Table of contents

Official published document

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยจรรยาบรรณของคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิาราช พ.ศ. 2557

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ว่าด้วยจรรยาบรรณของคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
พ.ศ. ๒๕๕๗

โดยที่เป็นการสมควรให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยจรรยาบรรณของคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เพื่อให้คณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช มีอุดมการณ์ในการทำงาน มีความสำนึกในหน้าที่ มีความประพฤติดี และมีแนวทางในการปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับสถานะและหน้าที่ อันจะส่งผลดีต่อภาพพจน์และเกียรติของมหาวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) และมาตรา ๒๔ (๓) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ในการประชุม ครั้งที่ ๔/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ จึงออกข้อบังคับ ตามข้อเสนอของสภาวิชาการ ไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้ เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยจรรยาบรรณของคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๗”

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“ส่วนงาน” หมายความว่า ส่วนงานตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓

“หน่วยงาน” หมายความว่า หน่วยงานตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓

“สภามหาวิทยาลัย” หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“อธิการบดี” หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“ผู้บังคับบัญชา” หมายความว่า ผู้ทำหน้าที่บังคับบัญชาในส่วนงานและหน่วยงาน ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช พ.ศ. ๒๕๕๓

“คณาจารย์” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการซึ่งทำหน้าที่สอนและวิจัยและให้หมายความรวมถึงบุคลากรที่ทำหน้าที่สอนด้วย

“ผู้ปฏิบัติงาน” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัย ลูกจ้างประจำ และลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทตำแหน่งที่สังกัดในมหาวิทยาลัยและให้หมายความรวมถึงข้าราชการและลูกจ้างของกรุงเทพมหานครซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยด้วย

“บุคลากร” หมายความว่า คณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย

“คณะกรรมการจรรยาบรรณ” หมายความว่า คณะกรรมการจรรยาบรรณของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

“จรรยาบรรณ” หมายความว่า ประมวลความประพฤติที่ถูกต้องดีงาม

ข้อ ๔ ให้อธิการบดีรักษาการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้มีอำนาจตีความวินิจฉัยชี้ขาด และให้ถือเป็นที่สุด

หมวด ๑
บททั่วไป

ข้อ ๕ คณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยต้องประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้อย่างเคร่งครัด โดยยึดมั่นในหลักการดังต่อไปนี้

(๑) ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๒) ยึดมั่นและยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง

(๓) ซื่อสัตย์สุจริตและรับผิดชอบ

(๔) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้

(๕) ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

(๖) มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน

(๗) ไม่ใช้อำนาจผิดทำนองครองธรรม

ข้อ ๖ ในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้มีจรรยาบรรณของวิชาชีพใดๆ ไว้ หรือมีจรรยาบรรณวิชาชีพใดๆ กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ คณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยที่ปฏิบัติหน้าที่ตามวิชาชีพนั้นๆ ต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพที่กำหนดไว้ด้วย

หมวด ๒
จรรยาบรรณของคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย

ข้อ ๗ จรรยาบรรณที่กำหนดตามข้อบังคับนี้ ใช้บังคับกับบุคลากรทุกประเภท ทุกตำแหน่งและทุกคนที่สังกัดและปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย ให้สอดคล้องกับลักษณะงาน ลักษณะวิชาชีพ และลักษณะวิชาการ

ข้อ ๘ จรรยาบรรณตามข้อบังคับนี้ได้แก่

(๑) จรรยาบรรณต่อตนเอง

(๒) จรรยาบรรณต่อการปฏิบัติงานและต่อมหาวิทยาลัย

(๓) จรรยาบรรณต่อผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้ร่วมงาน

(๔) จรรยาบรรณต่อนักศึกษา ผู้รับบริการ ประชาชน และสังคม

(๕) จรรยาบรรณต่อหน้าที่ของคณาจารย์

ส่วนที่ ๑
จรรยาบรรณต่อตนเอง

ข้อ ๙ เป็นผู้มีศีลธรรมอันดี และประพฤติตนให้เหมาะสมกับการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ข้อ ๑๐ มีทัศนคติที่ดี และพัฒนาตนเองให้มีความฉลาดทั้งทางปัญญา อารมณ์ มีคุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และทักษะในการทำงานเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

