Official published document
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2556
ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วยการประกันคุณภาพการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๕๖
โดยที่เป็นการสมควรให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการประกันคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) (๙) และมาตรา ๔๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครในการประชุม ครั้งที่ ๒ / ๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๖"
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
"การประกันคุณภาพ" หมายความว่า การประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและการศึกษาของมหาวิทยาลัย
"ส่วนงาน" หมายความว่า ส่วนงานตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓
"ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย" หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการและลูกจ้างของส่วนราชการซึ่งปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยและลูกจ้างของมหาวิทยาลัย
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการประกันคุณภาพ
ข้อ ๔ การประกันคุณภาพต้องครอบคลุมถึงการประกันคุณภาพการศึกษา ตลอดจนการขับเคลื่อนการประกันคุณภาพทางภารกิจหลักด้านจัดการศึกษาและหลักสูตร การวิจัย กิจการนักศึกษา การบริการทางวิชาการ การทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งการบริหารจัดการและการสนับสนุน
ระบบประกันคุณภาพต้องมีระบบการตรวจและการประเมินที่เป็นอิสระและเหมาะสม ครอบคลุมทั้งปัจจัยนำเข้า กระบวนการและผลผลิตหรือผลลัพธ์อย่างสมดุล
ข้อ ๕ ในการดำเนินการเพื่อประกันคุณภาพ ให้คำนึงถึงหลักการดังต่อไปนี้
(๑) การมีส่วนร่วมของประชาคมที่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียอย่างเหมาะสม
(๒) เสรีภาพทางวิชาการ
(๓) ความมีอิสระในการดำเนินการ
(๔) ลักษณะเฉพาะของมหาวิทยาลัยและส่วนงาน
ข้อ ๖ ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง เรียกว่า "คณะกรรมการประกันคุณภาพ" ประกอบด้วย อธิการบดีหรือรองอธิการบดีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน กรรมการที่เป็นหัวหน้าส่วนงานซึ่งมีภารกิจด้านการสอนหรือการวิจัยห้าคน กรรมการที่มาจากผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยที่มิใช่คณาจารย์ประจำหนึ่งคน ผู้แทนสภาคณาจารย์และพนักงานหนึ่งคน และกรรมการอื่นอีกสามถึงห้าคน โดยมีรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดีคนหนึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการ และอาจมีผู้ช่วยเลขานุการอีกหนึ่งหรือสองคนด้วยก็ได้
ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๓ ปี
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการประกอบด้วยประธานและกรรมการเท่าที่มีอยู่และให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
ในกรณีที่มีการแต่งตั้งผู้ใดแทนตำแหน่งกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการมีวาระเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้ามีวาระเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทนก็ได้
ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) วางระบบการประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัย และให้ความเห็นชอบระบบประกันคุณภาพของส่วนงาน
(๒) รายงานผลการประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัยต่อสภามหาวิทยาลัย
(๓) ติดตามและกำกับดูแลการประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัยและส่วนงาน
(๔) ประเมินประสิทธิภาพของระบบประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัยและของส่วนงาน เพื่อพัฒนาระบบการประกันคุณภาพ
(๕) ให้คำแนะนำและคำปรึกษาเกี่ยวกับการประกันคุณภาพแก่ส่วนงาน
(๖) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดอันจำเป็นเกี่ยวกับการประกันคุณภาพตามข้อบังคับนี้ โดยจัดทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย
(๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพื่อกระทำการใดๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ รวมทั้งมอบอำนาจให้คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือบุคคลดังกล่าวทำการแทนแล้วรายงานให้คณะกรรมการทราบ
(๘) หน้าที่อื่นที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย
ข้อ ๙ ให้มหาวิทยาลัยจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในของมหาวิทยาลัย ตามที่คณะกรรมการเสนอและได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย
ข้อ ๑๐ ให้ส่วนงานจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในของส่วนงาน โดยใช้ระบบประกันคุณภาพของมหาวิทยาลัยหรือระบบประกันคุณภาพอื่นๆ ที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ
ข้อ ๑๑ มหาวิทยาลัยและส่วนงานต้องจัดให้มีการประกันคุณภาพเป็นประจำและต่อเนื่อง
ข้อ ๑๒ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้
ให้อธิการบดีโดยข้อเสนอของคณะกรรมการมีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ คู่มือ หรือคำสั่งใดเพื่อดำเนินการตามข้อบังคับนี้
ในกรณีที่มีปัญหาในการดำเนินการตามข้อบังคับนี้ ให้อธิการบดีวินิจฉัยชี้ขาด
ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖
(ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร)
นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
Sign in to highlight and take private notes