั้งผู้ที่มหาวิทยาลัยเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติงานต่อไป จะต้องชดใช้คืนทุน เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินอื่นใดที่ได้รับไปในระหว่างที่ได้รับอนุมัติให้ลา และเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของเงินที่จะต้องชดใช้คืนแก่มหาวิทยาลัยทันที เว้นแต่ส่วนงาน หรือมหาวิทยาลัยตรวจสอบแล้ว เห็นว่าไม่สามารถกลับเข้าปฏิบัติงานชดใช้ หรือปฏิบัติงานชดใช้ไม่ครบตามสัญญา เพราะถึงแก่ความตาย หรือถูกสั่งให้ออกหรืออนุญาตให้ออกเนื่องจากเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือเหตุอื่นใดตามที่ ก.บ.ค. กำหนด ก็ให้ไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินและเบี้ยปรับตามสัญญาแก่มหาวิทยาลัย

หมวด ๗
บทเฉพาะกาล

ข้อ ๔๖ การนับเวลาการปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนสถานภาพจากข้าราชการกรุงเทพมหานครและลูกจ้างของกรุงเทพมหานคร ให้นับต่อเนื่องจากสถานภาพเดิม

ข้อ ๔๗ พนักงานมหาวิทยาลัยผู้ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องเดิมอยู่ในวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับให้ถือว่าได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการตามระเบียบฉบับนี้และให้ถือว่าสัญญาที่พนักงานมหาวิทยาลัยได้ทำไว้เกี่ยวกับการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงานปฏิบัติการวิจัย และเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการในขณะที่ยังไม่เปลี่ยนสถานภาพนั้น เป็นสัญญาที่นำมาบังคับกับพนักงานมหาวิทยาลัยต่อเนื่องตามระเบียบนี้ด้วย

ประกาศ ณ วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

(รองศาสตราจารย์อนันต์ มโนมัยพิบูลย์)
รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงาน
พ.ศ. ๒๕๕๙

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ และอัตราค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑(๒) (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ.๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๙ จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วย หลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๕๙”

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็นต้นไป

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน ให้อธิการบดีรักษาการตามระเบียบนี้และให้มีอำนาจวางหลักเกณฑ์เพื่อปฏิบัติ

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“อธิการบดี” หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“ส่วนงาน” หมายความว่า ส่วนงานตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓

“หัวหน้าส่วนงาน” หมายความว่า หัวหน้าส่วนงานตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓

“บุคลากร” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานครซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ลูกจ้างของมหาวิทยาลัย และให้หมายความรวมถึงนักศึกษาของมหาวิทยาลัย

“ผู้ปฏิบัติงาน” หมายความว่า บุคลากรที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานตามระเบียบนี้ และให้หมายความรวมถึงบุคคลภายนอกที่ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติงาน

“การฝึกอบรม” หมายความว่า การอบรม การประชุมทางวิชาการหรือเชิงปฏิบัติการหรือการประชุมอื่นๆ การสัมมนาทางวิชาการหรือเชิงปฏิบัติการ การบรรยายพิเศษ การดูงาน การฝึกงาน หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีโครงการหรือหลักสูตรและช่วงเวลาจัดที่แน่นอนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคคลหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โดยไม่มีการรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ

“การฝึกอบรมประเภท ก” หมายความว่า การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นบุคลากรประเภทผู้บริหาร ประเภทวิชาการตั้งแต่ระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ขึ้นไป ประเภทสนับสนุนระดับชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ ข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ระดับชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ หรือบุคคลภายนอกในตำแหน่งที่เทียบเท่า

“การฝึกอบรมประเภท ข” หมายความว่า การฝึกอบรมที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นบุคลากรนอกเหนือจากบุคคลประเภท ก. หรือบุคคลภายนอกในตำแหน่งที่เทียบเท่า

“การดูงาน” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้หรือประสบการณ์ด้วยการสังเกตการณ์ ซึ่งกำหนดไว้ในโครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรม

“การเดินทางไปปฏิบัติงาน” หมายความว่า การเดินทางไปปฏิบัติงานทั้งในประเทศหรือต่างประเทศเป็นการชั่วคราวตามที่ได้รับอนุมัติจากนายกสภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีหรือหัวหน้าส่วนงานแล้วแต่กรณี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อไปเสนอผลงานทางวิชาการ ประชุม สัมมนา ศึกษาดูงาน เจรจากิจการใด ๆ เพื่อประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัย หรือกิจการอื่น ๆ ตามที่นายกสภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีหรือหัวหน้าส่วนงานอนุมัติ

“หน่วยงานผู้จัด” หมายความว่า ส่วนงาน ส่วนราชการอื่น หน่วยงานของรัฐอื่น รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ซึ่งเป็นผู้จัดการฝึกอบรมหรือจัดร่วมกัน

“ผู้เข้ารับการฝึกอบรม” หมายความว่า บุคลากรหรือบุคคลภายนอก ที่เข้ารับการฝึกอบรม และให้รวมถึงกรรมการจัดการฝึกอบรม และผู้ปฏิบัติงานของโครงการ

“วิทยากร” หมายความว่า ผู้บรรยาย ผู้อภิปราย หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตร และให้รวมถึงผู้ดำเนินการสัมมนาหรืออภิปราย

“หลักฐานการจ่าย” หมายความว่า หลักฐานที่ได้แสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินหรือเจ้าหนี้ตามข้อผูกพันโดยถูกต้อง

ข้อ ๕ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้

ให้อธิการบดีมีอำนาจกำหนดรูปแบบของหลักฐานการจ่ายที่เกี่ยวข้องกับระเบียบนี้ โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

ในการตีความหรือในกรณีที่มีปัญหาขัดข้องเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้ ให้อธิการบดีวินิจฉัยชี้ขาด

ข้อ ๖ การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระเบียบนี้

กรณีที่มีความจำเป็นต้องกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในอัตราที่สูงกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ไม่เกินร้อยละ ๒๕ ให้หัวหน้าส่วนงานเป็นผู้อนุมัติโดยความเห็นชอบของอธิการบดี

กรณีที่มีความจำเป็นต้องกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในอัตราที่สูงกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้เกินกว่าร้อยละ ๒๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ให้อธิการบดีเป็นผู้อนุมัติ และรายงานให้สภามหาวิทยาลัยทราบ

กรณีที่มีความจำเป็นต้องกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในอัตราที่สูงกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้เกินกว่าร้อยละ ๕๐ ให้อธิการบดีเป็นผู้อนุมัติโดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย

หมวด ๑
การฝึกอบรม

ส่วนที่ ๑
การอนุมัติ

ข้อ ๗ การฝึกอบรมที่ส่วนงานเป็นผู้จัด หรือจัดร่วมกับหน่วยงานอื่นต้องได้รับอนุมัติโครงการจากหัวหน้าส่วนงานเจ้าของงบประมาณ เพื่อเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้

ข้อ ๘ ผู้เดินทางไปจัดการฝึกอบรม ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และผู้เดินทางไปต่างประเทศตามที่กำหนดในหลักสูตรการฝึกอบรมทุกหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรที่ส่วนงานเป็นผู้จัดหรือจัดร่วมกับหน่วยงานผู้จัดอื่น ต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติตามข้อ ๙ โดยให้พิจารณาอนุมัติเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์ต่อส่วนงานนั้นตามจำนวนที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงความจำเป็น และเหมาะสมในการปฏิบัติงาน

ในกรณีที่หลักสูตรการฝึกอบรมใดกำหนดให้ผู้ไปจัดการฝึกอบรมหรือผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องเดินทางในประเทศครั้งหนึ่งหรือหลายครั้ง ให้ถือว่าการอนุมัติให้เดินทางไปจัดการฝึกอบรมหรือการอนุมัติให้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นการอนุมัติให้เดินทางในประเทศตามหลักสูตรด้วย

ข้อ ๙ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการจัดการฝึกอบรม และอนุมัติการเข้ารับการฝึกอบรม และการเดินทางไปต่างประเทศของบุคลากรตามที่กำหนดในหลักสูตรการฝึกอบรมทุกหลักสูตร