ข้อ ๑๑ ใช้วิชาชีพในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์และไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

ส่วนที่ ๒
จรรยาบรรณต่อการปฏิบัติงานและต่อมหาวิทยาลัย

ข้อ ๑๒ ในการปฏิบัติงานให้ยึดมั่นในค่านิยม พันธกิจ ปณิธาน อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัย เพื่อธำรงค์ไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของมหาวิทยาลัย

ข้อ ๑๓ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม เสมอภาค ขยันหมั่นเพียร ดูแลเอาใจใส่ให้ความร่วมมือและรักษาประโยชน์ของมหาวิทยาลัย มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ

ข้อ ๑๔ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ รอบคอบ รวดเร็ว ถูกต้องสมเหตุสมผล โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัยและประชาชนเป็นสำคัญ

ข้อ ๑๕ ไม่นำผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน ไม่คัดลอกหรือลอกเลียนผลงานของผู้อื่นโดยมิชอบ หรือจ้าง วาน ใช้ผู้อื่นให้ทำผลงานให้ หรือนำผลงานของผู้อื่นมาใช้ในการขอกำหนดตำแหน่งหรือเลื่อนตำแหน่งของตนให้สูงขึ้น หรือให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนที่สูงขึ้น โดยมิชอบด้วยประการใดๆ

ข้อ ๑๖ ประพฤติตนให้เป็นผู้ตรงต่อเวลาและใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่ ไม่ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือปฏิบัติงานในหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร

ข้อ ๑๗ ดูแลรักษาและใช้ทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยอย่างประหยัด คุ้มค่า โดยระมัดระวังมิให้เสียหายหรือสิ้นเปลืองอย่างวิญญูชนดูแลรักษาและใช้ทรัพย์สินของตนเอง

ข้อ ๑๘ ไม่กระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมาย หรือกระทำการใดๆอันเป็นเหตุให้มหาวิทยาลัยได้รับความเสื่อมเสียหรือเสียหายไม่ว่าในทางชื่อเสียงหรือทางเกียรติภูมิ

ข้อ ๑๙ ส่งเสริม สนับสนุนเสรีภาพทางวิชาการ โดยปราศจากการครอบงำด้วยอิทธิพลหรือผลประโยชน์ใดๆ

ส่วนที่ ๓
จรรยาบรรณต่อผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้ร่วมงาน

ข้อ ๒๐ ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องเชื่อฟัง ให้เกียรติ ให้ความร่วมมือและรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาอย่างเต็มความสามารถ

การแสดงความคิดเห็นใดๆต่อผู้บังคับบัญชาต้องเป็นไปโดยสุจริตและสุภาพเรียบร้อย

ข้อ ๒๑ ผู้บังคับบัญชาต้องดูแลเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ความรู้ ให้คำแนะนำ ให้ความคิดเห็นโดยสุจริต ให้การสนับสนุน ให้ขวัญกำลังใจต่อผู้ใต้บังคับบัญชาและรับฟังความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความจริงใจ โดยยึดหลักธรรมาภิบาลและหลักการบริหารทรัพยากรบุคคล

ข้อ ๒๒ ผู้ร่วมงานต้องประพฤติปฏิบัติต่อกันด้วยความสุภาพเรียบร้อย มีน้ำใจไมตรี เอื้อเฟื้อให้ความยินดีช่วยเหลือ และยกย่องให้เกียรติเคารพในศักดิ์ศรีซึ่งกันและกัน ไม่สร้างความแตกแยกในหมู่คณะ

ส่วนที่ ๔
จรรยาบรรณต่อนักศึกษา ผู้รับบริการ ประชาชน และสังคม

ข้อ ๒๓ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักศึกษา และรักษาชื่อเสียงของตำแหน่งหน้าที่ที่ตนปฏิบัติให้เป็นที่น่าเชื่อถือของบุคคลทั่วไป

ข้อ ๒๔ ให้บริการแก่นักศึกษา ผู้รับบริการ และประชาชนด้วยจิตบริการอย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความเป็นธรรม ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ อย่างโปร่งใส เอื้อเฟื้อ มีน้ำใจ และใช้กิริยาวาจาที่สุภาพ เมื่อเห็นว่าเรื่องใดไม่สามารถปฏิบัติได้หรือไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตน ควรชี้แจงเหตุผลหรือแนะนำให้ติดต่อไปยังหน่วยงานหรือบุคคลอื่น ซึ่งตนทราบว่ามีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น ๆ ต่อไป

