Table of contents

Official published document

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลและการบริหารงานของผู้บริหารมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2554

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลและการบริหารงานของผู้บริหารมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๕๔

โดยที่เป็นการสมควรออกข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคลและการบริหารงานของผู้บริหารมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เพื่อให้การบริหารและการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้บริหารที่มีสมรรถนะ มีธรรมาภิบาลและจริยธรรมที่สอดคล้องกับความเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของกรุงเทพมหานคร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ (๒) (๗) (๑๐) (๑๕) (๑๖) (๑๘) มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ สภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ในการประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลและการบริหารงานของผู้บริหารมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๔”

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓ บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศหรือมติอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในข้อบังคับนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

“ส่วนงาน” หมายความว่า คณะ วิทยาลัย และส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะซึ่งมีภารกิจด้านการสอนหรือการวิจัยตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

“ผู้บริหารมหาวิทยาลัย” หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ ผู้ช่วยอธิการบดี รองคณบดี และรองผู้อำนวยการ ในส่วนงาน เฉพาะที่มีวาระการดำรงตำแหน่ง

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการวิทยาลัย และหัวหน้าส่วนงาน

“รองผู้อำนวยการ” ให้หมายความรวมถึงรองหัวหน้าส่วนงาน

“คณาจารย์ประจำ” หมายความว่า ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรืออาจารย์ของมหาวิทยาลัย

“ก.บ.ค.” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารทรัพยากรบุคคล ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

“สัญญาปฏิบัติงาน” หมายความว่า สัญญาปฏิบัติงานของพนักงานมหาวิทยาลัยตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

ข้อ ๕ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยโดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย มีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของมหาวิทยาลัย เพื่อดำเนินการตามข้อบังคับนี้

ข้อ ๖ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยรักษาการตามข้อบังคับนี้

ในกรณีที่มีปัญหาในการดำเนินการตามข้อบังคับนี้ ให้สภามหาวิทยาลัยเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น สภามหาวิทยาลัยโดยมติอย่างน้อยสองในสามของผู้มาประชุม อาจมีมติงดหรือยกเว้นการดำเนินการตามข้อบังคับนี้ได้ตามความจำเป็น

หมวด ๑
บททั่วไป

ข้อ ๗ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งผู้บริหารมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครและข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยการนั้น

ข้อ ๘ เว้นแต่ข้อบังคับนี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น มิให้นำข้อกำหนดตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคล มาใช้กับผู้บริหารมหาวิทยาลัยตามข้อบังคับนี้

ข้อ ๙ อธิการบดี มีภาระงานบริหารเต็มเวลาในการบริหารมหาวิทยาลัย

รองอธิการบดี คณบดี และผู้อำนวยการ มีภาระงานบริหารเต็มเวลาในการบริหารมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานแล้วแต่กรณี แต่ทั้งนี้อาจมีงานสอนหรืองานวิชาการอื่นได้

ผู้ช่วยอธิการบดี รองคณบดี และรองผู้อำนวยการ จะมีภาระงานบริหารเต็มเวลาหรือไม่ก็ได้ตามที่อธิการบดีหรือคณบดี แล้วแต่กรณี มอบหมายเป็นการเฉพาะราย แต่ต้องมีภาระงานบริหารไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาระงานขั้นต่ำตามที่ ก.บ.ค. กำหนด ทั้งนี้ ในการกำหนดภาระงานบริหารสำหรับรองคณบดี หรือรองผู้อำนวยการที่มีต้นสังกัดอยู่ส่วนงานอื่นต้องได้รับความเห็นชอบจากคณบดีหรือผู้อำนวยการต้นสังกัดด้วย

ในกรณีที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมิได้มีภาระงานบริหารเต็มเวลา ให้มีภาระงานขั้นต่ำในงานสอน งานวิจัย งานพัฒนานิสิต และงานบริหารวิชาการตามสัดส่วนภาระงานขั้นต่ำที่กำหนดโดยข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