(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย สำหรับการจัดการฝึกอบรม หรือการเข้ารับการฝึกอบรมที่ต้องมีการเดินทางไปต่างประเทศของอธิการบดี

(๒) อธิการบดี สำหรับการจัดการฝึกอบรม หรือการเข้ารับการฝึกอบรมที่มีบุคลากรมากกว่าหนึ่งส่วนงานเข้าร่วม หรือการอนุมัติการเดินทางไปเข้ารับการฝึกอบรมที่ต้องมีการเดินทางไปต่างประเทศ

(๓) หัวหน้าส่วนงาน สำหรับการจัดการฝึกอบรม หรือการเข้ารับการฝึกอบรมที่มีเฉพาะบุคลากรภายในส่วนงาน กรณีที่มีบุคคลภายนอกเข้าร่วมการฝึกอบรมให้หัวหน้าส่วนงานรายงานต่ออธิการบดีเพื่อทราบ

ข้อ ๑๐ ในการพิจารณาอนุมัติตามข้อ ๖ และข้อ ๗ หากมีค่าใช้จ่ายที่จะต้องเบิกจากเงินรายได้มหาวิทยาลัยหรือของส่วนงาน ให้ฝ่ายการคลังของส่วนงานหรือฝ่ายที่รับผิดชอบด้านงบประมาณของส่วนงานตรวจสอบวงเงินงบประมาณโครงการก่อน ในกรณีที่ไม่มีวงเงินต้องมีคำรับรองจากฝ่ายการคลังของส่วนงานหรือฝ่ายที่รับผิดชอบด้านงบประมาณของส่วนงานเจ้าของงบประมาณว่าสามารถจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายอื่นมาใช้เพื่อการนั้นได้ และเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติตามข้อ ๘ เมื่อเห็นว่าไม่มีข้อจำกัดด้านการเงินแล้ว

ส่วนที่ ๒
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม

ข้อ ๑๑ การจัดฝึกอบรมในประเทศหรือต่างประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายในประเทศหรือต่างประเทศทั้งหมด ไม่ว่าเป็นเงิน บริการ หรือสิ่งของ ให้งดเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้

กรณีได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายในประเทศหรือต่างประเทศบางส่วน หากจำเป็นต้องเบิกค่าใช้จ่ายสมทบให้เบิกค่าใช้จ่ายส่วนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของระเบียบนี้

ข้อ ๑๒ บุคคลที่จะเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรมตามระเบียบนี้ ได้แก่

(๑) ประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิดการฝึกอบรม แขกผู้มีเกียรติ และผู้ติดตาม

(๒) วิทยากร

(๓) ผู้เข้ารับการฝึกอบรม

(๔) ผู้สังเกตการณ์

ค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่งให้ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมเป็นผู้เบิกจ่าย แต่ถ้าจะจ่ายจากต้นสังกัดของบุคคลภายนอกหรือตัวบุคคลภายนอกเองที่ไม่มีต้นสังกัด ให้ทำได้เมื่อส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมร้องขอและต้นสังกัดของบุคคลภายนอกหรือตัวบุคคลภายนอกที่ไม่มีต้นสังกัดนั้นตกลงยินยอม

ข้อ ๑๓ การเทียบตำแหน่งของบุคคลตามข้อ ๑๒ ที่เป็นบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย เพื่อเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้ ให้ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมเทียบตำแหน่งได้ดังนี้

(๑) นายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ให้เทียบเท่าพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทผู้บริหารระดับสูงสุด

(๒) บุคคลภายนอกที่เคยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้เทียบตามระดับตำแหน่งหรือชั้นยศครั้งสุดท้ายก่อนออกจากราชการหรือหน่วยงานของรัฐ แล้วแต่กรณี

(๓) บุคคลภายนอกที่ไม่เคยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการฝึกอบรมประเภท ก ให้เทียบเท่าพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุน ประเภทผู้บริหารระดับสูง

(๔) บุคคลภายนอกที่ไม่เคยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการฝึกอบรมประเภท ข ให้เทียบเท่าพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุน ระดับชำนาญการ