ข้อ ๒๕ ไม่เปิดเผยความลับของนักศึกษา ผู้รับบริการ และประชาชนซึ่งตนเองได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่หรือจากความไว้วางใจของบุคคลดังกล่าว อันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่นักศึกษา ผู้รับบริการและประชาชน

ข้อ ๒๖ ไม่เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ซึ่งมีมูลค่าเกินปกติวิสัยที่วิญญูชนจะให้กันโดยเสน่หาจากนักศึกษา ผู้รับบริการและประชาชนซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ของตน เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการใดตามหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากได้รับแล้วและทราบภายหลังว่าทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่รับไว้มีมูลค่าเกินปกติวิสัย ให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบโดยเร็วเพื่อดำเนินการตามสมควรแก่กรณี

ข้อ ๒๗ ไม่ล่วงละเมิดทางเพศ หรือมีความสัมพันธ์ทางเพศกับนักศึกษาหรือผู้รับบริการซึ่งมิใช่คู่สมรสของตน ไม่ว่านักศึกษาหรือผู้รับบริการจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

ข้อ ๒๘ ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและมีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนามหาวิทยาลัยและสังคม

ส่วนที่ ๕
จรรยาบรรณต่อหน้าที่ของคณาจารย์

ข้อ ๒๙ นอกจากปฏิบัติตามจรรยาบรรณที่กำหนดในส่วนที่ ๑ ถึงส่วนที่ ๔ แล้ว คณาจารย์ยังต้องปฏิบัติดังนี้

(๑) มีความเมตตา เอาใจใส่และช่วยเหลือในการศึกษาเล่าเรียนของนักศึกษา โดยเสมอภาคและเป็นธรรม

(๒) ประพฤติตนให้เหมาะสมกับสถานภาพและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักศึกษาและบุคคลทั่วไป

(๓) อบรมแนะนำและสอนนักศึกษาอย่างเต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

(๔) สร้างเสริมความรู้ เพิ่มพูนทักษะและบ่มเพาะนิสัยที่ถูกต้องดีงามให้แก่นักศึกษา

(๕) ปฏิบัติหน้าที่วิจัยตามจรรยาบรรณของนักวิจัยตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ

(๖) รักษามาตรฐานและพัฒนาวิชาชีพของตนให้มีคุณค่าอยู่เสมอ

(๗) ศึกษาหาความรู้ วางแผนพัฒนาตนเองและพัฒนางานวิชาการให้ทันสมัยอยู่เสมอ

(๘) มีความรับผิดชอบต่อสังคม อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น

(๙) ไม่ใช้หลักวิชาการไปในทางที่ไม่ถูกต้องในการประกอบวิชาชีพ อันจะส่งผลให้นักศึกษา ผู้รับบริการ ประชาชน หรือสังคมได้รับความเสียหาย

(๑๐) ไม่ยุยงส่งเสริมหรือสนับสนุนให้นักศึกษากระทำผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนศีลธรรมอันดี

(๑๑) ไม่ปฏิบัติตนด้วยความอคติหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการพัฒนาทางกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคมของนักศึกษา

(๑๒) ไม่ใช้ความรู้ทางวิชาการทางวิชาชีพ หรืออาศัยองค์กรวิชาชีพแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น

หมวด ๓
คณะกรรมการจรรยาบรรณ

ข้อ ๓๐ ให้มีคณะกรรมการจรรยาบรรณ ซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากบุคคลที่มีความเป็นกลาง ความเป็นอิสระ และเป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นผู้มีความรู้คู่คุณธรรม

ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการจรรยาบรรณ และมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกอีกไม่เกินสี่คนเป็นกรรมการ ให้ประธานสภาคณาจารย์และพนักงานหรือผู้แทนเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และให้แต่งตั้งรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดีซึ่งรับผิดชอบงานวิชาการที่อธิการบดีเสนอเป็นกรรมการและเลขานุการ

ข้อ ๓๑ ให้คณะกรรมการจรรยาบรรณมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี

ในกรณีที่ตำแหน่งประธานกรรมการหรือกรรมการว่างลง ให้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งแทนภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งดังกล่าวว่างลง เว้นแต่วาระของผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเหลือไม่ถึงหกสิบวัน จะไม่ดำเนินการให้ได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวแทนก็ได้ กรณีที่มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งแทนนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับระยะเวลาที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่คณะกรรมการจรรยาบรรณพ้นจากตำแหน่งตามวาระ แต่ยังไม่ได้มาซึ่งคณะกรรมการจรรยาบรรณชุดใหม่ ให้คณะกรรมการจรรยาบรรณชุดเดิมยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะกรรมการจรรยาบรรณชุดใหม่เข้ารับหน้าที่แทน

ข้อ ๓๒ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว คณะกรรมการจรรยาบรรณพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) มิได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ หรือผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยตามที่ตนได้รับการคัดเลือก

(๔) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการที่อยู่ในที่ประชุมมีมติให้ถอดถอนเนื่องจากมีความประพฤติเสื่อมเสีย

(๕) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๖) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๗) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

ข้อ ๓๓ คณะกรรมการจรรยาบรรณมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาและวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาว่าคณาจารย์หรือผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยกระทำผิดจรรยาบรรณ

(๒) กำหนดมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติตามจรรยาบรรณนี้

(๓) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการคณะทำงานหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อช่วยปฏิบัติงานตามความจำเป็นและเหมาะสม

(๔) รายงานผลการดำเนินการทางจรรยาบรรณต่อสภามหาวิทยาลัยเป็นประจำทุกปี

(๕) ดำเนินการอื่นที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย

(๖) เสนอแนะแนวทางปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยจรรยาบรรณของคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ในการพิจารณาและวินิจฉัยตาม (๑) ถ้าคณะกรรมการจรรยาบรรณเห็นว่า ผลการสอบสวนยังไม่สมบูรณ์ ให้สั่งสอบสวนเพิ่มเติมหรือให้ชี้แจงเพิ่มเติมหรือเรียกพยานบุคคลหรือพยานเอกสารมาประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมได้

ข้อ ๓๔ การประชุมของคณะกรรมการจรรยาบรรณ ให้นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการประชุมสภามหาวิทยาลัยมาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด ๔
การดำเนินการทางจรรยาบรรณ

ข้อ ๓๕ คณาจารย์หรือผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยผู้ใดประพฤติผิดจรรยาบรรณที่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ถือว่ากระทำผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง

(๑) นำผลงานทางวิชาการของผู้อื่นมาเป็นของตน และคัดลอกหรือลอกเลียนผลงานของผู้อื่นโดยมิชอบ หรือจ้าง วาน ใช้ผู้อื่นให้ทำผลงานให้หรือนำผลงานของผู้อื่นมาใช้ในการขอกำหนดตำแหน่งหรือเลื่อนตำแหน่งของตนให้สูงขึ้นหรือให้ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนที่สูงขึ้น โดยมิชอบด้วยประการใดๆ

(๒) เปิดเผยความลับของนักศึกษา ผู้รับบริการและประชาชนซึ่งตนเองได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่หรือจากความไว้วางใจของบุคคลดังกล่าวโดยมิชอบ อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นักศึกษา ผู้รับบริการ หรือประชาชน

(๓) เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากนักศึกษา ผู้รับบริการหรือประชาชนซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ของตนเพื่อกระทำหรือไม่กระทำการใดๆตามหน้าที่ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

(๔) ล่วงละเมิดทางเพศหรือมีความสัมพันธ์ทางเพศกับนักศึกษาหรือผู้รับบริการซึ่งมิใช่คู่สมรสของตนไม่ว่านักศึกษาหรือผู้รับบริการจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

(๕) อบรมแนะนำสั่งสอนหรือสนับสนุนนักศึกษาให้กระทำการผิดกฎหมาย หรือฝ่าฝืนศีลธรรมอันดีของประชาชน

(๖) แก้ไขผลการเรียนหรือผลการสอบของนักศึกษาโดยมิชอบ

(๗) ประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งคณะกรรมการตามวิชาชีพนั้นได้สั่งลงโทษในขั้นความผิดอย่างร้ายแรง

(๘) กระทำความผิดอื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดตามสภาพและความร้ายแรงของการกระทำ