ข้อ ๑๐ รองคณบดี และรองผู้อำนวยการ ให้อธิการบดีแต่งตั้งโดยคำแนะนำของคณบดี หรือผู้อำนวยการ แล้วแต่กรณี จากพนักงานมหาวิทยาลัย ผู้มีคุณสมบัติได้รับปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่าจากสถาบันอุดมศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง โดยได้ทำการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรองและมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะทำงานด้านการบริหาร

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่คณาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยผู้ใดดำรงตำแหน่งผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้นั้นมีสิทธิขอเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการที่สูงขึ้นได้ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยการนั้น

ข้อ ๑๒ เมื่อผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารมหาวิทยาลัยแล้ว ให้ผู้นั้นได้รับค่าตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่นตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคลหรือที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

กรณีผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารมหาวิทยาลัยเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งเดิม แต่ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งทั้งตำแหน่งเดิมและในตำแหน่งผู้บริหารมหาวิทยาลัย

ข้อ ๑๓ วันลาพักผ่อน และวันลาอื่นของผู้บริหารมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคล แต่จะไม่มีสิทธิลาศึกษาต่อ หรือลาไปเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ

ให้นายกสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการลาของอธิการบดี

ให้อธิการบดีเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการลาของรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ และผู้ช่วยอธิการบดี

ให้คณบดีหรือผู้อำนวยการเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการลาของรองคณบดี และรองผู้อำนวยการ

หมวด ๒
การทำสัญญาการปฏิบัติงานสำหรับผู้บริหารที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย

ข้อ ๑๔ เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ใดเป็นอธิการบดี และผู้นั้นเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยอยู่ก่อนแล้ว ให้เปลี่ยนแบบแสดงหน้าที่ความรับผิดชอบและภาระงานตามสัญญาปฏิบัติงานของผู้นั้นเป็นภาระงานบริหารเต็มเวลา

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หากสัญญาปฏิบัติงานของผู้นั้นมีระยะเวลาของสัญญาปฏิบัติงานไม่ถึงวันสุดท้ายของปีบัญชีที่ผู้นั้นมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ ให้ขยายระยะเวลาของสัญญาปฏิบัติงานของผู้นั้นออกไปเท่ากับระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง เว้นแต่ในกรณีที่ผู้นั้นจะมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่ง ให้ขยายระยะเวลาของสัญญาปฏิบัติงานของผู้นั้นออกไปจนถึงวันสุดท้ายของวาระการดำรงตำแหน่ง

เมื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งอธิการบดีโดยที่สัญญาปฏิบัติงานของผู้นั้นยังไม่สิ้นสุดลง ให้เปลี่ยนแบบแสดงหน้าที่ความรับผิดชอบและภาระงานตามสัญญาปฏิบัติงานของผู้นั้นกลับเป็นแบบแสดงหน้าที่ความรับผิดชอบและภาระงานของผู้นั้นตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

ข้อ ๑๕ เมื่อสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งผู้ใดเป็นรองอธิการบดี คณบดี หรือผู้อำนวยการ และผู้นั้นเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยอยู่ก่อนแล้ว ให้เปลี่ยนแบบแสดงหน้าที่ความรับผิดชอบตามสัญญาปฏิบัติงานของผู้นั้นเป็นภาระงานบริหารเต็มเวลา

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หากสัญญาปฏิบัติงานของผู้ใดมีระยะเวลาของสัญญาปฏิบัติงานไม่ถึงวันสุดท้ายของปีบัญชีที่บุคคลนั้นมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ ให้ขยายระยะเวลาตามสัญญาปฏิบัติงานของผู้นั้นออกไปเท่ากับระยะเวลาวาระการดำรงตำแหน่งเว้นแต่ในกรณีที่ผู้นั้นจะมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่ง ให้ขยายระยะเวลาของสัญญาปฏิบัติงานของผู้นั้นออกไปจนถึงวันสุดท้ายของวาระการดำรงตำแหน่ง