ในกรณีที่มีปัญหาในการเทียบตำแหน่ง ให้หัวหน้าส่วนงานเป็นผู้พิจารณากำหนด และรายงานให้อธิการบดีทราบ

ข้อ ๑๔ การเทียบตำแหน่งของบุคคลตามข้อ ๑๒ ที่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ให้เทียบเท่าพนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุนระดับปฏิบัติการ

ข้อ ๑๕ ให้ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรมได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดไว้ในดังต่อไปนี้

(๑) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้และการตกแต่งสถานที่ฝึกอบรม

(๒) ค่าใช้จ่ายในพิธีเปิด-ปิด การฝึกอบรม

(๓) ค่าวัสดุ เครื่องเขียนและอุปกรณ์

(๔) ค่าประกาศนียบัตร

(๕) ค่าถ่ายเอกสาร ค่าพิมพ์เอกสาร สิ่งพิมพ์ และหนังสือ

(๖) ค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร

(๗) ค่าเช่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการฝึกอบรม

(๘) ค่าสถานที่ ห้องประชุม

(๙) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

(๑๐) ค่าสิ่งที่ใช้บรรจุเอกสารสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรม

(๑๑) ค่าเครื่องแต่งกายของผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มีการเดินทางไปต่างประเทศ

(๑๒) ค่าของสมนาคุณในการดูงาน

(๑๓) ค่าตอบแทนวิทยากร

(๑๔) ค่าอาหาร

(๑๕) ค่าเช่าที่พัก

(๑๖) ค่ายานพาหนะ

(๑๗) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้เป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยประกาศกำหนดและรายงานสภามหาวิทยาลัยเพื่อทราบ

ค่าใช้จ่ายตาม (๑) ถึง (๘) ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็น เหมาะสมและประหยัด

ค่าใช้จ่ายตาม (๙) ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินอัตรามื้อละ ๕๐ บาท/คน

ค่าใช้จ่ายตาม (๑๐) ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินอัตราคนละ ๓๐๐ บาท

ค่าใช้จ่ายตาม (๑๑) ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและประหยัดไม่เกินอัตราคนละ ๓,๐๐๐ บาทต่อสองปี

ค่าใช้จ่ายตาม (๑๒) ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง แห่งละไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท

ค่าใช้จ่ายตาม (๑๓) ถึง (๑๖) ให้เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์และอัตราตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ข้อ ๑๖ การจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และอัตรา ดังนี้

(๑) หลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนวิทยากร

(ก) การฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการบรรยาย ให้จ่ายค่าตอบแทนวิทยากรได้ไม่เกิน ๒ คน

(ข) การฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการอภิปรายหรือสัมมนาเป็นคณะ ให้จ่ายค่าตอบแทนวิทยากรได้ไม่เกิน ๕ คน

(ค) การฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการแบ่งกลุ่มฝึกภาคปฏิบัติหรือแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมและจำเป็นต้องมีวิทยากรประจำกลุ่ม ให้จ่ายค่าตอบแทนวิทยากรได้ไม่เกินกลุ่มละ ๒ คน

(ง) การนับชั่วโมงการฝึกอบรมให้นับตามเวลาที่กำหนดไว้ในตารางการฝึกอบรมโดยไม่ต้องหักเวลาที่พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม แต่ละชั่วโมงการฝึกอบรมต้องมีกำหนดเวลาในการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าห้าสิบนาที กรณีกำหนดการฝึกอบรมไม่ถึงห้าสิบนาทีแต่ไม่น้อยกว่ายี่สิบห้านาทีให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรได้กึ่งหนึ่ง

(๒) อัตราค่าตอบแทนวิทยากร

(ก) การจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรที่เป็นบุคคลภายนอก ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าส่วนงาน โดยการฝึกอบรมประเภท ก ไม่เกิน ๒,๕๐๐ บาท/คน/ชั่วโมง และการฝึกอบรมประเภท ข ไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท/คน/ชั่วโมง

(ข) หัวหน้าส่วนงานอาจพิจารณาเบิกจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรที่เป็นบุคลากรได้ โดยให้เบิกจ่ายได้ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของอัตราที่กำหนดไว้ใน (ก)