ทั้งนี้ การพิจารณาตาม (๖) ให้พิจารณาจากพฤติกรรมของการฝ่าฝืน ความจงใจหรือเจตนามูลเหตุจูงใจ อายุ ประวัติ ความประพฤติในอดีต สภาพแวดล้อมแห่งกรณี ผลร้ายแรงอันเกิดจากการฝ่าฝืน และความสำคัญของตำแหน่งตลอดจนหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ถูกกล่าวหาอันควรนำมาประกอบการพิจารณา

ข้อ ๓๖ คณาจารย์หรือผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยผู้ใดถูกกล่าวหาโดยมีหลักฐานตามสมควรว่าประพฤติผิดจรรยาบรรณ หรือความปรากฏต่อผู้บังคับบัญชาว่าประพฤติผิดจรรยาบรรณ ให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนการกระทำผิดจรรยาบรรณโดยพลัน

กรณีตามวรรคหนึ่ง หากความปรากฏต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณ ให้คณะกรรมการจรรยาบรรณส่งเรื่องที่กล่าวหาให้ผู้บังคับบัญชาของบุคลากรมหาวิทยาลัยที่ถูกกล่าวหาเพื่อดำเนินการต่อไป

ในกรณีที่อธิการบดีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดจรรยาบรรณ หรือความปรากฏต่อสภามหาวิทยาลัยว่าอธิการบดีกระทำผิดจรรยาบรรณ ให้สภามหาวิทยาลัยส่งเรื่องให้แก่คณะกรรมการจรรยาบรรณดำเนินการสอบสวน เมื่อสอบสวนเสร็จแล้วให้รายงานผลการสอบสวนพร้อมความเห็นไปยังสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาและมีมติ

ข้อ ๓๗ ในการสอบสวน ให้คณะกรรมการสอบสวนการกระทำผิดจรรยาบรรณหรือคณะกรรมการจรรยาบรรณแล้วแต่กรณีมีอำนาจและหน้าที่ในการแสวงหาข้อเท็จจริงได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น ทั้งนี้ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนวินัยตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยมาใช้บังคับกับการสอบสวนการทำความผิดจรรยาบรรณโดยอนุโลม

ข้อ ๓๘ เมื่อคณะกรรมการสอบสวนการกระทำผิดจรรยาบรรณหรือคณะกรรมการจรรยาบรรณแล้วแต่กรณีได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เสร็จแล้ว ให้ประชุมพิจารณาลงมติว่าผู้ถูกกล่าวหาประพฤติผิดจรรยาบรรณหรือไม่ ถ้าผิด เป็นความผิดกรณีใด ตามจรรยาบรรณข้อใด และควรได้รับโทษทางจรรยาบรรณสถานใด ถ้ากรณีมีเหตุว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำผิดวินัย ให้ระบุด้วยว่าเป็นความผิดวินัยกรณีใดตามกฎหมาย ระเบียบหรือข้อบังคับใด แต่ถ้าไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าประพฤติผิดจรรยาบรรณให้ทำความเห็นยุติเรื่อง

ข้อ ๓๙ การสอบสวนให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง หากกรณีมีความจำเป็น อาจเสนอขอขยายระยะเวลาดำเนินการต่อผู้แต่งตั้งได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน และเมื่อดำเนินการสอบสวนเสร็จแล้วให้เสนอรายงานผลการสอบสวนพร้อมความเห็นต่อผู้แต่งตั้งและให้ผู้แต่งตั้งพิจารณาเสนอความเห็นพร้อมสำนวนการสอบสวนต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณต่อไป

เมื่อคณะกรรมการจรรยาบรรณ ได้วินิจฉัยและมีมติว่าคณาจารย์หรือผู้ปฏิบัติในมหาวิทยาลัยผู้ใดกระทำความผิดจรรยาบรรณข้อใดและเห็นสมควรให้ต้องดำเนินการอย่างใดแล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาของผู้นั้นดำเนินการให้เป็นไปตามมตินั้น