เมื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งผู้บริหารมหาวิทยาลัยโดยที่สัญญาปฏิบัติงานของผู้นั้นยังไม่สิ้นสุดลง ให้เปลี่ยนแบบแสดงหน้าที่ความรับผิดชอบและภาระงานตามสัญญาปฏิบัติงานของผู้นั้นกลับเป็นแบบแสดงหน้าที่ความรับผิดชอบและภาระงานของผู้นั้นตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

ข้อ ๑๖ เมื่ออธิการบดีแต่งตั้งผู้ใดที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย เป็น ผู้ช่วยอธิการบดี รองคณบดี หรือรองผู้อำนวยการ ให้เปลี่ยนแบบแสดงหน้าที่ความรับผิดชอบและภาระงานตามสัญญาปฏิบัติงานของผู้นั้นให้สอดคล้องกับสัดส่วนภาระงานตามข้อ ๙ และเมื่อผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งผู้บริหารมหาวิทยาลัย ให้เปลี่ยนแบบแสดงหน้าที่ความรับผิดชอบและภาระงานตามสัญญาปฏิบัติงานของผู้นั้นกลับไปเป็นแบบแสดงหน้าที่ความรับผิดชอบและภาระงานของผู้นั้นตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมิใช่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยอยู่ก่อนได้รับแต่งตั้ง ให้ผู้นั้นทำสัญญาปฏิบัติงานเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยมีภาระงานบริหารเต็มเวลา โดยมีระยะเวลาตามสัญญาปฏิบัติงานเท่ากับวาระการดำรงตำแหน่ง

หมวด ๓
ข้อตกลงการปฏิบัติงานและการปฏิบัติงาน

ข้อ ๑๘ เมื่ออธิการบดีเข้าดำรงตำแหน่ง ให้อธิการบดีจัดทำแผนและเป้าประสงค์การปฏิบัติงานและนำเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อขอความเห็นชอบโดยเร็ว ซึ่งจะต้องไม่เกินสองเดือนนับแต่วันที่เข้าดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้ แผนและเป้าประสงค์การปฏิบัติงานจะต้องสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และแผนที่ได้นำเสนอระหว่างการสรรหา รวมทั้งทิศทางและแผนพัฒนาระยะยาวของมหาวิทยาลัย ตลอดจนวัตถุประสงค์และภาระหน้าที่ของมหาวิทยาลัย

ให้ถือว่าแผนและเป้าประสงค์การปฏิบัติงานที่ได้รับความเห็นชอบเป็นข้อตกลงการปฏิบัติงานของอธิการบดี

ข้อ ๑๙ เมื่อคณบดีหรือผู้อำนวยการผู้ใดเข้าดำรงตำแหน่ง ให้ผู้นั้นจัดทำแผนและเป้าประสงค์การปฏิบัติงาน และนำเสนอต่ออธิการบดีผ่านที่ประชุมคณบดี เพื่อขอความเห็นชอบจากอธิการบดีโดยเร็ว ซึ่งจะต้องไม่เกินสองเดือนนับแต่วันที่เข้าดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้ แผนและเป้าประสงค์การปฏิบัติงานจะต้องสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และแผนที่นำเสนอระหว่างการสรรหา

ให้ถือว่าแผนและเป้าประสงค์การปฏิบัติงานที่ได้รับความเห็นชอบเป็นข้อตกลงการปฏิบัติงานของคณบดีหรือผู้อำนวยการผู้นั้น

ข้อ ๒๐ เมื่อรองอธิการบดีหรือผู้ช่วยอธิการบดีผู้ใดเข้าดำรงตำแหน่ง ให้อธิการบดีมอบหมายงานสำหรับผู้นั้นแล้วจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติงานบริหารกับอธิการบดี

เมื่อรองคณบดีหรือรองผู้อำนวยการผู้ใดเข้าดำรงตำแหน่ง ให้คณบดีหรือผู้อำนวยการมอบหมายงานสำหรับผู้นั้นแล้วจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติงานบริหารกับคณบดีหรือผู้อำนวยการ

หมวด ๔
การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน

ข้อ ๒๑ ให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่อกำกับการบริหารและการดำเนินการให้เป็นไปตามข้อตกลงการปฏิบัติงาน รวมทั้งเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับผู้บริหารมหาวิทยาลัยในการพัฒนา ปรับปรุง และจัดลำดับความสำคัญในการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม

ข้อ ๒๒ การประเมินผลการปฏิบัติงานผู้บริหารมหาวิทยาลัย ให้ประเมินตามข้อตกลงการปฏิบัติงาน โดยพิจารณาจากผลงานและกระบวนการเชิงระบบในการปฏิบัติงานตามแผนและเป้าประสงค์การปฏิบัติงานที่ได้วางไว้

ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน ให้ใช้ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองและตรวจสอบยืนยันรายงานการประเมินผลการปฏิบัติงานตนเอง

เกณฑ์และแบบการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

ข้อ ๒๓ ให้สภามหาวิทยาลัยประเมินผลการปฏิบัติงานของอธิการบดีทุกสิ้นปีบัญชี โดยให้ถือวันเริ่มต้นปีบัญชีถัดไปเป็นวันที่จะต้องเริ่มประเมินและจะต้องดำเนินการประเมินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะต้องไม่เกินสามเดือนนับแต่วันที่จะต้องเริ่มประเมิน เว้นแต่ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งยังไม่ครบหกเดือน ให้เริ่มต้นการประเมินผลการปฏิบัติงานในรอบปีบัญชีถัดไป

เพื่อประโยชน์ในการพัฒนามหาวิทยาลัย การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของอธิการบดี ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามถึงห้าคน และประธานสภาคณาจารย์ทำหน้าที่ติดตามและกลั่นกรองการประเมินผลการปฏิบัติงานของอธิการบดีเพื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัย

ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่จะต้องเริ่มประเมิน ให้อธิการบดีประเมินและจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของตนเองพร้อมด้วยรายงานผลการปฏิบัติงานของรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดี ตามข้อ ๒๔ เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อมอบหมายให้คณะกรรมการตามวรรคสองดำเนินการ

ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของอธิการบดี ให้พิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของตนเองตามวรรคสามประกอบด้วย

ข้อ ๒๔ ให้อธิการบดีประเมินผลการปฏิบัติงานของรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดี และในการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ช่วยอธิการบดีนั้น อธิการบดีจะให้รองอธิการบดีเป็นผู้ร่วมประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยก็ได้

การประเมินผลการปฏิบัติงานของรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีให้ดำเนินการพร้อมกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของอธิการบดี โดยให้รองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดีแต่ละรายประเมินและจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของตนเองเสนอต่ออธิการบดี

ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของรองอธิการบดีและผู้ช่วยอธิการบดี ให้พิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของตนเองตามวรรคสองประกอบด้วย

ข้อ ๒๕ ให้อธิการบดีประเมินผลการปฏิบัติงานของคณบดีและผู้อำนวยการทุกสิ้นปีบัญชี โดยให้ถือวันเริ่มต้นปีบัญชีถัดไปเป็นวันที่จะต้องเริ่มประเมินและจะต้องดำเนินการประเมินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะต้องไม่เกินสามเดือนนับแต่วันที่จะต้องเริ่มประเมิน เว้นแต่ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งยังไม่ครบหกเดือนให้เริ่มต้นการประเมินผลการปฏิบัติงานในรอบปีบัญชีถัดไป

ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่จะต้องเริ่มประเมิน ให้คณบดีหรือผู้อำนวยการประเมินและจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของตนเองพร้อมด้วยรายงานผลการปฏิบัติงานของรองคณบดีหรือรองผู้อำนวยการตามข้อ ๒๖ เสนอต่ออธิการบดีเพื่อมอบหมายให้คณะกรรมการตามวรรคท้ายดำเนินการ

ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณบดีหรือผู้อำนวยการ ให้พิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของตนเองตามวรรคสองประกอบด้วย