(ค) การจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรแต่ละคน ในกรณีที่มีวิทยากรมากกว่าหนึ่งคน ให้จ่ายในอัตราร้อยละ ๗๕ ของอัตราค่าตอบแทนใน (ก) และ (ข) แล้วแต่กรณี

(๓) การจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรให้ใช้แบบใบสำคัญรับเงินของวิทยากร ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดเป็นหลักฐานการจ่าย

ข้อ ๑๗ การฝึกอบรมที่มีการจัดอาหารให้แก่บุคคลตามข้อ ๑๒ ให้ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมเบิกจ่ายค่าอาหารได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราตามที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยการฝึกอบรมประเภท ก และ ข ตามระเบียบนี้ ให้เทียบเท่าการฝึกอบรมข้าราชการประเภท ก และ ข ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ ตามลำดับ

ข้อ ๑๘ การฝึกอบรมที่มีการจัดที่พักหรือออกค่าเช่าที่พักให้แก่บุคคลตามข้อ ๑๒ ให้ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมเบิกจ่ายค่าเช่าที่พักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยการฝึกอบรมประเภท ก และ ข ตามระเบียบนี้ ให้เทียบเท่าการฝึกอบรมข้าราชการประเภท ก และ ข ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ

ข้อ ๑๙ การฝึกอบรมที่ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมจัดยานพาหนะให้หรือรับผิดชอบค่ายานพาหนะสำหรับบุคคลตามข้อ ๑๒ ให้ส่วนงานดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) กรณีใช้ยานพาหนะของส่วนงานที่จัดการฝึกอบรม หรือกรณียืมยานพาหนะจากส่วนงานหรือหน่วยงานอื่น ให้เบิกจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าธรรมเนียมผ่านทางได้เท่าที่จ่ายจริง

(๒) กรณีใช้ยานพาหนะประจำทางหรือเช่าเหมายานพาหนะ ให้ใช้ยานพาหนะตามความความจำเป็น เหมาะสม ประหยัด โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และให้เบิกจ่ายค่ายานพาหนะได้เท่าที่จ่ายจริง

(๓) กรณีส่วนงานไม่มีการจัดยานพาหนะรับ – ส่ง บุคคลตามข้อ ๑๒ (๒) ระหว่างสถานที่พักและสถานที่จัดการฝึกอบรม ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมอาจพิจารณาเบิกจ่ายเงินค่ายานพาหนะได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น เหมาะสมและประหยัด

(๔) กรณีที่ต้องเดินทางโดยเครื่องบินให้ใช้ชั้นประหยัด หัวหน้าส่วนงานอาจพิจารณาให้บุคคลตามข้อ ๑๒ ที่มีความจำเป็นเดินทางโดยชั้นธุรกิจได้ ได้โดยความเห็นชอบของอธิการบดี และให้เบิกจ่ายค่าเครื่องบิน และค่าธรรมเนียมสนามบินได้เท่าที่จ่ายจริง

ข้อ ๒๐ การจัดการฝึกอบรมที่ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมไม่จัดอาหาร ที่พัก หรือยานพาหนะให้ส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือส่วนที่ขาดให้แก่บุคคลตามข้อ ๑๒ ดังนี้

(๑) ค่าอาหาร เหมาจ่ายไม่เกินมื้อละ ๑๐๐ บาท

(๒) ค่าเช่าที่พัก ให้เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ข้อ ๑๘

(๓) ค่ายานพาหนะ ให้เบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ข้อ ๑๙

ข้อ ๒๑ กรณีส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมประสงค์จะจ้างจัดฝึกอบรมในโครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้หัวหน้าส่วนงานเสนอขออนุมัติต่ออธิการบดี และให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้

การจ่ายเงินค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินของผู้รับจ้างเป็นหลักฐานการจ่าย แต่ถ้าเป็นการจ่ายเงินโดยส่วนงานเพื่อเข้าบัญชีให้กับผู้รับจ้าง หรือผู้มีสิทธิรับเงินโดยตรง โดยใช้หลักฐานการโอนเงินหรือใช้ระบบตามที่ ส่วนงานที่จัดการอบรมกำหนดเป็นหลักฐานการจ่าย