ในกรณีที่คณะกรรมการจรรยาบรรณสอบสวนอธิการบดีให้นำความตามวรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๔๐ เมื่อปรากฏว่าคณาจารย์หรือผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยผู้ใดประพฤติผิดจรรยาบรรณ และพฤติการณ์ของการกระทำผิดจรรยาบรรณดังกล่าวเป็นการกระทำผิดวินัย ให้ผู้บังคับบัญชา ดำเนินการทางวินัยกับคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยผู้นั้น ตามกฎหมายหรือตามข้อบังคับที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข้อ ๔๑ หากปรากฏว่า คณาจารย์หรือผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยผู้ใดประพฤติผิดจรรยาบรรณ และพฤติการณ์ของการกระทำผิดจรรยาบรรณดังกล่าวไม่เป็นการกระทำผิดวินัย ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณครั้งแรก ให้ทำการตักเตือน

(๒) หากผู้นั้นยังประพฤติผิดจรรยาบรรณในเรื่องเดิมที่ถูกตักเตือนแล้วตาม (๑) ให้ออกคำสั่งให้ดำเนินการให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด

(๓) หากผู้นั้นยังฝ่าฝืนตาม (๒) หรือไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง ให้ทำทัณฑ์บนไว้

(๔) หากผู้นั้นยังฝ่าฝืนตาม (๓) ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัย และให้ผู้บังคับบัญชาสั่งดำเนินการทางวินัยทันที

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีให้เป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัย

เมื่อได้ดำเนินการอย่างใดไปตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้บันทึกลงในทะเบียนประวัติบุคคลไว้ด้วย

ข้อ ๔๒ คำสั่งลงโทษทางจรรยาบรรณให้ทำเป็นหนังสือตามแบบแนบท้ายข้อบังคับนี้ โดยระบุพฤติการณ์หรือรายละเอียดแห่งการประพฤติผิดจรรยาบรรณให้ชัดเจน และให้ผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณลงชื่อรับทราบ

หมวด ๕
การอุทธรณ์

ข้อ ๔๓ คณาจารย์หรือผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยผู้ใดถูกลงโทษเนื่องจากการกระทำผิดจรรยาบรรณ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ ภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง

อธิการบดีที่ถูกลงโทษเนื่องจากการกระทำผิดจรรยาบรรณ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อสภามหาวิทยาลัย ภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง

การอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ให้นำความตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชเกี่ยวกับการอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗

(ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร)
นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

หนังสือตักเตือน

เขียนที่..............................................

วันที่.............. เดือน ........................ พ.ศ. ..............

ด้วย นาย/นาง/นางสาว.............................................นามสุกล.......................................... เป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ประเภท ☐ คณาจารย์หรือ☐ ผู้ปฏิบัติงาน.................... ตำแหน่ง..............................สังกัด.................................................... ☐ ถูกกล่าวหาหรือ ☐ความปรากฏต่อผู้บังคับบัญชาว่า นาย/นาง/นางสาว............................นามสกุล.......................... ประพฤติผิดจรรยาบรรณข้อ................................................แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยจรรยาบรรณของคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๗

คณะกรรมการจรรยาบรรณ ได้วินิจฉัยและมีมติว่า นาย/นาง/นางสาว............................................ นามสกุล..............................ได้ประพฤติผิดจรรยาบรรณข้อ................................................ แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯ ให้ทำการตักเตือน

ฉะนั้นโดยหนังสือฉบับนี้ ให้ นาย/นาง/นางสาว............................นามสกุล....................... ขอให้สัญญาว่าจะประพฤติตามจรรยาบรรณโดยเคร่งครัดอยู่เสมอหากประพฤติผิดจรรยาบรรณข้อใดข้อหนึ่งขอให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามสมควรแก่กรณี

ลงชื่อ.................................................ผู้บังคับบัญชา

ลงชื่อ.................................................ผู้รับการตักเตือน

ลงชื่อ.................................................พยาน

ลงชื่อ.................................................พยาน

หนังสือทัณฑ์บน

เขียนที่..............................................

วันที่..............เดือน........................พ.ศ. ..............