เพื่อประโยชน์ในการพัฒนามหาวิทยาลัย การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของคณบดีและผู้อำนวยการ ให้อธิการบดีแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่งหรือหลายชุด ประกอบด้วย อธิการบดีหรือรองอธิการบดีที่อธิการบดีมอบหมาย เป็นประธาน และผู้ทรงคุณวุฒิหนึ่งถึงสามคนเป็นกรรมการ ทำหน้าที่ช่วยอธิการบดีในการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณบดีหรือผู้อำนวยการ ทั้งนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นกรรมการจะต้องมิใช่ผู้สังกัดส่วนงานของคณบดีหรือผู้อำนวยการที่จะถูกประเมิน

ข้อ ๒๖ ให้คณบดีและผู้อำนวยการประเมินผลการปฏิบัติงานของรองคณบดี หรือรองผู้อำนวยการ แล้วแต่กรณี

การประเมินผลการปฏิบัติงานของรองคณบดีหรือรองผู้อำนวยการให้ดำเนินการพร้อมกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณบดีหรือผู้อำนวยการ โดยให้รองคณบดีหรือรองผู้อำนวยการแต่ละรายประเมินและจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของตนเองเสนอต่อคณบดีหรือผู้อำนวยการ แล้วแต่กรณี

ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของรองคณบดีหรือรองผู้อำนวยการ ให้พิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของตนเองตามวรรคสองประกอบด้วย

ข้อ ๒๗ ในการประเมินผลการปฏิบัติงานตามภาระงานสอน งานวิจัย งานพัฒนานักศึกษา และงานบริการวิชาการของผู้ช่วยอธิการบดี รองคณบดี หรือรองผู้อำนวยการ ที่มิได้ปฏิบัติภาระงานบริหารเต็มเวลา ให้เป็นไปตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

ข้อ ๒๘ เมื่อการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารมหาวิทยาลัยแต่ละรายแล้วเสร็จ ให้แจ้งผลการประเมิน โดยให้มีการประชุม ปรึกษาหารือ เสนอความเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อเป็นข้อมูลป้อนกลับในการพัฒนาและปรับปรุงการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ เมื่อมีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามข้อ ๒๕ ข้อ ๒๖ และข้อ ๒๗ เรียบร้อยแล้ว ให้อธิการบดีรายงานสภามหาวิทยาลัยทราบ

ในกรณีที่ผลการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารมหาวิทยาลัยผู้ใดไม่ผ่านเกณฑ์ที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดตามข้อ ๒๒ ให้เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยพิจารณาโดยทันทีโดยมิต้องดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

ข้อ ๒๙ ภายในเดือนสุดท้ายก่อนอธิการบดี คณบดี หรือผู้อำนวยการ พ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดี แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ เพื่อส่งมอบให้ผู้เข้าดำรงตำแหน่งในวาระต่อไปพิจารณาให้เกิดการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

หมวด ๕
วินัย การดำเนินการทางวินัย และการอุทธรณ์ร้องทุกข์

ข้อ ๓๐ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง และแนวปฏิบัติของมหาวิทยาลัย ตลอดจนวินัยและจรรยาบรรณตามข้อบังคับหรือประกาศมหาวิทยาลัยว่าด้วยการนั้น

ข้อ ๓๑ ความผิดทางวินัย การดำเนินการทางวินัย โทษทางวินัย และวิธีพิจารณาอุทธรณ์ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือระเบียบของมหาวิทยาลัยสำหรับข้าราชการหรือพนักงานมหาวิทยาลัย แล้วแต่กรณี

หมวด ๖
การพ้นจากตำแหน่ง

ข้อ ๓๒ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่งในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

(๑) ครบวาระการดำรงตำแหน่งหรือสิ้นสุดระยะเวลาตามสัญญาปฏิบัติงาน

(๒) ตาย

(๓) ลาออก

(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามสำหรับตำแหน่งนั้นตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

(๕) เมื่อสภามหาวิทยาลัยมีมติให้พ้นจากตำแหน่งผู้บริหารมหาวิทยาลัยเนื่องจากผลการประเมินผลการปฏิบัติงานไม่ผ่านเกณฑ์ที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