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่มหาวิทยาลัยหรือส่วนงาน ส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมซึ่งหน่วยงานภายนอกเป็นเจ้าของโครงการ ให้บุคลากรที่เข้ารับการฝึกอบรมเบิกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าลงทะเบียนค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายทำนองเดียวกันที่เรียกชื่ออย่างอื่นเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินอัตราที่หน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการเรียกเก็บ

กรณีค่าใช้จ่ายตามวรรคแรก ได้รวมค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่ายานพาหนะของบุคลากรที่ไปเข้ารับการฝึกอบรมไว้ทั้งหมด หรือหน่วยงานภายนอกที่เป็นเจ้าของโครงการได้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่ายานพาหนะทั้งหมดให้แก่บุคลากรที่ไปเข้ารับการฝึกอบรม ให้บุคลากรที่ไปเข้ารับการอบรมงดเบิกค่าใช้จ่ายดังกล่าว

กรณีค่าใช้จ่ายตามวรรคแรก ไม่รวมค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่ายานพาหนะ หรือรวมไว้บางส่วน หรือหน่วยงานภายนอกที่เป็นเจ้าของโครงการไม่รับผิดชอบค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก หรือค่ายานพาหนะทั้งหมด หรือรับผิดชอบให้บางส่วน ให้บุคลากรที่ไปเข้ารับการฝึกอบรมเบิกค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือเฉพาะส่วนที่ขาดหรือส่วนที่หน่วยงานภายนอกที่เป็นเจ้าของโครงการมิได้รับผิดชอบนั้นได้ ทั้งนี้ไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ข้อ ๒๓ ให้มีการประเมินผลการฝึกอบรม และรายงานต่อหัวหน้าส่วนงานที่จัดการฝึกอบรมภายใน ๖๐ วันนับแต่วันสิ้นสุดการฝึกอบรมกรณีไม่สามารถดำเนินการได้ภายในเวลาที่กำหนด ให้ดำเนินการทำหนังสือชี้แจงด้วย

หมวด ๒
การจัดงาน

ข้อ ๒๔ การจัดงานตามแผนงานโครงการตามภารกิจปกติหรือตามนโยบายของมหาวิทยาลัยหรือนโยบายของทางราชการ เช่น การเฉลิมพระเกียรติหรือเทิดพระเกียรติ พิธีพระราชทานปริญญาบัตร การจัดงานวันสถาปนามหาวิทยาลัยหรือส่วนงาน การจัดงานปฐมนิเทศ การจัดงานปัจฉิมนิเทศ การจัดงานนิทรรศการ การจัดงานแถลงข่าว การจัดการประกวดหรือแข่งขัน การจัดกิจกรรมทำนุบำรุงศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือการจัดงานอื่น ๆ เป็นต้น แต่ไม่รวมการจัดงานหรือกิจกรรมซึ่งเข้าลักษณะหรือเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรม ต้องได้รับอนุมัติการจัดงาน อนุมัติผู้เข้าร่วมงาน และอนุมัติการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ในหมวดนี้

ข้อ ๒๕ การอนุมัติการจัดงานและอนุมัติผู้เข้าร่วมงาน ให้นำความในข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๒๖ ให้หัวหน้าส่วนงานที่จัดงานพิจารณาอนุมัติการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น เหมาะสม และประหยัด โดยนำความในข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙ และข้อ ๒๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด ๓
การเดินทางไปปฏิบัติงาน

ข้อ ๒๗ การเดินทางไปปฏิบัติงาน ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติการเดินทางไปปฏิบัติงานพิจารณาอนุมัติการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นเหมาะสมและประหยัด

ข้อ ๒๘ การขออนุมัติเดินทางไปปฏิบัติงานให้มีข้อเท็จจริงและรายละเอียดค่าใช้จ่ายประกอบส่วนการอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงานให้นำความในข้อ ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลมและให้ผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาอนุมัติเฉพาะบุคลากรที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์ตามจำนวนที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงความจำเป็นและเหมาะสมในการปฏิบัติงาน