สืบเนื่องจากนาย/นาง/นางสาว......................................นามสุกล..................................ซึ่งเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ประเภท ☐คณาจารย์หรือ ☐ ผู้ปฏิบัติงาน.................... ตำแหน่ง..............................................สังกัด............................☐ ถูกกล่าวหา หรือ ☐ความปรากฏต่อผู้บังคับบัญชาว่า นาย/นาง/นางสาว ..........................นามสกุล.......................... ได้ประพฤติผิดจรรยาบรรณข้อ......................................แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยจรรยาบรรณของคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้มีหนังสือตักเตือนลงวันที่เดือน..............พ.ศ. .... แล้วต่อมา
ปรากฏว่า นาย/นาง/นางสาว..........................นามสกุล..........................ได้ประพฤติผิดจรรยาบรรณในเรื่องเดิมอีก และผู้บังคับบัญชาได้มีหนังสือ ลงวันที่..........เดือน......................พ.ศ. ...... ☐ให้ละเว้นจากการประพฤติผิดจรรยาบรรณในเรื่องเดิมอีก หรือ☐ ให้แก้ไขปรับปรุงตนเองให้ถูกต้องภายในกำหนดเวลา ๗ วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแล้ว แต่นาย/นาง/นางสาว..............................นามสกุล.................... ☐ ยังประพฤติผิดจรรยาบรรณอีก หรือ ☐ ยังไม่ดำเนินการปรับปรุงตนเองให้ถูกต้องภายในกำหนดเวลาตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

ฉะนั้น โดยหนังสือฉบับนี้ จึงทำทัณฑ์บนไว้ว่า หากนาย/นาง/นางสาว.............................. นามสกุล..........................ยังฝ่าฝืนไม่ดำเนินการตามที่ผู้บังคับบัญชาได้มีหนังสือตักเตือนไว้ ให้ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัย ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการทางวินัยทันที

ลงชื่อ................................................. ผู้บังคับบัญชา

ลงชื่อ................................................. ผู้รับทัณฑ์บน

ลงชื่อ................................................. พยาน

ลงชื่อ................................................. พยาน

คำสั่งให้ดำเนินการให้ถูกต้อง

เขียนที่ ..............................................

วันที่..............เดือน........................พ.ศ. ..............

ตามที่ นาย/นาง/นางสาว..............................นามสุกล......................................ซึ่งเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ประเภท ☐ คณาจารย์หรือ ☐ผู้ปฏิบัติงาน .......................... ตำแหน่ง..............................สังกัด....................................................ถูกกล่าวหาหรือ ☐ความปรากฏต่อผู้บังคับบัญชาว่า นาย/นาง/นางสาว..........................นามสกุล.......................... ได้ประพฤติผิดจรรยาบรรณข้อ................................................แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยจรรยาบรรณของคณาจารย์และผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๗ และคณะกรรมการจรรยาบรรณได้วินิจฉัยและมีมติว่า นาย/นาง/นางสาว..............................นามสกุล.............................. ได้ประพฤติผิดจรรยาบรรณข้อ.................................................................................................. แห่งข้อบังคับมหาวิทยาลัย ฯ ให้ทำการตักเตือน และผู้บังคับบัญชาได้มีหนังสือตักเตือนลงวันที่.................. เดือน ....................พ.ศ. ..............แล้ว นั้น

ปรากฏว่า นาย/นาง/นางสาว..........................นามสกุล..........................ได้ประพฤติผิดจรรยาบรรณในเรื่องเดิมอีก เมื่อวันที่..............เดือน..............................พ.ศ. ..........

ฉะนั้นโดยหนังสือฉบับนี้ ให้ นาย/นาง/นางสาว..........................นามสกุล..........................
☐ จงละเว้นจากการประพฤติผิดจรรยาบรรณหรือ ☐ ให้แก้ไขปรับปรุงตนเองให้ถูกต้องภายในกำหนดเวลา ๗ วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือฉบับนี้มิฉะนั้น ถือว่าขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

ลงชื่อ.................................................ผู้บังคับบัญชา

ลงชื่อ.................................................ผู้รับคำสั่ง

ลงชื่อ.................................................พยาน

ลงชื่อ.................................................พยาน

Sign in to highlight and take private notes

Published on 1 January 2014

Chair of the University Council

Document details

Document number
LR-0084
Responsible office
Office of Academic Affairs, Navamindradhiraj University
Approved by
Chair of the University Council
Year approved by the Council
File size
3.7 MB
Document type
Bylaw
Document category
Personnel Administration

Revision history

  1. Current version

    v.1.0.0 (1 Jan 2014)

    นำเข้าจากคลังเอกสารเดิม