(๖) สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนอธิการบดี ด้วยคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือสภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนรองอธิการบดี คณบดี หรือผู้อำนวยการ หรืออธิการบดีมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดี หรืออธิการบดีมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งรองคณบดี หรือรองผู้อำนวยการตามคำแนะนำของคณบดีหรือผู้อำนวยการแล้วแต่กรณี เนื่องจากความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ

(๗) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

(๘) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๙) เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

ข้อ ๓๓ ในกรณีที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยตามข้อ ๑๗ พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุตามข้อ ๓๒ (๑) หรือ (๒) ให้ผู้นั้นได้รับบำเหน็จชดเชยเท่ากับเงินเดือนจำนวนหนึ่งเดือนในกรณีที่ได้ปฏิบัติงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวันแต่ไม่ครบหนึ่งปี หรือเท่ากับเงินเดือนจำนวนสามเดือนในกรณีที่ได้ปฏิบัติงานติดต่อกันครบหนึ่งปีแต่ไม่ครบสามปี หรือเท่ากับเงินเดือนจำนวนหกเดือนในกรณีที่ได้ปฏิบัติงานติดต่อกันครบสามปีหรือครบวาระการดำรงตำแหน่ง แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยอยู่แล้วเมื่อเข้าดำรงตำแหน่งผู้บริหารมหาวิทยาลัย การจ่ายบำเหน็จชดเชยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และอัตราที่กำหนดไว้ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคล

บทเฉพาะกาล

ข้อ ๓๔ ให้นำบทบัญญัติในข้อบังคับนี้มาใช้บังคับกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ โดยให้ดำเนินการตามหมวด ๒ และหมวด ๓ ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ

ข้อ ๓๕ กรณีผู้บริหารมหาวิทยาลัยตามข้อ ๙ วรรคสามและวรรคสี่ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากพนักงานมหาวิทยาลัยยังไม่มีการกำหนดภาระงานขั้นต่ำตามข้อ ๙ ของตำแหน่งที่ผู้นั้นดำรงตำแหน่ง

(๑) กรณีผู้นั้นได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดี ให้อธิการบดีกำหนดภาระงานบริหารตามที่เห็นสมควร แต่ต้องทำงานบริหารไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของเวลาทำงานทั้งหมด

(๒) กรณีผู้นั้นได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองคณบดี ให้คณบดีกำหนดภาระงานบริหารตามที่เห็นสมควร แต่ต้องทำงานบริหารไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของเวลาทำงานทั้งหมด ทั้งนี้ ในการกำหนดภาระงานบริหารสำหรับรองคณบดีที่มีต้นสังกัดอยู่ส่วนงานอื่นต้องได้รับความเห็นชอบจากคณบดีหรือผู้อำนวยการต้นสังกัดด้วย

(๓) กรณีผู้นั้นได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ให้ผู้อำนวยการกำหนดภาระงานบริหารตามที่เห็นสมควร แต่ต้องทำงานบริหารไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของเวลาทำงานทั้งหมด ทั้งนี้ ในการกำหนดภาระงานบริหารสำหรับรองผู้อำนวยการที่มีต้นสังกัดอยู่ส่วนงานอื่นต้องได้รับความเห็นชอบจากคณบดี หรือผู้อำนวยการต้นสังกัดด้วย

ข้อ ๓๖ ในระหว่างที่ส่วนงานใดยังไม่มีคณะกรรมการประจำส่วนงาน ให้คณะกรรมการบริหารงานบุคคล ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ปฏิบัติหน้าที่แทนไปพลางก่อน

ประกาศ ณ วันที่ [อ่านไม่ออก] ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

(ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร)
นายกสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

Sign in to highlight and take private notes

Published on 1 January 2011

Chair of the University Council

Document details

Document number
LR-0078
Responsible office
Office of Academic Affairs, Navamindradhiraj University
Approved by
Chair of the University Council
Year approved by the Council
File size
1.9 MB
Document type
Bylaw
Document category
Personnel Administration

Revision history

  1. Current version

    v.1.0.0 (1 Jan 2011)

    นำเข้าจากคลังเอกสารเดิม