ข้อ ๒๙ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานภายในประเทศ

(๑) ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปปฏิบัติงาน เหมาจ่ายในอัตราดังต่อไปนี้

(ก) นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก อธิการบดี และบุคลากรประเภทวิชาการระดับศาสตราจารย์หรือเทียบเท่า ไม่เกินวันละ ๕๐๐ บาท

(ข) บุคลากรประเภทผู้บริหาร พนักงานมหาวิทยาลัยประเภทวิชาการระดับรองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และบุคลากรระดับชำนาญงานพิเศษ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ หรือเทียบเท่า ไม่เกินวันละ ๔๐๐ บาท

(ค) บุคลากรที่นอกเหนือจาก (ก) และ (ข) ไม่เกินวันละ ๓๐๐ บาท

การนับเวลาเพื่อคำนวณค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ให้นับเวลาตั้งแต่ออกจากที่พักหรือที่ทำงานจนกลับถึงที่พักหรือที่ทำงาน ให้นับ ๒๔ ชั่วโมงเป็นหนึ่งวัน เศษของวันหากเกิน ๘ ชั่วโมง ให้นับเป็นหนึ่งวัน

(๒) ค่าเช่าที่พัก ให้จ่ายตามที่จ่ายจริงโดยคำนึงถึงความเหมาะสม และประหยัด ในอัตราดังต่อไปนี้

(ก) นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก อธิการบดี และบุคลากรประเภทวิชาการระดับศาสตราจารย์หรือเทียบเท่า กรณีเข้าพักคนเดียว ไม่เกินวันละ ๒,๕๐๐ บาท/คน และกรณีพักคู่ ไม่เกินวันละ ๑,๔๐๐ บาท/คน

(ข) บุคลากรประเภทผู้บริหาร ประเภทวิชาการระดับ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และบุคลากรระดับชำนาญงานพิเศษ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ หรือเทียบเท่า กรณีเข้าพักคนเดียว ไม่เกินวันละ ๒,๒๐๐ บาท/คน และกรณีพักคู่ ไม่เกินวันละ ๑,๒๐๐ บาท/คน

(ค) บุคลากรที่นอกเหนือจาก (ก) และ (ข) กรณีเข้าพักคนเดียว ไม่เกินวันละ ๑,๕๐๐ บาท/คน และกรณีพักคู่ ไม่เกินวันละ ๘๕๐ บาท/คน

ในกรณีเดินทางเป็นหมู่คณะให้พักคู่ เว้นแต่เป็นกรณีที่ไม่เหมาะสมจะพักรวมกันหรือมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจพักรวมกับผู้อื่นได้ ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกินอัตราค่าเช่าห้องพักคนเดียว

(๓) ค่ายานพาหนะ ในอัตราดังต่อไปนี้

(ก) ค่ายานพาหนะรับจ้างเดินทางไป – กลับ ระหว่างที่พักหรือที่ทำงานกับสถานียานพาหนะเดินทางหรือสถานที่จัดยานพาหนะให้เบิกจ่ายตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน ๖๐๐ บาท

(ข) กรณีเดินทางด้วยยานพาหนะส่วนตัว สามารถเบิกค่าใช้จ่ายชดเชยตามระยะทางจากที่พักหรือที่ทำงาน ได้ในอัตราไม่เกินดังนี้ รถยนต์ กิโลเมตรละ ๔ บาท รถจักรยานยนต์ กิโลเมตรละ ๒ บาท

(ค) กรณีเดินทางด้วยยานพาหนะอื่น ให้เบิกตามค่าใช้จ่ายตามจริง โดยแสดงหลักฐานการจ่ายเมื่อขอเบิกจ่าย

(๔) กรณีเดินทางโดยเครื่องบิน

(ก) นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก อธิการบดี รองอธิการบดี และบุคลากรประเภทวิชาการระดับศาสตราจารย์หรือเทียบเท่า ให้เดินทางได้ไม่เกินชั้นธุรกิจ

(ข) บุคลากรที่นอกเหนือจาก (ก) ให้เดินทางโดยชั้นประหยัด

การเลือกสายการบินให้พิจารณาตามตารางเส้นทางการบินที่เหมาะสมกับภารกิจโดยคำนึงถึงความเหมาะสมและประหยัด

(๕) กรณีเดินทางโดยรถไฟ รถโดยสารประจำทาง ทางเรือ ให้เบิกจ่ายตามที่จ่ายจริงโดยคำนึงถึงความเหมาะสมและประหยัด

ข้อ ๓๐ กรณีบุคลากรที่ได้รับอนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงาน โดยได้รับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานทั้งหมด ให้งดเบิกค่าใช้จ่าย แต่ถ้าได้รับความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานบางส่วน ให้เบิกค่าใช้จ่ายสมทบในส่วนที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือได้ไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ข้อ ๓๑ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ได้แก่ ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่ายานพาหนะและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามอัตราที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเดินทางไปราชการ

การเทียบตำแหน่งเพื่อเบิกจ่ายตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเดินทางไปราชการให้เป็นไปตามเอกสารแนบท้ายระเบียบนี้

ข้อ ๓๒ ค่าหนังสือเดินทาง ค่าธรรมเนียมทำวีซ่า ให้เบิกจ่ายตามที่จ่ายจริง

ข้อ ๓๓ ให้บุคลากรเดินทางไปปฏิบัติงาน จัดทำรายงานผลการเดินทางไปปฏิบัติงานเสนอต่อผู้อนุมัติภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันเดินทางกลับถึงมหาวิทยาลัย

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

(ศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์)
นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

เอกสารแนบท้ายระเบียบมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชว่าด้วยหลักเกณฑ์และอัตราค่าใช้จ่าย
ในการฝึกอบรม การจัดงาน และการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๕๙
การเทียบตำแหน่งเพื่อเบิกจ่ายตามกฎหมายว่าด้วยการเดินทางไปราชการ

ลำดับพนักงานมหาวิทยาลัยข้าราชการ
ประเภทผู้บริหารประเภทผู้บริหาร/อำนวยการ
๑.๑ผู้บริหารระดับสูงสุด คือ อธิการบดีบริหารระดับสูง
๑.๒ผู้บริหารระดับสูง คือ รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี และหัวหน้าส่วนงานบริหารระดับต้น
๑.๓ผู้บริหารระดับกลาง คือ รองหัวหน้าส่วนงาน หรือตำแหน่งเทียบเท่าตามประกาศ ก.บ.ค.อำนวยการสูง
๑.๔ผู้บริหารระดับต้น คือ ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนงาน หัวหน้าภาค หัวหน้าฝ่าย หรือตำแหน่งเทียบเท่าตามประกาศ ก.บ.ค.อำนวยการต้น
ประเภทวิชาการประเภทวิชาการ
๒.๑ศาสตราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ
๒.๒รองศาสตราจารย์เชี่ยวชาญ
๒.๓ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชำนาญการพิเศษ
๒.๔อาจารย์ชำนาญการ
ประเภทสนับสนุน กลุ่มวิชาชีพเฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะประเภทวิชาการ
๓.๑เชี่ยวชาญพิเศษผู้ทรงคุณวุฒิ
๓.๒เชี่ยวชาญเชี่ยวชาญ
๓.๓ชำนาญการพิเศษชำนาญการพิเศษ
๓.๔ชำนาญการชำนาญการ
๓.๕ปฏิบัติการปฏิบัติการ
ประเภทสนับสนุน กลุ่มทั่วไปประเภททั่วไป
๔.๑ชำนาญงานพิเศษทักษะพิเศษ
๔.๒ชำนาญงานชำนาญงาน
๔.๓ปฏิบัติงานปฏิบัติงาน

Sign in to highlight and take private notes

Published on 1 August 2012

Chair of the University Council

Document details

Document number
LR-0172
Responsible office
Office of Academic Affairs, Navamindradhiraj University
Approved by
Chair of the University Council
Year approved by the Council
File size
17.1 MB
Document type
อื่นๆ
Document category
Personnel Administration

Revision history

  1. Current version

    v.1.0.0 (1 Aug 2012)

    นำเข้าจากคลังเอกสารเดิม